STECON อวดกำไรปี 68 แตะ 1.94 พันลบ.หลังคุมต้นทุน-คุมค่าใช้จ่าย เคาะปะนผล 0.55 บ.
STECON อวดกำไรปี 68 แตะ 1.94 พันลบ.หลังคุมต้นทุน-คุมค่าใช้จ่าย เคาะปะนผล 0.55 บ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.พ. 69 9:21: น.
STECON โชว์กำไรปี 68 ที่ 1,948 ล้านบาท เหตุควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายดีขึ้น พร้อมจ่ายปันผล 0.55 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 9 มี.ค. 69 เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 107 ล้านบาท และ ออกหุ้นกู้อีก 2 หมื่นล้านบาท หวังทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด
บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ปี 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,946.88 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.76% เนื่องจากบริษัทมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และ มีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในปี 2568 บริษัทมีการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงิน(โอนกลับ) หากไม่รวมรายการโอนกลับดังกล่าว บริษัทจะมีผลกำไรจากกิจกรรมปกติประมาณ 1,529.76 ล้านบาท คิดเป็น 4.53% ของรายได้รวม โดยมีรายละเอียดดังนี้
-กำไรขั้นต้นจำนวน 2,863.77 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 8.56% ทั้งนี้ หากพิจารณาจากการดำเนินงานปกติ บริษัทจะมีอัตรากำไรขั้นต้น 7.36% ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปี 2567 เนื่องจากมีการบริหารและควบคุมต้นทุนงานอย่างมีประสิทธิภาพ
-รายได้รวมจำนวน 33,779.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 เป็นจำนวน 3,374.01 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 11.10% โดยรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากสัญญาก่อสร้างจำนวน 33,088.78 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการ 306.88 ล้านบาท รายได้ค่าเช่าจำนวน 77.28 ล้านบาท และ รายได้เงินปันผลจำนวน 222.62 ล้านบาท
-ต้นทุนและค่าใช้จ่ายมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเป็นจำนวน 31,127.42 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2567 จำนวน 1,024.44 ล้านบาท หรือ ลดลง 3.19% ต้นทุนและค่าใช้จ่ายหลักที่สำคัญ ได้แก่ ต้นทุนงานก่อสร้างจำนวน 30,717.49 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการจำนวน 268.64 ล้านบาท ต้นทุนค่าเช่าจำนวน 23.05 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทได้รับค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยโครงการก่อสร้างจำนวน 400 ล้านบาท
-ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงิน(โอนกลับ) จำนวน (610.28) ล้านบาท มาจากการที่บริษัทสามารถติดตามให้มีการชำระหนี้ได้ โดยเป็นไปตามขั้นตอนในสัญญา
-ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมของบริษัทเป็นจำนวน 193.16 ล้านบาท โดยหลักมาจากการปรับการลงทุนในนอร์ทเทิร์นและอีสเทิร์นเป็นเงินลงทุนในตราสารทุนในช่วงไตรมาส 1/68 (ซึ่งวัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะปัจจุบัน ซึ่งรายการค่าที่สำคัญระหว่างบริษัทกับนอร์ทเทิร์นและอีสเทิร์นได้สิ้นสุดลง ส่งผลให้บริษัทไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานของนอร์ทเทิร์นและอีสเทิร์นอีกต่อไป
-ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท รวมเป็นเงินปันผลที่ต้องจ่ายจำนวน 835.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน 42.9% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือ ทั้งนี้ สิทธิการได้รับเงินปันผลวันที่ 10 มีนาคม 69 และ วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 9 มี.ค. 69 และ กำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พ.ค. 69 ทั้งนี้ สิทธิการได้รับเงินปันผลยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
-อนุมัติการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนสำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/68 เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 68 โดยมีจำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น 16,998,500 หุ้น คิดเป็น 1.12% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ รวมมูลค่าซื้อหุ้นคืนทั้งสิ้น 107,075,605 บาท
-อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท (หรือ ในสกุลเงินอื่นในจำนวนที่เทียบเท่า)ทั้งนี้ บริษัทสามารถออกและเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม หรือ ทดแทนหุ้นกู้เดิมที่มีการไถ่ถอนไปได้ภายในวงเงินดังกล่าว ตลอดจนขยายธุรกิจและการลงทุน หรือ ใช้ในการดำเนินงาน หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัท โดยหุ้นกู้ที่บริษัทออกจำหน่ายแล้วแต่ยังไม่ได้รับการไถ่ถอน ไม่ว่า ณ ในขณะใดขณะหนึ่งจะต้องมีจำนวนไม่เกินวงเงินดังกล่าวข้างต้น(revolving basis)
เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ