โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผนึกกำลังหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบัน จัดสัมมนาใหญ่ "Future Trend and Foresight" ชูยุทธศาสตร์ "Mission 2000"

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ผนึกกำลังหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบัน จัดสัมมนาใหญ่

เครือข่ายหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบันชั้นนำของประเทศไทย นำโดย สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 29 เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน ร่วมด้วย หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) และ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) จัดงานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 15 ภายใต้หัวข้อ “Future Trend and Foresight: รู้เทรนด์โลก เห็นอนาคต นำการเปลี่ยนแปลง” เพื่อระดมสมองและกำหนดทิศทางประเทศไทยท่ามกลางความผันผวนของระเบียบโลกใหม่ มุ่งสร้างพื้นที่ทางปัญญาเพื่อ “ฉายภาพอนาคตและสังเคราะห์ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์” ของประเทศไทย ผ่านการระดมความคิดจากผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันทำความเข้าใจแรงเปลี่ยนระดับโลก และแปลงความเข้าใจนั้นไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องวายุภักษ์ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

s__44736630_0

ภายในงานมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "Future Thailand" โดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และเวทีเสวนาวิชาการจากผู้แทน 6 สถาบัน นำโดย คุณรังสิมันต์ โรม ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน คุณเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม คุณวีระชาติ ศรีบุญมา ที่ปรึกษากฎหมาย ธนาคารกรุงเทพ พล.ต.อดิศร จรัส ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนฯ กรมยุทธการทหาร คุณขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด และดำเนินรายการโดย ดร.พีระสิทธิ์ คุณเลิศอาภรณ์ อดีตนักวิชาการระดับเชี่ยวชาญ กระทรวงการคลัง ซึ่งได้มีการนำเสนอองค์ความรู้และยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อรับมือกับอนาคต เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มโลกและการเตรียมพร้อมของประเทศไทยในมิติยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและธรรมาภิบาล โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน

s__44736592_0

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการสัมมนาในครั้งนี้ว่า โลกกำลังเปลี่ยนเร็วและซับซ้อนมากขึ้น การรวมตัวของ 6 สถาบันหลักในวันนี้ จึงเป็นนิมิตหมายอันดีในการผนึกกำลังทางความคิด องค์ความรู้และเครือข่ายจากหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงทั้ง 6 สถาบันจึงมีบทบาทสำคัญในการ “มองไกล คิดลึก และทำร่วมกัน” เพื่อช่วยให้ประเทศไทยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน วางนโยบายอย่างรอบด้าน และรับมือความผันผวนได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยเน้นว่าการพัฒนาประเทศในยุคใหม่นี้ต้องอาศัยทั้ง “วิสัยทัศน์เชิงอนาคต” (foresight) ซึ่งไม่ใช่การทำนายอนาคต หากแต่เป็นกระบวนการวิเคราะห์แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และสัญญาณอ่อน (weak signals) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อความเป็นไปได้ของอนาคตหลายรูปแบบ ช่วยให้ผู้นำสามารถเตรียมพร้อม ตัดสินใจเชิงรุก และออกแบบนโยบายหรือกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นต่อความไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สาระสำคัญของการสัมมนาปีนี้ เจาะลึก 6 วาระกำลังกำหนดทิศทางประเทศอย่างเข้มข้น ได้แก่
หัวข้อ แนวทางการพัฒนาการเมืองไทยในอนาคต โดย คุณรังสิมันต์ โรม หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 29 ได้นำเสนอภาพวิเคราะห์ว่า ไทยกำลังอยู่ใน “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” สำคัญจากระบบการเมืองที่ขาดเสถียรภาพไปสู่ประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ โดยโจทย์ใหญ่ไม่ใช่เพียงการสร้างเสถียรภาพ แต่ต้องมีทั้งประสิทธิภาพและความชอบธรรมควบคู่กัน พร้อมชี้ให้เห็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง ได้แก่ วิกฤตความชอบธรรมของกติกา การตรวจสอบที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง และประสิทธิภาพภาครัฐที่ถดถอย ซึ่งส่งผลต่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน อีกทั้งเสนอ “4 วาระเร่งด่วน” เพื่อพาประเทศออกจากความไม่แน่นอน ได้แก่ การทำให้การเลือกตั้งมีความรับผิดรับชอบและไม่เป็นเพียงพิธีกรรม การผลักดันรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน การยกระดับรัฐให้มีประสิทธิภาพและปราบโกงอย่างจริงจัง และการสร้างวัฒนธรรมแก้ปัญหาผ่านระบบรัฐสภาเพื่อปิดประตูวงจรรัฐประหาร โดยย้ำว่าการฟื้นฟูความชอบธรรมของระบอบการเมืองต้องเริ่มจากการทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า “อำนาจยังเป็นของประชาชน” อย่างแท้จริง

s__44736590_0

หัวข้อ สถานการณ์ภัยคุกคามและความมั่นคง (Geopolitics & Security Landscape) โดย พล.ต. อดิศร จรัสหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 วปอ. ชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคการแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นและระเบียบโลกไม่เป็นเอกภาพ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงมีลักษณะ “หลายมิติ-หลายภัยคุกคาม” ตั้งแต่ชายแดน ความขัดแย้งประเทศเพื่อนบ้าน การก่อการร้าย ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเสนอให้ไทยยกระดับการบูรณาการด้านการทหาร เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติและความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน
หัวข้อ “Future Scenario Election ของประเทศไทย ในอีก 4 ปีข้างหน้า” โดย คุณวีระชาติ ศรีบุญมา หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ พตส. ได้เสนอภาพการเลือกตั้งที่ประชาชนเชื่อมั่นได้ผ่าน “ความโปร่งใสด้วยเทคโนโลยี” โดยมุ่งให้มีระบบรายงานผลแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. ทุกระดับด้วย AI ในการคัดกรองคุณสมบัติบุคลากร และสร้างกลไกการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งหมดควรเดินหน้าภายใต้แนวคิด Regulatory Sandbox เพื่อทดลอง-กำกับความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ก่อนขยายผลจริงเพื่อลดข้อร้องเรียนและยกระดับความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง
หัวข้อ Thailand in the New World Order – ไทยในยุคระเบียบโลกเปลี่ยน โดย ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ วตท. วิเคราะห์ว่า โลกกำลังก้าวสู่ยุค “Fractured World” หรือโลกแตกแยกจากการแข่งขันของมหาอำนาจและความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ส่งผลให้การค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานผันผวนรุนแรงในระยะยาว ขณะเดียวกันไทยเผชิญความท้าทายซ้อน ทั้งกับดักรายได้ปานกลาง เศรษฐกิจโตต่ำหลังโควิด และการขาดเครื่องยนต์ใหม่ ประกอบกับโจทย์โครงสร้างอย่างสังคมสูงวัย แรงงานคุณภาพ และกติกาที่ล้าสมัย จึงต้องเร่งปรับตัวเชิงระบบเพื่อรับมือกับสภาวะความผันผวนรุนแรง (VUCA) ไปอีก 25-50 ปีข้างหน้า พร้อมได้เสนอแนวคิด “ลูกธนูสามดอก” และ Mission 2000: ยกระดับเศรษฐกิจ–ตลาดทุนควบคู่กัน โดย แนวคิด “ลูกธนูสามดอก” ได้แก่ 1) การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและขนส่ง (Hard Infrastructure) (ระบบน้ำ ชลประทาน ขนส่ง) เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในภาพใหญ่ 2) การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและกฎหมาย (Soft Infrastructure) อาทิ การคลังและภาษี การศึกษา การยกระดับธรรมาภิบาล และนโยบายการเงินแบบสนับสนุนการเติบโต รวมถึงแนวทางเพิ่มสภาพคล่องตลาดทุน และ 3) การปฏิรูปภาคการแพทย์เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ให้เป็นอีกแรงขับเคลื่อนใหม่ของประเทศ

s__44736591_0

หัวข้อ “การมองภาพอนาคตเพื่อวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาองค์กรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติ กรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์” (Justice System and Cyber Scammers) โดย คุณเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 30 บ.ย.ส. ชี้ว่าอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์เป็นเครือข่ายข้ามชาติที่ซับซ้อน ใช้เทคโนโลยีและช่องโหว่ระบบการเงิน ทำให้การสืบสวนดำเนินคดีท้าทาย จึงเสนอให้บูรณาการหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมกับหน่วยงานกำกับธุรกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานสื่อสารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่มาตรการจัดการบัญชีม้า ตัดสัญญาณ/ควบคุมหมายเลขในพื้นที่เสี่ยง การเฝ้าระวังเชิงรุก ไปจนถึงการพัฒนากระบวนพิจารณาคดีให้ทันยุคดิจิทัล เพื่อให้ยุติธรรม “รวดเร็ว เป็นธรรม” และเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน
หัวข้อ “From Global Shifts to Thailand’s Futures” โดย คุณขยล ตันติชาติวัฒน์ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) รุ่นที่ TEPCoT เน้นว่า AI กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ขณะที่กติกาโลกใหม่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืนและมาตรการคาร์บอน ซึ่งกำลังเปลี่ยนเงื่อนไขการแข่งขันอย่างสิ้นเชิง จึงตั้งโจทย์สำคัญว่าไทยจะรักษาความสามารถแข่งขันและยกระดับเศรษฐกิจอย่างไรในทศวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่านที่เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และโครงสร้างประชากรปรับตัวพร้อมกัน พร้อมชี้ว่าการเตรียมคน กติกา และระบบสนับสนุนภาคธุรกิจให้พร้อมต่อมาตรฐานใหม่ จะเป็นตัวตัดสินว่าไทยจะเป็น “ผู้ชนะ” หรือ “ผู้ตาม” ในเวทีเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ภายในงาน ได้มีพิธีส่งมอบธงสัญลักษณ์ให้แก่เจ้าภาพจัดการสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 16 อย่างเป็นทางการ โดยหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) จะทำหน้าที่สานต่อภารกิจในการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และระดมสมองเพื่อพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...