ปชน.-สว.ชี้บัตร ลต.ใหม่ไม่เหมือนเดิม ส่อขัด รธน.จี้ กกต.เคลียร์
ปชน.-สว.ชี้บัตร ลต.ใหม่ไม่เหมือนเดิม ส่อขัด รธน.จี้ กกต.เคลียร์
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุมใหญ่ประจำสัปดาห์ โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุมพิจารณาวาระสำคัญความคืบหน้าการประกาศผลลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) การออกเสียงประชามติ และนับคะแนนใหม่ เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร การลงคะแนนใหม่ที่ จ.น่าน 1 หน่วยเลือกตั้ง และ จ.อุดรธานี 2 หน่วยเลือกตั้ง รวมถึงพิจารณาข้อถกเถียงของสังคมเรื่องบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่ ซึ่งปรากฏว่าบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อบริเวณด้านล่างบัตรยังคงมีการพิมพ์บาร์โค้ดเช่นเดิม แต่ไม่ปรากฏหมายเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง เหมือนที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงความคืบหน้าการประกาศคะแนน และประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพบเอกสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 6 และเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ถูกทิ้งในบ่อขยะที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าวต่อไป
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า พบว่าบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไม่มีการกำหนดหมายเลข ซึ่งต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สะท้อนว่า กกต.รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงไม่ใช้บัตรที่รันหมายเลข ที่มีประเด็นถูกตรวจสอบได้ว่าการออกเสียงไม่เป็นความลับ ซึ่งกรณีดังกล่าว ตนยังรอคำชี้แจงอย่างชัดเจนจาก กกต.ในเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ และนำเข้า กมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรฐานบัตรเลือกตั้งที่ต่างกันจะนำไปสู่การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดได้หรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวต้องพิจารณาในหลายขั้นตอน ซึ่งกรณีปัญหาของคิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ทำให้การออกเสียงเป็นความลับหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ มองว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญ หากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องพิจารณาว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปในทางลับ จะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ หากเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบข้อสังเกตเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดพลาดที่ส่งผลให้เจตนารมณ์ของประชาชนเปลี่ยนไป ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้
ด้านนายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่บัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร แต่ยังสามารถสแกนบาร์โค้ดได้อยู่ว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. ได้ชี้แจงแล้วว่า การที่บัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่มีการระบุหมายเลขที่บัตร แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่มีทั้งเลขบนต้นขั้วบัตรและเลขบนบัตรเลือกตั้งมีปัญหา อนุมานได้ว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ จึงถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาลว่า มีปัญหาจริง
นายธีระ กล่าวถึงปัญหาบัตรเขย่งที่มีจำนวนมาก ว่า ต้องตรวจสอบว่าบัตรเขย่งระหว่างผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกับบัตรขานคะแนน ที่แตกต่างกันจำนวนมากว่าเกิดจากอะไร และใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ หากมีจำนวนบัตรเขย่งเกินกว่าความเป็นจริง และไม่สามารถอธิบายได้ อนุมานได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม
“ถ้ามีบัตรเขย่ง 2-3 ใบ อาจพูดได้ว่าเป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของมนุษย์ที่ดูแลเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าต่างกันเป็นหลักร้อย หลักพัน หรือหลักหมื่น โดยไม่มีคำชี้แจงอย่างมีเหตุมีผล จะกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ชี้ให้เห็นว่าบัตรเขย่งที่เกิดขึ้นผิดธรรมชาติ” นายธีระ กล่าว
เมื่อถามว่า จากการเก็บข้อมูลของนักวิชาการ พบว่ามีจำนวนบัตรเขย่งทั่วประเทศ 3 แสนใบ มีความผิดปกติที่จะทำให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าในภาพรวมเขย่ง 3 แสนใบ เป็นยอดที่ผิดปกติมาก และว่า กกต.มีอำนาจสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้ หากพบว่ามีการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม แต่กลับพบว่า หลังเลือกตั้งมา 2 สัปดาห์ จนถึงตอนนี้ กกต.นิ่งมาก ประเด็นนี้อาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองด้วย หากไปถึงศาล ต้องรอว่าศาลจะมองว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ถ้าศาลมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2549 ก็จะได้จัดการเลือกตั้งใหม่ทีเดียว ไม่ต้องจัดใหม่เป็นรายเขต ถ้ามีการเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมด และให้จัดเลือกตั้งใหม่ พรรค ปชน.ก็มีความพร้อมที่จะส่งผู้สมัครเข้าสู่สนามการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นฟ้อง กกต.เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่า อีก 1-2 วัน จะมีความชัดเจน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน.-สว.ชี้บัตร ลต.ใหม่ไม่เหมือนเดิม ส่อขัด รธน.จี้ กกต.เคลียร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th