SPCG เปิดงบปี 68 กำไร 377 ลบ.จ่ายปันผลเพิ่ม 0.26 บ./หุ้น กางแผนปี 69 รุกหนักโซลาร์รูฟ
SPCG เปิดงบปี 68 กำไร 377 ลบ.จ่ายปันผลเพิ่ม 0.26 บ./หุ้น กางแผนปี 69 รุกหนักโซลาร์รูฟ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.พ. 69 13:51 น.
SPCG เปิดงบปี 68 กำไร 377 ลบ. โชว์ EBITDA 1,078 ลบ. บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล อีก 0.26 บ./หุ้น กางแผนปี 69 ปรับทัพธุรกิจครั้งใหญ่ บุกตลาดโซลาร์รูฟภาคครัวเรือน เต็มสูบ - ตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าที่ 373.3 ล้านหน่วย
นางสาวออมสิน ศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดปี 68 มีกำไรสุทธิ 377.3 ล้านบาท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,725.5 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย 1,078.4 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 62.5%
- บริษัท ยังคงรักษาประสิทธิภาพการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ทั้ง 36 โครงการได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่รัดกุม อีกทั้งสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจากธุรกิจโซลาร์รูฟ โดยทำรายได้ถึง 404.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.58% ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 มีมติอนุมัติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 68 เพิ่มเติมอีกในอัตรา 0.26 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินรวม 274.5 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.ย.68 ในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท และวันที่ 12 ธ.ค.68 ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท จะเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งปีหุ้นละ 2.16 บาท เพื่อตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง ฐานะทางการเงิน ตลอดจนแผนการลงทุนในอนาคตแต่อย่างใด โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 13 มี.ค.69 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พ.ค.69 นี้
กางแผนปี 2569 - รุกตลาด โซลาร์รูฟบ้าน สร้างรายได้ใหม่
-ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 69 บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR (บริษัทในเครือ SPCG) ซึ่งเป็น Growth Engine ของบริษัทฯ ในการเป็นผู้บุกเบิกตลาดโซลาร์รูฟมากว่า 15 ปี ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยนอกจากจะยังคงสร้างฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่ไว้แล้ว ยังได้มุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจ โซลาร์รูฟสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential) มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับกับกระแสพลังงานสะอาดและความต้องการลดค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น
ปี 2569 จะเป็นปีที่เราให้ความสำคัญกับตลาดบ้านอยู่อาศัยมากขึ้น จากเดิมที่เน้นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ เรามองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและความคุ้มค่าในการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดย SPR ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ ให้มีความทันสมัย เข้าถึงง่าย เน้นความไว้วางใจในมาตรฐานและคุณภาพด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 15 ปี เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยการออกแบบที่มีประสิทธิภาพสูงและให้บริการที่ดีเลิศ
- ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า (Solar Farm) ในประเทศทั้ง 36 โครงการ (36 SPVs) ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักที่แข็งแกร่ง โดยในปี 69 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าที่ 373.3 ล้านหน่วย ซึ่งสูงกว่าค่าพยากรณ์ทางสถิติ (P50) ประมาณ 12% และสูงกว่าผลการดำเนินงานปี 2568 ประมาณ 4% อีกทั้งยังปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการโซลาร์ฟาร์ม เน้นความเข้มงวดในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมค่าใช้จ่าย และบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
-Solar Farm ทั้ง 36 โครงการนั้น นอกเหนือจากการรักษาประสิทธิภาพการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และการบริหารจัดการต้นทุนที่รัดกุมแล้ว SPCG ยังประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการขายใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) โดยผลการดำเนินงาน (ปี 2566 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ ดำเนินการขายใบรับรอง REC ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 453,017 RECs เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 270,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) คิดเป็นเงินกว่า 11.2 ล้านบาท
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ