ปชน. แจงขอรหัสหลังบัตร ทำเพื่อความรัดกุม ป้องกันถูกวางยายุบพรรค
กรณีดราม่าอ้าง พรรคประชาชนจ้างบริษัท สเปคเตอร์ ซี ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ให้พรรค รวมทั้งกรณีพรรคขอรหัสสิบสองหลักหลังบัตรประชาชน (Laser ID) ของผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคกว่า 1.1 เเสนคน เพื่อนำไปตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในการยืนยันตัวตนนั้น
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคฯ ไม่เคยจัดเก็บอยู่ในระบบฐานข้อมูล ไม่ว่าจะสมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน และแม้ว่า ประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคฯ ต้องใช้ Laser ID ซึ่งเป็นรหัสที่เอาไว้ยืนยันกับกรมการปกครองว่า ข้อมูลที่ก่อนเข้ามาถึงพรรคตามหน้าบัตรประชาชน ก็จะมีชื่อ นามสกุล ที่อยู่ รวมถึงวันเดือนปีเกิด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และยืนยันว่า บัตรนี้เป็นบัตรปัจจุบัน เป็นบัตรตัวจริงใบล่าสุดจริงหรือไม่ ผ่านการใช้ Laser ID
"ผมเข้าใจว่าอาจจะมีหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมพรรคการเมืองอื่น มีระบบสมัครสมาชิกพรรคเเบบออนไลน์ไม่เห็นขอ Laser ID เลย ทำไมพรรคประชาชนต้องขอ ต้องบอกว่า กฎหมายเลือกตั้ง สส. และกฎหมายพรรคการเมือง บังคับให้ต้องมีความรัดกุม อย่างเช่นการสมัครสมาชิกพรรค ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย กำหนดว่าขั้นต่ำกี่ปี เผื่อมีการเปลี่ยนสัญชาติ เงินที่พรรคจะรับมาได้ ต้องเป็นเงินที่เรียกว่า ไม่ใช่เงินสีเทา ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำธุรกิจผิดกฎหมายและมีการบริจาคเข้าพรรคแม้แต่บาทเดียว ถ้าตรวจสอบเเละยื่นร้อง อาจจะถึงขั้นยุบพรรคได้เลย" นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ ยืนยันต้องทำเพื่อความถูกต้องของข้อมูลว่า คนที่มาสมัครสมาชิกพรรค คนที่มาบริจาคให้พรรค เป็นคนจริง ๆ ไม่ใช่ว่า มีถ่ายรูปแค่หน้าบัตรประชาชน ซึ่งสามารถตัดต่อแก้ภาพได้ ทำให้ไม่ทราบว่า ข้อมูลตรงกับในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์หรือไม่
ส่วนทำไมพรรคต้องทำมากกว่าพรรคอื่น นั้น นายณัฐพงษ์ มองว่า เพราะพรรคเป็นเป้าถูกโจมตี หากเกิดวันหนึ่ง จะมีการหาเรื่องร้องยุบพรรคประชาชนขึ้นมา โดยแอบส่งคนมาสมัครสมาชิกพรรค หรือใช้ข้อมูลปลอม แอบส่งคนมาบริจาคเงินให้พรรค ซึ่งเงินมาจากแหล่งสีเทาแล้วไปยื่นร้องต่อ กกต.ว่า พรรคส้มทำผิดกฎหมาย ถึงขั้นยุบพรรคได้ แต่พรรคอื่น ๆ อาจจะไม่จำเป็นต้องรัดกุมเท่าพวกเรา เพราะว่า อาจจะไม่ได้มีประเด็นที่ใครจะไปทำอย่างนี้กับพรรคอื่น ๆ หรือไม่ ตนไม่รู้ ข้อสังเกตนี้ เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมพวกเราจะต้องมีระบบยืนยันที่รัดกุมแบบนี้
ส่วนกฎหมายไม่ได้บังคับใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า ถูกต้อง ซึ่งพรรคประชาชนมีสมาชิกมากที่สุดคืออันดับ 1 ของประเทศกว่า 100,000 คน เพราะฉะนั้น การที่จะเอาคนมานั่งตรวจแล้วยืนยันได้หรือไม่ว่า ตกลงบัตรประชาชนนี้เป็น บัตรปลอมหรือบัตรบัตรจริงนั้น มันทำไม่ได้ในเชิงการปฏิบัติ จึงต้องเอาระบบไปชนกัน
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ยอมรับว่าในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านพรรค ระบบเชื่อมต่อกับกรมการปกครองยังไม่สมบูรณ์ ทำให้หน้าเว็บไซต์ยังคงค้างช่องให้กรอกข้อมูลทั้งที่ยังไม่ได้บันทึกหรือเชื่อมระบบเสร็จสิ้น ซึ่งทางพรรคกำลังเร่งแก้ไขและได้ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาความเสี่ยงข้อมูลหลุดนั้น ฝากตั้งคำถามเดียวกันอย่างนี้กับบริษัทเอกชนอื่น ๆ เช่น การสมัครทำธุรกรรมออนไลน์ใน Mobile Banking เพราะหลาย ๆ บริษัทก็ขอ Laser ID ไปยืนยันในการทำธุรกรรม เพราะฉะนั้น ตนมองว่า ถ้าจะตั้งคำถามนี้ว่ามันผิดที่ไหน จึงมันผิดที่การออกแบบของระบบของกรมการปกครองตั้งแต่แรก
ส่วนระบบของกรมการปกครองออกแบบไม่ดี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เพราะออกแบบระบบมาว่า พรรค ธนาคาร บริษัท ต้องการยืนยันด้วยLaser ID ต้องทำตัวเป็นท่อกลาง คือ ให้ประชาชนกรอก Laser ID มาที่เว็บของพรรค ธนาคาร บริษัทก่อน แล้วตัวกลางค่อยส่งข้อมูล Laser ID พร้อมข้อมูลหน้าบัตรประชาชนไปยืนยันกับกรมการปกครอง โดยกรมการปกครอง จะตอบกลับมาว่า ถูกต้องไหม กับข้อมูลที่ส่งมาว่า ถูก ไม่ถูก ถ้าไม่ถูกก็ไม่ให้ผ่าน ถ้าถูกก็ให้ผ่าน ใช่ไหม การออกแบบระบบแบบนี้มันทำให้คนกลางถ้าทุจริต สามารถที่จะดักจับข้อมูลเก็บไว้ได้หมด
ส่วนการออกแบบระบบที่ดีกว่าคืออะไร นายณัฐพงษ์ ให้นึกภาพเวลาเราล็อกอินด้วย Apple ID หรือล็อกอินด้วย Google Account ล็อกอิน Facebook ID เวลาจะล็อกอินด้วย ID ต่าง ๆ เหล่านี้ ระบบมันจะพาไปที่หน้าเว็บของเว็บเหล่านี้ เพราะฉะนั้น คนที่จะเก็บข้อมูล Username และ Password คือ Google, Facebook และ Apple ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งไปที่นั่น และเมื่อล็อกอินสำเร็จผู้ให้บริการแต่ละราย จะตอบกลับมาว่า ล็อกอิน สำเร็จแล้ว ซึ่งเชื่อถือได้ เพราะยืนยัน Username-Password แล้ว ฉะนั้น เส้นการวิ่งของข้อมูลจะไม่ผ่านตัวกลางเลย โดยมันจะวิ่งไปที่ตรงนั้นเลย
"ถามว่าความที่มันไม่ปลอดภัยของ Laser ID ที่มันอาจจะหลุดได้จากตัวกลาง ถ้าจะตั้งคำถามนี้กับพรรคประชาชนนั้น ทำไมไม่ตั้งคำถามกับธนาคารบริษัท ซึ่งผมไม่ได้โทษธนาคาร หรือบริษัทอื่น ๆ นะ พวกเขาต้องทำระบบให้เป็นแบบนี้ เพราะกรมการปกครองออกแบบระบบการยืนยันมาเป็นแบบนี้" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ กรมการปกครอง จะอนุญาต เเละระบุว่า Laser ID นั้น หากประชาชนเจ้าของบัตรประชาชนยินยอมให้พรรคฯ นำไปใช้นั้น ถือว่า พรรคกระทำได้ เเต่การประสานงานเชื่อมต่อระบบออนไลน์ของพรรค-กรมการปกครองยังไม่สมบูรณ์ จากนั้นพรรคจึงเเถลงการณ์ว่า หากผู้จะสมัครสมาชิกพรรคไม่ต้อง Laser ID อีกต่อไป ซึ่งกรณีดังกล่าว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคประชาชน อาจทำผิดกฎหมาย มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA หรือไม่ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชน และ Laser ID ของสมาชิกพรรค ที่พรรคเเจ้งให้กรอกข้อมูลออนไลน์นั้น อยู่ในขั้นตอนอยู่ระหว่างดำเนินการให้สมบูรณ์ของกรมการปกครอง และยังมีบางฝ่าย มองว่า พรรคอาจนำข้อมูลสมาชิกพรรค เเละ Laser ID ไปในการเเอบอ้างใช้ประโยชน์อื่น ๆ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยเจ้าของบัตรประชาชนนั้น ๆ ไม่ทราบ และไม่ได้อนุญาต ซึ่งอาจผิดกฎหมายได้