ดาวโจนส์ปิดบวก 370 จุด รับกลุ่มเทคฯ ฟื้น หลังคลายกังวล AI
ดาวโจนส์ปิดบวก 370 จุด รับกลุ่มเทคฯ ฟื้น หลังคลายกังวล AI
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.พ. 69 7:08: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันอังคาร (24 ก.พ.) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่กลับมารีบาวด์ หลังถูกเทขายอย่างหนักไปเมื่อวันจันทร์ ขณะที่กระแสความสนใจในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) บดบังความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีนี้ต่ออุตสาหกรรม
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,174.50 จุด เพิ่มขึ้น 370.44 จุด หรือ +0.76%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,890.07 จุด บวก 52.32 จุด หรือ +0.77% และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,863.68 จุด บวก 236.41 จุด หรือ +1.05%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทำผลงานโดดเด่น ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการของ S&P เพิ่มขึ้น 1.3% หลัง Anthropic เปิดตัวปลั๊กอินใหม่ที่พัฒนาร่วมกับกลุ่มวาณิชธนกิจและงานด้านทรัพยากรบุคคล โดยบริษัทระบุว่า มีการพัฒนาร่วมกับพันธมิตร เช่น Thomson Reuters, Salesforce และ FactSet ส่งผลให้หุ้นของบริษัทเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
แมทธิว คีเตอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของ Keator Group ระบุว่า ตลาดยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนและมีแรงซื้อเมื่อย่อตัวเป็นระยะ เพราะยังไม่ชัดเจนว่า AI จะสร้างคุณค่าหรือแรงกระแทกต่อธุรกิจต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด
ขณะที่โรเบิร์ต พาฟลิก ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสของ Dakota Wealth มองว่า Anthropic มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในการประกาศความสามารถใหม่ ๆ ของผลิตภัณฑ์ แต่กระบวนการนำไปใช้จริงยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และการยอมรับ รวมถึงการประยุกต์ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในวงกว้างอาจต้องใช้เวลาอีกระยะ
ด้านผู้กำหนดนโยบายการเงินได้แสดงความเห็นที่ต่างกันต่อผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยลิซา คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ มองว่า AI ไม่น่าจะสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน คำตัดสินของศาลให้เพิกถอนมาตรการภาษีหลายรายการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการขู่ใช้มาตรการภาษีรอบใหม่ของผู้นำสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนในตลาด ซึ่งพาฟลิกเพิ่มเติมว่า ยังมีคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะดำเนินต่อไปหรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรในอนาคต
ในบรรดาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่คำนวณในดัชนี S&P 500 พบว่า กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่กลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวลดลงมากที่สุด
หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มท่องเที่ยว ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยปรับขึ้น 2.9% หลังร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์จากผลกระทบของพายุฤดูหนาวที่ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เป็นอัมพาต
ภาพรวมหุ้นรายตัว
- หุ้น FactSet พุ่งขึ้น 5.9% ขณะที่หุ้น Thomson Reuters ที่จดทะเบียนซื้อขายในสหรัฐฯ ทะยานขึ้น 11.5% ส่วนหุ้น Salesforce พุ่ง 4.1% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดของดัชนีดาวโจนส์ จากข่าวความคืบหน้าของ Anthropic
- หุ้น Home Depot ผู้ค้าปลีกอุปกรณ์ปรับปรุงและตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นของดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 2.0% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และยังคงประมาณการผลประกอบการทั้งปีตามเดิม
- หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งขึ้น 8.8% หลังประกาศว่าจะขายชิป AI มูลค่าสูงสุด 60,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Meta Platforms ในช่วงห้าปีข้างหน้า ภายใต้ข้อตกลงที่เปิดทางให้บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กสามารถเข้าซื้อหุ้นของผู้ผลิตชิปรายนี้ได้สูงสุด 10% หรือ 160 ล้านหุ้น ขณะที่หุ้น Meta เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3%
- หุ้น Keysight Technologies ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พุ่งขึ้น 23.1% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 สูงกว่าที่วอลล์สตรีทประเมินไว้
ภาพรวมการซื้อขาย
- ปริมาณการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,060 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลอด 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 20,290 ล้านหุ้น
- ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กมีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 2.06 ต่อ 1 โดยมีหลักทรัพย์ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ 464 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 159 ตัว
- ตลาดหลักทรัพย์แนสแดค มีหุ้นบวก 3,194 ตัว และหุ้นลบ 1,493 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 2.14 ต่อ 1
- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 46 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 13 ตัว ส่วนดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 99 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 164 ตัว
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ