ผลวิเคราะห์ชี้ การปล่อยคาร์บอนของจีน “ทรงตัวหรือลดลง” ในปี 2568
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า จีนเป็นผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดของโลก และทางการให้คำมั่นว่าจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงระดับสูงสุดภายในปี 2573 แม้นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่า จีนอาจทำได้เร็วกว่านั้นก็ตาม
การวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (ซีอาร์อีเอ) สำหรับเว็บไซต์สภาพอากาศ “คาร์บอน บรีฟ” ระบุว่า ในปีที่แล้ว การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของจีน ลดลงในเกือบทุกภาคส่วนหลัก รวมถึงการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมหาศาล ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น่าจะลดลง 0.3% ในปี 2568
แม้ตัวเลขดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เนื่องจากค่าความคลาดเคลื่อนในการคำนวณตัวเลขบางส่วน ซึ่งรวมถึงการบริโภคถ่านหิน แต่การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นครั้งแรกที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทรงตัวหรือลดลงตลอดทั้งปี ขณะที่ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การลดลงในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครั้งล่าสุดของจีน เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 และเชื่อมโยงกับภาวะล็อกดาวน์ ส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นการต่อยอดแนวโน้มคงที่หรือลดลง ที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2567 และส่วนหนึ่งเกิดจากการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนครั้งใหญ่ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้ายังคงเปราะบาง เนื่องจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมเคมี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2568 และคาดว่าจะพุ่งสูงต่อไป ซึ่งการวิเคราะห์พบว่า มันจะส่งผลกระทบอย่างมาก อีกทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงยังถือว่า “ไม่มากนัก”.
เครดิตภาพ : AFP