'สุภัทร' ยัน ปชน.เป็นพรรคหลักแทน พท. จัดตั้งเข้มแข็งสู้บ้านใหญ่
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อยากให้อ่าน แม้จะยาวและแน่น “ทางที่เราจะไปต่อ” ตนลองประมวลความคิดหลัก ๆ (บวกใส่ความคิดตัวเองไปบ้าง) จากการสัมมนาใหญ่พรรคประชาชนครั้งแรกหลังเลือกตั้ง
นพ.สุภัทร ระบุว่า ชนชั้นนำทางเศรษฐกิจ การเมือง จารีต รวมตัวกันทำ passive revolution ปฏิวัติแบบไม่ปฏิวัติ เขาเริ่ม institutionalized เอาสิ่งผิดๆเข้าไปอยู่ในระบบ อาทิ ทำให้เครือข่ายอุปภัมป์แบบบ้านใหญ่กลายเป็นเรื่องปกติ ทุนเทาอยู่กันได้กับราชการอย่างเป็นระบบ วุฒิสภาถูกยึด การใช้กฎหมายมาฟ้องปิดกั้น การเมืองบ้านใหญ่เข้ารวมศูนย์ที่ภูมิใจไทย นี่คือการสนธิกำลัง โดยมีเป้าหมายคือทำให้พรรคประชาชนถดถอยลง
"แม้เราจะแพ้การเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้พรรคประชาชนก็มีสถานะพรรคหลักแทนพรรคเพื่อไทยไปแล้วอย่างสมบูรณ์" นพ.สุภัทร ระบุ
ทั้งนี้ ในความพ่ายแพ้ เราก็เห็น 2 โอกาสใหญ่
1. ครั้งนี้การแบ่งขั้วทางการเมืองเด่นชัดสุดๆ ส้มกับน้ำเงินยืนคนละมุม มุมก้าวหน้ากับมุมอนุรักษ์นิยม เส้นแบ่งที่ชัดเช่นนี้ ไม่ชนะก็คือแพ้ เมื่อขั้วแบ่งชัด ถ้าเราทำให้ประขาชาชนเห็นว่าต้องขั้วใหม่เท่านั้น คะแนนครั้งหน้าก็จะเทมาหาเรา
2. ปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องเล็กใหญ่ รัฐบาลอนุรักษ์นิยมยากจะแก้ได้ เพราะทำให้ชนชั้นนำเสียประโยชน์ เมื่อเรื่องที่แก้ไม่ได้เกิดสะสมมากขึ้น ๆ ความไม่พอใจของคนก็จะทวีคูณ เป็นโอกาสของพรรคประชาชนที่ต้องชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นปัญหาร่วมของประเทศที่ไม่อาจแก้ด้วยวิธีเดิมๆแล้ว ต้องเวย์ใหม่ ต้องพรรคประชาชน
เราเป็นฝ่ายก้าวหน้าที่อยากสร้างการเปลี่ยนแปลงลงลึก แต่เราก็อยากมีมวลชน mass มากๆด้วย เป็นสองสิ่งยากที่จะไปด้วยกัน แต่ยังอยู่ในวิสัยที่ทำได้ ที่ต้องไปสร้างสรรค์กันต่อ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่แค่การปราศรัย การทำงานในสภา การบอกความคิดลงโซเชียล แต่อะไรคือความสัมพันธ์ของพรรคกับประชาชนในรูปแบบใหม่ที่ยังอยู่ในกรอบอุดมการณ์ของพรรคที่จะสามารถเอาชนะระบบการเมืองอุปถัมภ์แบบเดิมได้ นี่คือโจทย์ที่ต้องไปขบคิดกันต่อ
organize the organic คือยุทธวิธีสำคัญ อสส. อาสาส้ม แกนที่เอาการเอางาน คือหนึ่งในคำตอบที่สำคัญมาก การปรับบุคลิกภาพของพรรคและตัวผู้สมัครที่ทำงานตอบโจทย์ปัญหาพื้นที่ก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ
การเลือกตั้งครั้งนี้ ชัดเจนว่า ครั้งนึ้หรือครั้งต่อ ๆ ไป เราไม่สามารถเข้าสู่อำนาจเป็นพรรคอันดับ 1 ได้โดยการรณรงค์หาเสียงเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการจัดตั้งที่เข้มแข็ง ซึ่งเรายังไม่เคยทำ และการเอาชนะทางความคิดต่อสังคมโดยรวม แต่เราเอาความคิดใหม่ไปให้ถึงผู้คนได้อย่างไร เอาชนะทางความคิดได้อย่างไร ไป mobilize ผู้คนได้อย่างไร ให้พลังทางความคิดและพลังการลงมือมาเจอกันให้ได้ โจทย์นี้รอการทำงานอย่างสร้างสรรค์จากเราทุกคน
ที่มา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ