โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปชน.ถอดบทเรียนลต. ชี้ชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง ‘อาสาส้ม’ ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เท้ง’ เผยถอดบทเรียนเลือกตั้งระบุชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง ‘อาสาส้ม’ ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์ ส่วน ส.ส.สอบตก มีกรรมาธิการ-งานพรรค ให้งานทำต่อ สู้ คดี 44 ส.ส. ยื่นศาลฎีกา ขอไม่ให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมมนาใหญ่พรรคประชาชน ว่า เป็นการมาถอดบทเรียนร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเท่าที่เราจะสามารถลงรายละเอียดได้ เพื่อสะท้อนสิ่งที่ทำให้เรายังไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ และสิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าเราเห็นตรงกันคือพรรคประชาชน ต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น และเราก็เตรียมความพร้อมที่จะจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร หรือ อสส. ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะสามารถให้เครือข่าย อสส.เหล่านี้ เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ทั้งในเรื่องของการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้กับผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พรรคสามารถที่จะผลักดันการแก้ปัญหาในพื้นที่ ในเรื่องของการเป็นแหล่งข่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า รวมทั้งการจัดกิจกรรมในพื้นที่ ประเพณีต่างๆ เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคมีความใกล้ชิดกับพื้นที่ รวมถึงการส่งข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่นในพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าในหลายพื้นที่ที่เราได้ยินมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ทราบข่าวมาว่าอาจจะมีในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ที่จริงๆ แล้วมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ในครั้งนี้อาจมีข้อสงสัยที่เพิ่มมากขึ้น มีปัญหาที่หนาหูมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะดำเนินการจับกุมได้ไม่ดีเท่าที่ควร เราจึงเตรียมความพร้อมที่จะส่งอาสาสมัครเหล่านี้ไปเป็นหูเป็นตาให้พวกเรา

เมื่อถามถึงการวางบทบาทให้กับคนที่สอบไม่ได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แน่นอนที่สุดตอนนี้เราสัมมนาในเรื่องของอาสาสมัคร ซึ่งก็มีผู้สมัครส่วนหนึ่งที่อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทุกคนยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานต่อกับพรรค สิ่งที่เราวางแผนร่วมกันตลอด 2 วันที่ผ่านมา คือการที่จะเร่งเคาะผู้สมัครให้เร็วที่สุด เพื่อให้แต่ละคนมีเวลาทำพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และการที่เราพอจะมีกลไกหรือตำแหน่งในสภา เราก็จะให้ผู้สมัครของเรามีที่ทางในการทำงานให้กับประชาชน ไม่ว่าเขาจะสอบได้หรือไม่ก็ตาม

เมื่อถามถึง การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่ช่วงเดือนมีนาคม มีการพูดถึงในเวทีสัมมนาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการหารือกัน แต่ตนอยากยืนยันว่าหลักความบริสุทธิ์ของเราและเพื่อนๆ ที่อยู่ในข่าย 44 ส.ส. ไม่ควรมีใครที่จะถูกดำเนินคดีในเรื่องของการที่เราเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. แต่เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด เราก็มีการหารือกันว่าหากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเอง ไปทำหน้าที่อย่างอื่น เช่น การสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่เพื่อทำให้เราชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้า ขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคซึ่งผูกพันกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็อยู่ที่ที่ประชุมของพรรคว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่และผู้นำฝ่ายค้านคนต่อไป แต่ขออย่าเพิ่งพูดไปถึงตอนนั้นเลย ขอให้จับตาดูที่คดีที่จะออกจาก ป.ป.ช.ไปที่ศาลฎีกาดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

ถามต่อว่า เตรียมการต่อสู้เรื่องคดีไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่เท่าเดิม เท่าที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไป คือทางทีมกฎหมายของพรรคได้ยื่นคำร้องกับว่าที่ ส.ส.ทั้ง 10 คน คือบัญชีรายชื่อ 8 คน และเขต 2 คน ในการยื่นคำร้องให้กับศาลฎีกาเพื่อให้ศาลไม่มีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร

ต่อข้อถามว่ากังวลสถานการณ์ภายในพรรคหรือไม่ หากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าที่ ส.ส.ทั้ง 10 คน ถือเป็นแนวหลักของพรรค นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวล จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกลไกในเรื่องของตำแหน่งประธานกรรมาธิการ คนที่จะมาทำหน้าที่วิปฝ่ายค้าน เราก็มีการวางตัวบุคลากรที่มีความพร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว จึงไม่ได้กังวลในส่วนนี้

เมื่อถามอีกว่า ได้วางตัวบุคคลใดในการเป็นประธานวิปฝ่ายค้านไว้บ้างหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยังไม่ขอระบุรายชื่อดีกว่า แต่ในที่ประชุมภายในพรรคได้มีการพูดคุยกันและมีบุคลากรที่พร้อมอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า เท่าที่ถอดบทเรียนสาเหตุที่ไม่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นเพราะอะไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อย่างหนึ่งต้องบอกว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาโดยภาพใหญ่นั้น เราสรุปบทเรียนออกเป็น 2 ภาพหลักๆ อย่างแรกคือผลประชามติที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม หรือเราแพ้เขตให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคกล้าธรรม แต่พื้นที่เหล่านั้นประชาชนก็ยังเห็นด้วยกับประชามติ อีกอย่างคือเรายังคงรักษาแชมป์ในส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่คะแนนความนิยมของเรามาเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นสิ่งที่ทำให้เราเห็นได้คือการทำงานทางความคิด เราวางยุทธศาสตร์ในการทำงานตั้งแต่ต้นว่า ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการทำงานทางความคิดก่อน ไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด และตนคิดว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าสิ่งที่เราคิดกันมาในอดีต

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่เราพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้คือการทํางานพื้นที่ที่อาจตั้งรับไม่ดีพอ และทํางานเชิงรุกมากไม่เพียงพอในอดีต เมื่อถอดบทเรียนออกมา เราจึงเตรียมพร้อมจัดตั้งเครือข่าย เมื่อฝั่งเขามีเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ฝั่งเราก็พร้อมที่จะมีเครือข่ายอาสาประชาชน

ส่วนว่าจําเป็นต้องดึงบ้านใหญ่เข้ามาหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การเมือง ที่ไม่ว่าจะนิยามคําพูดว่า บ้านใหญ่หรือเครือข่าย ระบบอุปถัมภ์ อย่างไร แต่สิ่งที่พวกเราดูถูกไม่ได้ หรือบอกว่าผิดไม่ได้เลย คือการที่ประชาชนออกไปตัดสินใจโหวตให้กับใครคนใดคนหนึ่งในพื้นที่ เพราะปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งที่เราได้รับปัญหามาจริงๆ เพราะฉะนั้น โจทย์ของพรรคในการไปสู้กับโจทย์การเมืองบ้านใหญ่ คือการสร้างเครือข่ายของเรา ให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ทําให้เขาหลุดโซ่ตรวน ที่ต้องอยู่ในกลุ่มระบบเครือข่ายเดิมๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน.ถอดบทเรียนลต. ชี้ชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง ‘อาสาส้ม’ ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...