โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ASPS อัพเป้า SET ปี 69 สู่ 1,510 จุด รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-กำไร บจ. แกร่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 04.23 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา เริ่มปรากฏสัญญาณการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) ที่มีความชัดเจน โดยตลาดหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก อันเนื่องมาจากความกังวลในภาวะฟองสบู่ของปัญญาประดิษฐ์ (AI Bubble) และความกังวลเรื่องจุดคุ้มทุนจากการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล ส่งผลกดดันให้ดัชนีหลักอย่าง NASDAQ และ S&P500 ปรับตัวลดลง

ขณะที่เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวได้ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นไทยที่สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นกว่า 10% (Month to Date) ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สวนทางกับสภาวะตลาดโลก

ทั้งนี้ จากปัจจัยบวกดังกล่าว ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยฯ ตัดสินใจปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 1,510 จุด จากเดิมที่วางไว้ 1,440 จุด โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1. กระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) จากปรากฏการณ์ลดการถือครองดอลลาร์ (De-dollarization) ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเม็ดเงินไหลออกจากสหรัฐฯ เข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย 2. อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เอื้ออำนวย

โดยไทยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.25% ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าระดับดอกเบี้ยที่นิ่งและต่ำจะสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกต่อตลาดหุ้น 3. ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตดีเกินคาด (Earnings Surprise) โดยทำผลงานได้สูงกว่าคาดการณ์เฉลี่ย 5% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ส่วนเพิ่มราว 1.25 บาทต่อไตรมาส และ 4. มูลค่าหุ้น (Valuation) มีความน่าสนใจ โดยส่วนต่างผลตอบแทนตลาดหุ้นกับพันธบัตร (Market Earning Yield Gap: MEYG) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.7% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงปี 2559 และ 2565 ที่นักลงทุนต่างชาติเคยเข้าซื้อสุทธิในปริมาณมาก สะท้อนให้เห็นว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำให้เน้นการคัดเลือกหุ้นที่มีความแข็งแกร่ง (Selective Buy) โดยมุ่งเน้นหุ้นที่คาดการณ์ว่ากำไรในปี 2026 จะมีการเติบโตต่อเนื่อง และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่า 3% โดยมีหุ้นเด่นจำแนกตามรายอุตสาหกรรม ดังนี้ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ SC และ AP, กลุ่มอาหารและส่งออก ได้แก่ ITC และ CBG, กลุ่มพาณิชย์และบริการ ได้แก่ COM7, CPALL และ BDMS และกลุ่มพลังงาน/นิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ GUNKUL, BCPG และ OR

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ยังแนะนำให้นักลงทุนติดตามเทรนด์โลก โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศในธีมสินค้าไลฟ์สไตล์และกีฬาที่กำลังมาแรง ได้แก่ AMER SPORTS (AS US) เจ้าของแบรนด์ Arc'teryx และ Salomon ซึ่งมียอดขายออนไลน์เติบโตสูงในจีน และ ON HOLDING (ONON US) แบรนด์รองเท้าวิ่งยอดนิยมที่ราคาหุ้นปัจจุบันเริ่มมีความน่าสนใจในการทยอยสะสม หลังจากกำไรมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาที่พักตัวลงมา ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงมีความผันผวนตามความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ แต่ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 62 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...