โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศธ. แจงวิธีรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ใช้รหัสชั่วคราวคุมประวัติ ยืนยันงบประมาณและภาษีไม่กระทบเด็กไทย

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ศธ. แจงวิธีรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ใช้รหัสชั่วคราวคุมประวัติ ยืนยันงบประมาณและภาษีไม่กระทบเด็กไทย

วานนี้ (21 กุมภาพันธ์) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความกังวลในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะประเด็นความคุ้มค่าของภาษี การจัดสรรทรัพยากรในโรงเรียน และความเสี่ยงในการแอบอ้างหรือสวมสิทธิ์

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งต่อมา ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 รับทราบและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ จึงได้ดำเนินการออกประกาศตามมติ ครม. ภายใต้กรอบกฎหมายและแนวทางของรัฐ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการศึกษา โดยขอยืนยันว่ากระทรวงฯ มิได้เป็นผู้ริเริ่มเสนอเรื่องดังกล่าว

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ เน้นย้ำว่า การดำเนินการตามประกาศนี้ ไม่ใช่การให้สัญชาติไทย และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร สำหรับผู้สมัครเข้าเรียนที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก สถานศึกษาจะใช้ รหัสประจำตัวผู้เรียน (G Code) เป็นฐานข้อมูลเพื่อการเข้ารับบริการทางการศึกษาเท่านั้น

นอกจากนี้ สถานศึกษาจะทำหน้าที่ประสานผู้ปกครองเพื่อรวบรวมเอกสารส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและจัดทำทะเบียนให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่ออุดช่องโหว่และลดความเสี่ยงต่อการสวมสิทธิ์ ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับข้อกังวลของประชาชนเรื่องงบประมาณและภาษี โฆษก ศธ. อธิบายว่า การกำหนดแนวปฏิบัติให้ผู้เรียนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบโรงเรียน จะช่วยให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบ ติดตาม และกำกับดูแลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นผลดีกว่าการปล่อยปละละเลยให้อยู่นอกระบบ อันอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมในระยะยาว

“ขอยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดจะไม่กระทบต่อสิทธิ โอกาสทางการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ และความปลอดภัยของเด็กไทย โดยได้กำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด และบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...