โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขความลับนอร์เวย์ ทำอย่างไรจึงเป็นเจ้าเหรียญทองโอลิมปิกฤดูหนาว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไขความลับนอร์เวย์ ทำอย่างไรจึงเป็นเจ้าโอลิมปิกฤดูหนาว ฝึกนักกีฬาอย่างไรจึงเอาชนะประเทศมหาอำนาจได้ ซึ่งนอร์เวย์เผยว่า ต้องฝึกนักกีฬาให้ฝึกซ้อมและแข่งขันอย่างมีความสุขตั้งแต่เด็ก

หากพูดถึงประเทศที่เป็นประเทศเจ้าเหรียญทองโอลิมปิก หลายคนคงต้องนึกถึงสหรัฐฯ หรือจีนที่ได้อันดับ 1 หรืออันดับ 2 มาตลอด แต่หากพูดถึงโอลิมปิกฤดูหนาวแล้ว ต้องบอกว่าประเทศที่ครองเจ้าเหรียญทอง ไม่ใช่ทั้งสหรัฐฯ และจีน แต่กลับเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่สงบสุข ในสแกนดินาเวีย ที่มีประชากรแค่ 5.5 ล้านคน นั่นก็คือ “นอร์เวย์”

เพราะอะไร นอร์เวย์จึงสามารถเอาชนะประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีนได้ในเวทีที่ยิ่งใหญ่อย่างมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ทั้งที่สหรัฐฯ และจีนต่างทุ่มเททรัพยากร ลงทุนลงแรงในการฝึกฝนนักกีฬาอย่างเต็มที่เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเหรียญทองโอลิมปิกกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่กลับกลายเป็นนอร์เวย์ ที่ครองตำแหน่งนี้ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวติดกันหลายสมัยแล้ว เขาทำได้อย่างไร เขาฝึกนักกีฬาแบบไหน จึงเอาชนะนักกีฬาจากประเทศอื่น ๆ ได้

ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ฝึกนักกีฬาอย่างเอาจริงเอาจังตั้งแต่เด็ก โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการให้นักกีฬาเอาชนะคู่แข่งขัน และคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ แต่นอร์เวย์ไม่เคยฝึกให้เด็กเล่นกีฬาเพื่อชัยชนะ แต่ขอให้เด็กเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ซึ่งตรงนี้แหละ คือเคล็ดลับความสำเร็จของนอร์เวย์ที่สอนกันมาแบบนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นวัฒนธรรมของคนนอร์เวย์ไปแล้ว

โทเร โอเวบรอ หัวหน้าคณะนักกีฬานอร์เวย์ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่เมืองมิลาน และคอร์ทินา ในอิตาลี เปิดเผยว่าความสำเร็จของนักกีฬานอร์เวย์ มาจากวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความสุขของเด็กเป็นอันดับแรก ต้องไม่กดดันเด็ก ทุกครั้งที่มาแข่งขัน นักกีฬาต้องผ่อนคลาย ต้องแข่งด้วยความสนุก ไม่ใช่แข่งด้วยความเคร่งเครียด

สิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กทุกคนเล่นกีฬาได้อย่างมีความสุข สิ่งสำคัญก็คือประชาชนในประเทศต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีก่อน นอร์เวย์จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการกระจายความมั่งคั่ง ลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจีน สร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในประเทศ เมื่อพ่อแม่ชาวนอร์เวย์มีความเป็นอยู่ที่ดี ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ พวกเขาจึงมีเวลาพาลูก ๆ ไปเล่นกีฬา โดยไม่ต้องกังวลว่าเดือนนี้จะมีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือเปล่า

แน่นอนว่า นอร์เวย์ก็มีโค้ชระดับโลก และมีสถานที่ฝึกสอนที่ทันสมัยไม่แพ้ที่ไหนในโลก แต่พวกเขาไม่ต้องการฝึกให้เด็กเล่นกีฬาเพื่อชัยชนะ แต่อยากให้เด็กเล่นกีฬาเพื่อความสนุกสนาน ในระหว่างการฝึกกีฬา จะไม่มีการจัดอันดับว่าเด็กคนไหนเก่งกว่าคนไหน หรือจัดอันดับว่าใครอยู่ที่เท่าไร เพราะไม่ต้องการให้เด็กคนไหนรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้แพ้ ซึ่งจะทำให้ความสุขในการเล่นกีฬาหายไป

ในทางตรงกันข้าม นอร์เวย์พยายามสร้างบรรยากาศให้เด็กทุกคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ จากการมีส่วนร่วม และการมีความพยายามในการฝึกกีฬา ก็ทำให้ทุกคนเป็นผู้ชนะได้เหมือนกัน ซึ่งเป้าหมายการเล่นกีฬาสำหรับเด็ก คือความสนุกสนาน การเข้าสังคม และการมีสุขภาพที่แข็งแรง

การเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้สังคมคนเล่นกีฬาในนอร์เวย์รู้จักกันหมด และทุกคนรู้ดีว่าหากต้องการพัฒนานักกีฬานอร์เวย์ให้เก่งขึ้น ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกัน ทำให้นักกีฬาหรือโค้ชชาวนอร์เวย์ มักแลกเปลี่ยนความรู้และแลกเปลี่ยนเทคนิคกันเสมอ ไม่มีใครหวงวิชาหรือหวงเทคนิคของตัวเอง เพราะนักกีฬาถูกฝึกมาให้เล่นกีฬาเพื่อเข้าสังคม การแลกเปลี่ยนความรู้กันจึงทำให้นักกีฬาแต่ละคนมีความสนิทสนมกัน และเก่งด้วยกันมากขึ้น

สำหรับกีฬาฤดูหนาวที่อุปกรณ์การเล่นมักมีราคาแพง โดยเฉพาะอุปกรณ์สำหรับนักกีฬาระดับสูง แต่นอร์เวย์ก็มีตลาดอุปกรณ์กีฬามือสองที่ใหญ่มาก ที่ทุกคนสามารถเลือกอุปกรณ์ดี ๆ ราคาไม่แพง เพื่อใช้ในการฝึกฝนได้ อย่างนักกีฬานอร์เวย์หลาย ๆ คน ที่มาร่วมแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ ก็เคยใช้อุปกรณ์มือสองกันมาทั้งนั้น ในช่วงที่เริ่มเล่นกีฬา และคนนอร์เวย์ไม่เคยมีอุปนิสัยที่แบ่งแยกคนใช้อุปกรณ์กีฬาราคาแพงหรือราคาถูก

ในการแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ ที่จะจบลงในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ขณะนี้ นอร์เวย์คว้าเหรียญทองมาได้แล้ว 17 เหรียญ เป็นอันดับที่ 1 ตามด้วยสหรัฐฯ อันดับที่ 2 ที่ได้ 10 เหรียญทอง และอันดับ 3 คืออิตาลี ที่ได้ 9 เหรียญทอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...