โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

S&P 500 สูงขึ้น ดาวโจนส์บวก 200 จุด หลังศาลฎีกาเพิกถอนภาษีทรัมป์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (20 ก.พ.69)หลังศาลสูงสุดมีคำตัดสินไม่เป็นคุณต่อมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาภาระของบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาษีดังกล่าว และช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นปัญหาในเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.69% ปิดที่ 6,909.51 จุด

ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.9% ปิดที่ 22,886.07 จุด

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average บวก 230.81 จุด หรือ 0.47% ปิดที่ 49,625.97 จุด

โดยดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้ดีดตัวกลับมาจากจุดต่ำสุดระหว่างวันซึ่งเคยร่วงไปราว 200 จุดจากข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง

ทรัมป์ประกาศอัตราภาษีนำเข้าใหม่ที่ 10%

ศาลสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนมาตรการเก็บภาษีในวงกว้างส่วนใหญ่ของทรัมป์ภายใต้กฎหมายกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ( International Emergency Economic Powers Act :IEEPA) โดยเสียงข้างมากวินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าว “ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดเก็บภาษีนำเข้า” ในการตอบโต้ ทรัมป์ประกาศว่าจะใช้มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10% ที่เขาเรียกว่า “global tariff” หรือ ภาษีนำเข้าทั่วโลก

“ตอนนี้ผมกำลังจะเดินไปในทิศทางที่ต่างออกไป ซึ่งก็น่าจะเป็นทิศทางที่ผมน่าจะเลือกตั้งแต่ครั้งแรก” ประธานาธิบดีกล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวหลังคำตัดสินของศาลสูงสุด “ผมจะเลือกแนวทางที่ผมทำได้ตั้งแต่แรก ซึ่งมีความเข้มข้นกว่าทางเลือกเดิมของเราเสียอีก”

หุ้นAmazon หนึ่งในกลุ่มเจ็ดนางฟ้า “Magnificent Seven” ดีดตัวขึ้นมากกว่า 2% หลังคำตัดสินดังกล่าว Amazon เป็นบริษัทที่สั่งซื้อสินค้าจากจีนมากถึง 70% และได้เริ่มเห็นผลของภาษีต่อราคาสินค้าบางประเภทแล้ว ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ Wedbush Securities

ขณะที่หุ้นบริษัทอื่นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากผลลัพธ์นี้ก็ปรับขึ้นเช่นกัน เช่น Home Depot และ Five Below

“ในกรณีของ Amazon โดยเฉพาะ สินค้าจำนวนมากของพวกเขานำเข้าจากจีน ดังนั้นภาษีนำเข้าจะทำให้ราคาสินค้าบนเว็บไซต์ Amazon แพงขึ้นสำหรับลูกค้า และเมื่อราคาสูงขึ้น คนก็จะซื้อน้อยลง” เจด เอลเลอร์โบรค ผู้จัดการพอร์ตของ Argent Capital Management กล่าว “การที่ไม่ต้องเผชิญกับปัญหานั้นอีกต่อไปต่างหากคือสาเหตุของความตื่นเต้นในตอนนี้ ผมคิดว่าเป็นเช่นนั้น”

หากคืนเงินภาษีให้กับผู้นำเข้าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

แม้ว่า ตลาดวอลล์สตรีท จะคาดการณ์คำตัดสินของศาลสูงสุดไว้ล่วงหน้าแล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีคำถามค้างคาอยู่ เช่น ภาษีนำเข้าที่ถูกเก็บในอัตราที่สูงขึ้นก่อนหน้านี้จะต้องถูกคืนให้หรือไม่ ซึ่งศาลสูงสุดไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ในคำพิพากษา

“ตอนนี้ศาลชั้นล่างจะต้องเป็นผู้พิจารณาต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่จ่ายภาษีนำเข้าไปแล้ว และรัฐบาลอาจจะต้องจ่ายเงินคืนก้อนใหญ่” ไมเคิล เบรนเนอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสและนักกลยุทธ์ด้านการจัดสรรสินทรัพย์ของ FBB Capital Partners กล่าว “หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะมีลักษณะคล้ายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง”

ในช่วงเช้าของวันศุกร์ ผู้ค้าได้รับข้อมูลที่น่าผิดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพียง 1.4% ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 2.5% ที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งสำรวจโดยบริษัทสื่อดาวโจนส์ ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนการเติบโตระดับ 4.4% ในไตรมาสที่สามนั้นเกินการประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การปิดทำการของหน่วยงานรัฐที่ยาวนานทำลายสถิติ เป็นสาเหตุหลักของสถานการณ์นี้ ภาวะชัตดาวน์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของไตรมาสที่สี่ ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงประมาณ 1 จุดร้อยละตามการประมาณการของกระทรวง

นอกจากข้อมูล GDP แล้ว รายงานดัชนีค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ชอบใช้มากที่สุด แสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อทรงตัวในเดือนธันวาคม เมื่อหักราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก PCE พื้นฐาน (core PCE) สูงขึ้น 3% ซึ่งเป็นไปตามคาด แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอย่างมาก

ด้วยการเคลื่อนไหวในวันศุกร์ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.3% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.1% และดัชนี Nasdaq ที่เน้นเทคโนโลยี หยุดการร่วงลงติดต่อกัน 5 สัปดาห์ โดยปรับตัวขึ้น 1.5%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...