หุ้นไทยพุ่งแรงสุดอันดับ 3 ของโลก โบรกชี้ยังไปต่อ !
SET Index ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แกว่งตัวกรอบแคบ แม้จะมีปัจจัยบวกจากประเด็นข่าวเกี่ยวกับศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า (Reciprocal tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่กรอบการปรับขึ้นถูกจำกัดจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังมีรายงานข่าวว่ากกต. ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส. เขตชุดแรกแล้ว ซึ่งกระตุ้นความหวังว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ดัชนีหุ้นไทยยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากประเด็นที่กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในรอบการประชุมช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือแนว 1,500 จุด
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่งที่ระดับ 1,545.31 จุดก่อนจะย่อตัวลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์หลังปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงก่อนหน้านี้
ส่วนแนวโน้มทิศทางหุ้นไทยในเดือนมี.ค.จะเป็นอย่างไร ปัจจัยบวก-ลบที่ต้องติดตามมีอะไรบ้าง ในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูกันค่ะ
เริ่มจาก "ภราดร เตียรณปราโมทย์" ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปีม้า 2569 ถือว่า “ล้มแล้วลุก” จริงๆ โดยปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 21.7% เป็นการขึ้นแรงสุดในรอบ 25 ปี (แพ้ 2 เดือนแรกปี 2544 ที่ฟื้นจากวิกฤตดอทคอม +22.4%) และยังเป็นการขึ้นแรงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก อันดับ 1 ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ +48% อันดับ 2 ตลาดหุ้นไต้หวัน +22.3%
ขณะที่ตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) +4.4% ส่วนเพื่อนบ้าน ฟิลิปปินส์ +9%, เวียดนาม +5% และอินโดนีเซีย -5% โดย Fund Flow ส่วนใหญ่ไหลเข้ามาหนุนตลาดหุ้นไทยหนาแน่น ในช่วงหลังเลือกตั้งกว่า 5 หมื่นล้านบาท เป็นการกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง คิดเป็นสัดส่วนราว 5% ของที่ขายสุทธิไปทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท ตลอด 12 ปี ที่ผ่านมา
ส่วนกรณีทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก กลุ่มส่งออกไทยได้ Sentiment บวกขึ้น เพราะ Section 122 ที่ทรัมป์บังคับใช้เป็นเก็บภาษีระดับ 10% ถูกกว่า Reciprocal Tariff 19% ที่เป็นโมฆะ และมีระยะเวลาการเก็บจำกัดที่ 150 วันเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับตัว คือ 1. ผู้ที่พึงสหรัฐสูง แนะนำกระจายตลาด อาทิ ASEAN, ตะวันออกกลาง, อินเดีย ซึ่งธุรกิจที่กระจายตลาดได้เร็ว จะเสียหายน้อยกว่า
2. หากประเทศคู่แข่งถูกเก็บภาษีถูกกว่า แนะปรับห่วงโซ่อุปทาน โดยเพิ่ม local content รวมถึงตั้งโรงงานร่วม JV ในประเทศที่ได้สิทธิพิเศษ 3. ค่าเงินมีแนวโน้มผันผวนมากยิ่งขึ้น แนะนำทำ hedging ค่าเงิน ช่วยบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพขึ้น
ส่วนหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Tariff โมฆะ แนะนำ หุ้นส่งออก DELTA, HANA, STA, IVL, TU, ITC, COCOCO หุ้นนิคม AMATA, WHA หุ้นขนส่งเดินเรือ RCL PSL NYT SJWD ส่วนหุ้นที่อาจได้รับความสนใจลดลงเป็นหุ้นผันผวนต่ำ เนื่องจากตลาด Risk On เพิ่มขึ้น
ส่วนแนวโน้มหุ้นไทยเดือนมี.ค. เปลี่ยนเฟสจาก “ความหวัง” สู่ “ความโล่งใจ” มากขึ้น หนุนให้ตลาดหุ้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ แม้อาจจะไม่ร้อนแรงเท่าเดือนที่ผ่านมา โดยมีแรงหนุนจากแนวโน้มการปรับตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น หลัง Tariff เป็นโมฆะ เพราะหลายๆ สำนักประเมินตัวเลขส่งออกปีนี้ติดลบ กดดัน GDP ปี 69 เติบโตเพียง 1-2%
แต่การส่งออกมีโอกาสฟื้นได้ดีโดยเฉพาะครึ่งปีหลัง เพราะ Section 122 จะหมดอายุตอนเดือน ส.ค. ทำให้การส่งออกมีโอกาสฟื้นกลับมาเป็นปกติจากฐานทีต่ำ, การทยอยปรับประมาณการกำไรขึ้น หลังตัวเลขกำไร 4Q68 ทยอยประกาศออกมาดีกว่าคาดราว 8%
การเมืองมีแนวโน้มเดินหน้านโยบายต่อไม่สะดุด และมีเสถียรภาพขึ้นจากปีก่อน, Fund Flow ยังมีโอกาสไหลเข้าต่อ โดยการโยกเม็ดเงินบางส่วนมาจากหุ้น Tech เข้าหุ้น Value หลัง AI มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ยังไม่เห็นผู้ชนะที่ชัดเจนในช่วงเร็วๆ นี้
ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตาม 1. ความไม่สงบในตะวันออกกลางต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสหรัฐ-อหร่าน , ปากีสถาน – อัฟกานิสถาน ฯลฯ หากยืดเยื้อรุนแรง บวกต่อหุ้นน้ำมัน ลบกับหุ้นท่องเที่ยว 2. ช่วง 18 – 19 มี.ค. มีการประชุมธนาคารกลางหลายๆ แห่ง BOJ, ECB, BOE และ Fed โดยเฉพาะ BOJ หากมีการขึ้นดอกเบี้ย อาจจะทำให้นักลงทุนกลับมากังวลเรื่อง Unwind Yen Carry Trade กดดันสินทรัพย์เสี่ยงผันผวน 3. การรับรองการเลือกตั้งจะผ่านไปโดยไม่สะดุดหรือไม่?
ประเมินกรอบแนวรับที่ 1,506 จุด แนวรับถัดมา 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,540 จุด และ 1,570 จุด
หุ้นเด่น แนะนำ
- หุ้นอิงราคาน้ำมัน PTTEP ราคาเป้าหมาย 136 บาท (อยู่ในช่วงปรับประมาณการ)
หุ้นรับกระแส Tariff โมฆะ
- ITC ราคาเป้าหมาย 18.9 บาท
- TU ราเป้าหมาย 13.2 บาท
- AMATA ราคาเป้า Consensus 19.5 บาท
ฝั่ง “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” CFTe,CISA ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนักกลยุทธ์การลงทุน บล. กรุงศรี มองหหุ้นไทยสัปดาห์หน้าว่า แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ จิตวิทยาฝั่ง EM Asia บวก ประเมินสหรัฐฯ ตลาดระวังความเสี่ยงก่อนรายงานภาคแรงงานออก EM Asia มีแรงหนุนความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการประชุม Two-sessions จีน ภายในแรงส่งพัฒนาการเมือง และคาดตลาดทยอยปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยบวก
หุ้นเด่นมอง 1) หุ้น China Play (SCC, PTTGC) 2) หุ้นธีมลงทุน นิคม AMATA รับเหมา+วัสดุ STECON (เก็งกำไร), PYLON สาธารณูปโภค พลังงาน PTT ไฟฟ้า GULF, GPSC สื่อสาร TRUE, ADVANC คมนาคม BEM, AOT ธนาคาร KBANK, BBL, KTB 2) หุ้นท่องเที่ยว AWC, CENTEL ภาคบริการ CPALL, CPAXT
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- 2 มี.ค. US ISM Manf PMI ก.พ. คาด 51.8 จุด vs prev. 52.6 จุด, S&P US Manf PMI ก.พ. คาด vs prev. 51.2 จุด
- 2 มี.ค. PMI ก.พ. ของยุโรป คาด 50.8 จุด
- 3 มี.ค. รายงานนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์
- 3-6 มี.ค. ติดตามพัฒนาการการเมือง 1.) การรับรองผลเลือกตั้ง กกต. 2.) การจัดตั้งรัฐบาล
- 4 มี.ค. รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ก.พ. ของสหรัฐฯ
- 4 มี.ค. ติดตามรายงาน GDP EU คาด +0.3%q-q, +1.3%y-y เท่ารายงานรอบก่อน
- 5 มี.ค. เงินเฟ้อ CPI ก.พ. 26
- 6 มี.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร ก.พ.ของสหรัฐฯ , อัตราการว่างงาน ก.พ. คาด 4.3% เท่าเดือนก่อน
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอย่างเป็นทางการ ที่สำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS ก.พ. คาด 49.0 จุด vs prev. 49.3 จุด, CH Non-manf PMI ก.พ. คาด 49.6 จุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน ก.พ. ภาคบริการคาด 52.0 จุด ภาคผลิต คาด 50.1 จุด
- ติดตามการประชุมสองสภา เปิดประชุม CPPCC 4 มี.ค. และการเปิดประชุม NPC 5 มี.ค. ประเด็นที่ต้องตามคือ เป้าการเติบโตของ GDP ในปีนี้, Government Work Report, การพิจารณาร่าง 5th Five-Year Plan
ประเมินแนวต้านแรก 1,550 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,561 จุด แนวรับแรกที่ 1,506 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,496 จุด
หุ้นเด่นแนะนำ
• CPAXT (TP Con-17.7): หุ้นถอดจากดัชนี MSCI + บริโภคระยะถัดไปมีแรงหนุนรัฐบาลใหม่
• PTTGC(TP M Con-32): ความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประชุม Two-sessions ของจีน
• AMATA(TP26F-26): ผ่านจุดต่ำสุด 4Q25 ระยะถัดไปเด่นขึ้นรัฐบาลใหม่ผลักดันการลงทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หุ้นไทยวันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดบวก 7.63 จุด รับแรงส่งแบงก์จ่ายปันผลพิเศษ
- หุ้นไทยวันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดบวก 10.16 จุด ดีดขึ้นช่วงท้ายตลาด
- อย่างเพิ่งเริ่ม “ลงทุน” ถ้ายังไม่ได้ตอบคำถาม 5 ข้อนี้
- "หุ้นส่งออก" ลุ้นวิ่งคึก หลัง "ภาษีทรัมป์" คว่ำ "โบรกฯ" มองฐานใหม่ 15% กรอบ 150 วัน หนุนหุ้นไทย
- โบรกชี้เป้าหุ้นไทยยังไปต่อ ! Fund Flow ไหลเข้า 4.3 หมื่นล้านบาท