โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มองรอยร้าวครอบครัว "เบ็คแฮม" กับผลกระทบการตลาด-แบรนด์ดิ้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
@davidbeckham/Instagram

เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีรอยร้าวความสัมพันธ์ในครอบครัว “เบ็คแฮม” เป็นที่สนใจของทั้งในและต่างประเทศ โดยบรูคลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของ เดวิด และ วิกตอเรีย เบ็คแฮม ออกมาโพสต์ข้อความยาวผ่านอินสตาแกรม โต้ข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับชีวิตคู่กับภรรยา นิโคล่า เพลต์ซ พร้อมเปิดแผลลึกในครอบครัว จนทำให้ภาพลักษณ์ “Beckham Family” ที่ถูกสร้างมายาวนานพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี

อ่านเพิ่มเติม : เปิดพอร์ตธุรกิจ ‘เบ็คแฮม’ ฟุตบอล แฟชั่น และไลฟ์สไตล์

ในมุมของการตลาดเอง กรณีดังกล่าวนำไปสู่คำถามที่น่าสนใจว่า “รอยร้าว” ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ จะมีผลกระทบต่อแบรนด์และภาพลักษณ์แค่ไหน ?

รอยร้าว สะเทือนภาพ ‘ครอบครัว’

ผศ.ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ สะท้อนความเห็นกับ “ประชาชาติธุรกิจ” จากกรณีที่เกิดขึ้นกับครอบครัว “เบ็คแฮม”

ผศ.ดร.บุปผา มองว่า ในเชิงของแบรนด์ อาจจะไม่กระทบหนัก เพราะในเชิงแบรนด์บุคคล ทั้ง ‘เดวิด เบ็คแฮม’ และ ‘วิคตอเรีย เบ็คแฮม’ ยังคงมีฐานแฟนคลับของแต่ละคน และยังคงมีภาพความสำเร็จในชีวิตส่วนตัว ทั้งในฐานะนักฟุตบอลและนักร้อง

แต่แบรนด์ที่อาจเจอผลกระทบจากเรื่องนี้ได้ คือแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ครอบครัว เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงถึงความสำเร็จในชีวิตส่วนตัว แต่เกิดความล้มเหลวขึ้นในความเป็นครอบครัว

ยิ่งในสิ่งที่บรูคลินกล่าวถึง โดยเฉพาะการกล่าวว่าพ่อแม่เป็นผู้สร้างภาพความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควบคุมไม่ให้พูดไม่ได้ และด้วยการที่ลูกชาย ซึ่งเป็นคนในครอบครัว เป็นผู้เปิดเผยเอง ยิ่งทำให้คำพูดดังกล่าวมีน้ำหนักมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้แบรนด์สูญเสียความเชื่อมั่น เพราะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่สื่อสารออกมาไม่ใช่ “ตัวตนจริง”

หนึ่งเหตุการณ์ มีทั้งคนได้-คนเสีย

ผศ.ดร.บุปผา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเหตุการณ์นี้ นอกจากเป็นแง่ลบแล้ว ยังเป็นแง่บวกสำหรับบางกลุ่ม เช่น สื่อ และ Influencer ที่ได้คอนเทนต์และสร้าง Engagement ได้จากข่าวนี้ สินค้าแฟชั่น สินค้าต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในภาพข่าว จนถึงบริษัทเทคโนโลยี จากการใช้งานแพลตฟอร์มแปลภาษาเพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศ

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในหนึ่งเหตุการณ์ จะเกิดผลกับแต่ละคนต่างกัน อาจจะเป็นประโยชน์ หรือผลกระทบของคน ๆ นั้น

“คำว่าแบรนด์ มีเหตุการณ์ หนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่แบรนด์จะกระทบ ถ้าใครคนนั้นได้รับผลกระทบโดยตรง แต่มันจะมีใครได้ประโยชน์ด้วย จากผลกระทบนั้นเสมอ แบรนด์ดิ้งกับการตลาดมันต้องไปด้วยกัน เหมือนคุณวิเคราะห์ SWOT เหตุการณ์หนึ่ง เหตุการณ์อาจจะเป็น O (Opportunity) ของคนหนึ่ง แต่อาจจะเป็น T (Threats) ของอีกคนหนึ่ง” ผศ.ดร.บุปผา กล่าว

“โซเชียลมีเดีย” กระทบแบรนด์มากกว่าที่คิด

ผศ.ดร.บุปผา สะท้อนอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เรื่องของโซเชียลมีเดียที่มีผลต่อเรื่อง ‘ภาพจำ’ โดยมองว่า ภาพจำ เป็นสิ่งที่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เพราะภาพจำ ถูกสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีทั้งการเติมคอนเทนต์เข้าไป และมีการกระจายของเนื้อหาที่รวดเร็วมาก

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องระวัง ทั้งแบรนด์ส่วนตัว และแบรนด์ธุรกิจ เพราะจะสามารถควบคุมผลกระทบบนโซเชียลมีเดียได้ยาก และอาจสร้างภาพลักษณ์กลับมาใหม่ไม่ทัน

“มันมีข้อดี คือช่วยส่งต่อโอกาสได้เร็ว คนบางคนเป็นแค่คนที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน พอสื่อออกไป คนรู้จักเลยดังเลยข้ามคืนก็มี ฉะนั้นเหมือนดาบสองคม อยู่ที่ว่าคุณเป็นคนดีจริงไหม เป็นธุรกิจที่ดีจริงไหม ที่คุณจะไม่ต้องกลัวว่า ถ้าเกิดมีหอกกลับมา คุณสามารถตัดหอกนี้ทิ้งได้แล้วคุณไม่ต้องโดนหอกทิ่มแทง แต่ถ้าคุณไม่มี คุณก็ต้องเตรียมใจไว้ว่า วันหนึ่งคุณอาจจะโดนสิ่งที่คุณทําไว้ กลับคืนสนอง” ผศ.ดร.บุปผา กล่าว

อ่านเพิ่มเติม : เปิดพอร์ตธุรกิจ ‘เบ็คแฮม’ ฟุตบอล แฟชั่น และไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองรอยร้าวครอบครัว “เบ็คแฮม” กับผลกระทบการตลาด-แบรนด์ดิ้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...