ปธน.ฟิลิปปินส์ เผชิญคำร้องถอดถอนครั้งแรก ท่ามกลางศึกอำนาจ-คดีคอร์รัปชัน
ปธน.ฟิลิปปินส์ เผชิญคำร้องถอดถอนครั้งแรก เพิ่มแรงสั่นสะเทือนให้การเมืองฟิลิปปินส์ที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ท่ามกลางคดีทุจริตโครงการรัฐ ความขัดแย้งกับตระกูลดูแตร์เต
วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 13.39 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เผชิญคำร้องถอดถอน (impeachment) เป็นครั้งแรก หลังมีการยื่นคำร้องเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางภูมิทัศน์การเมืองที่ตึงเครียดอยู่แล้ว จากคดีคอร์รัปชันขนาดใหญ่ ความขัดแย้งกับตระกูลดูแตร์เต และปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า
คำร้องดังกล่าวยื่นโดยทนายความ อ็องเดร เด เฆซุส กล่าวหาประธานาธิบดีในข้อหาทุจริตและทรยศต่อความไว้วางใจของสาธารณชน รวมถึงข้อกล่าวหาอื่น ๆ โดยมี เจอร์นี เจ็ตต์ นิไซ รองผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับรองคำร้อง
นี่เป็นคำร้องถอดถอนครั้งแรกต่อมาร์กอส ซึ่งชนะการเลือกตั้งในปี 2565 และเกิดขึ้น ไม่ถึงสามสัปดาห์ก่อน ที่ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญซึ่งห้ามยื่นคำร้องถอดถอนเพิ่มเติมต่อรองประธานาธิบดี Sara Duterte ภายในหนึ่งปี จะหมดอายุในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ จึงเกิดการคาดการณ์ว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้อาจเป็นความพยายาม ถ่วงหรือสกัด การเดินหน้าถอดถอนรองประธานาธิบดี หลังศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกรกฎาคมให้การถอดถอนเธอเป็นโมฆะ
แอนโทนี ลอว์เรนซ์ บอร์ฆา อาจารย์ผู้ช่วยจากมหาวิทยาลัย De La Salle University ให้สัมภาษณ์ว่า คำร้องต่อมาร์กอสอาจถูกใช้เป็นชิปต่อรองทางการเมือง เพื่อชะลอความพยายามถอดถอนรองประธานาธิบดี โดยเฉพาะจากกลุ่มการเมืองที่ยังประเมินสถานการณ์อยู่
ตามขั้นตอน หากคำร้องจะเดินหน้าต่อ ต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อยหนึ่งในสาม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเริ่มกระบวนการ จากนั้นวุฒิสภาจะตั้งศาลถอดถอน และต้องมีเสียงสองในสามของวุฒิสมาชิก ลงมติว่ามีความผิดหลังการไต่สวน
ก่อนยื่นคำร้องไม่กี่สัปดาห์ สมาชิกสภาบางส่วนระบุว่าความพยายามถอดถอนมาร์กอสไร้มูลความจริง และไม่น่าประสบความสำเร็จ ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีมองว่าเป็นเพียงกลเกมทางการเมือง
ไมเคิล เฮนรี ยูซิงโก นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัย Ateneo de Manila University เห็นพ้องว่าคำร้องอาจ ไม่ผ่านเกณฑ์ความเพียงพอของสาระสำคัญ โดยชี้ว่าข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นการคาดคะเนและอาศัยรายงานข่าวเป็นหลัก จึงยังไม่แสดงความเร่งด่วนพอที่จะถอดถอนประธานาธิบดี
อย่างไรก็ดี ยูซิงโกเตือนว่า หากคำร้องเริ่มได้รับแรงหนุน อาจกระตุ้นเสียงวิจารณ์ต่อมาร์กอสให้รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่สาธารณชนมองว่ารัฐบาล จัดการคอร์รัปชันโครงการโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ แม้มาร์กอสจะประกาศในสุนทรพจน์เมื่อเดือนกรกฎาคมว่าจะเดินหน้าจัดการคดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งริเริ่มในสมัยอดีตประธานาธิบดี Rodrigo Duterte
เขาเสริมว่า กระแสวิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นอาจบั่นทอนโอกาส ของผู้สืบทอดที่มาร์กอสเลือกไว้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 202571 และทำให้คู่แข่งทางการเมืองมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น
บอร์ฆามองในทิศทางเดียวกันว่า คำร้องถอดถอนจะยิ่งตอกย้ำกระแสต่อต้านมาร์กอส แต่สภาคองเกรสไม่น่าจะให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เหมือนกรณีถอดถอนรองประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว
การยื่นคำร้องครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์ยังเผชิญแรงกดดันจากสาธารณชนในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาพัวพัน คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจุดชนวนการประท้วงครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน และยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ ทั้งการชะลอตัวของการเติบโตและ ค่าเงินเปโซอ่อนค่าลงทำสถิติต่ำสุดเมื่อเทียบดอลลาร์ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
อ้างอิง : asia.nikkei.com