กรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงประเด็นสต๊อกข้าว ระหว่าง ศิริกัญญา VS ศุภจี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าต่างประเทศ ได้ออกมาชี้แจง ประเด็นการดีเบตกรณีสต๊อกข้าว ระหว่าง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย โดย น.ส.ศิริกัญญาชี้ว่า การมีสต๊อกข้าว 100 ตัน เป็นกำแพงสำหรับผู้ส่งออกรายเล็ก ด้าน นางศุภจี ยืนยันว่า ไม่มีสต๊อกไม่ได้ในด้านการส่งออก และชี้แจงด้วยว่า หากต่ำกว่า 100 ตัน ก็ไม่ควรจะส่งออก เนื่องจากเป็นจำนวนที่น้อยมาก มีรายละเอียด ดังนี้
การปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออกของกรมการค้าภายใน
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 กรมการค้าภายในได้จัดประชุมคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งมีประเด็นการพิจารณาเกี่ยวกับการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออกตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489
ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560 เรื่อง การให้ผู้ประกอบการค้าข้าวขออนุญาตประกอบการค้าข้าว การกำหนดเงื่อนไขในหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว และการสั่งถอนหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 153 พ.ศ. 2567 โดยเสนอปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าว ดังนี้กรมการค้าภายในได้ดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ตามระเบียบ เป็นระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 16 มกราคม 2568 โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น จำนวน 74 ราย เป็นผู้เห็นด้วยกับแนวทางที่เสนอจำนวน 71 ราย และไม่เห็นด้วย จำนวน 3 ราย โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วยต้องการให้ยกเลิกไม่ให้มีสต๊อกข้าว ซึ่งฝ่ายเลขาฯ (กรมการค้าภายใน) เห็นว่าสต๊อกสำหรับรายกลางยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจากใช้ในการประกอบการติดตามเรื่องการส่งมอบสินค้า และรักษาภาพลักษณ์ของข้าวไทย หากไม่มีสต๊อกแล้วเกิดการไม่ส่งมอบข้าว จะทำให้ภาพลักษณ์ของข้าวไทยที่มีการส่งออกมาอย่างยาวนานเสียหายได้ จึงยังคงสต๊อกไว้สำหรับรายกลางขึ้นไป
- ในส่วนประเด็นการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออกตามกฎหมายของกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศไม่ได้คัดค้านในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
- ผลการประชุมและมติที่ประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออก ตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560 จากเดิม กำหนดให้บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 500 ตันขึ้นไป และทุนจดทะเบียนเกิน 20 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 1,000 ตันขึ้นไป เป็น ให้บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 10 ล้านบาท มีสต๊อกข้าวสาร 100 ตันขึ้นไป นอกเหนือจากนี้ คงเดิม
2. การดำเนินการของกรมการค้าต่างประเทศ
- กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อลดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว จากเดิมซึ่งใช้เวลาถึง 3 วัน ให้เหลือเพียง 30 นาที โดยมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองบริหารการค้าข้าวปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศในการพิจารณารับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ DFT SMART – I โดยในปี 2568 มีผู้ส่งออกมาขึ้นทะเบียนรวมทั้งสิ้น จำนวน 47 ราย ซึ่งคิดเป็นกว่า 20% ของผู้ส่งออกข้าวที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมดและส่งออกอย่างต่อเนื่อง
[* ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SMEs ผู้สนใจส่งออกรายย่อย สามารถติดต่อสอบถามขั้นตอนการส่งออกข้าวได้ที่ กองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02\-547\-5138 หรือ www.dft.go.th หรือสายด่วน 1385 ]