ปิดจบ "เซ็นทรัลลาดพร้าว" ต่อสัญญา 30 ปี ยึดหัวหาดลาดพร้าว-พหลฯ
ที่ประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. มีมติเห็นชอบผลการเจรจาสัญญาเช่าใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว บนพื้นที่ 47.22 ไร่ โดยเห็นชอบตามข้อเสนอของบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด บริษัทลูกด้านบริหารจัดการที่ดินของรฟท.
พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่ถือสัญญายาวนานที่สุดของการรถไฟ โดยเริ่มทำสัญญาครั้งแรกตั้งแต่ปี 2521 ครบกำหนดรอบแรกในปี 2551 ก่อนจะมีการขยายอายุสัญญาเป็นรอบที่ 2 ต่ออีก 20 ปี จนถึงปี 2571 และครั้งนี้เป็นการต่ออายุสัญญารอบที่ 3
คุณอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งรักษาการผู้ว่าการ เปิดเผยว่าสัญญาใหม่จะทำให้เซ็นทรัลยังคงเช่าพื้นที่และใช้ประโยชน์ได้อีก 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึง 18 ธันวาคม 2601 โดยรฟท. จะได้รับผลตอบแทนรวมกว่า 33,000 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา
พร้อมกันนี้ เซ็นทรัลยังเสนอแผนลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและระบบอาคารซึ่งเปิดให้บริการมายาวนานราว 50 ปี รวมถึงการยกระดับระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ สื่อสาร สุขาภิบาล และมาตรการด้านความปลอดภัย รองรับความเสี่ยงแผ่นดินไหว โดยกระบวนการปรับปรุงคาดว่าจะใช้เวลา 4 ปีหลังสัญญาเริ่มมีผล
นอกจากรายได้ค่าเช่าแล้ว รฟท. ยังมีโอกาสเห็นมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น เมื่อสัญญาปัจจุบันสิ้นสุดในปี 2571 ทรัพย์สินทั้งหมดรวมกว่า 7,600 ล้านบาทจะกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟ ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนต่อยอดจากการบริหารในอนาคต โดยประเมินจากสัญญาปัจจุบัน 20 ปีที่ผ่านมา การรถไฟรับรายได้แล้วกว่า 21,000 ล้านบาท จึงถือว่าการขยายอายุสัญญาและมูลค่าที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็นไปในทิศทางสอดคล้องกับระยะเวลาใหม่ ขณะที่ขั้นตอนลงนามสัญญาคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในมีนาคม 2569
ขณะเดียวกัน เซ็นทรัล ลาดพร้าวถือเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่บนพื้นที่รวมกว่า 310,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า พลาซ่า โรงแรม ศูนย์ประชุมและสำนักงาน
และกำลังจะมีการเสริมความแข็งแกร่งของย่านด้วยโครงการใหม่ The Central พหลโยธิน บนพื้นที่ 49 ไร่ รวม 457,000 ตารางเมตร ห่างเพียง 300 เมตร คาดเปิดบริการปลายปี 2569 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 21,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดผู้ใช้บริการเฉลี่ย 130,000 คนต่อวันใกล้เคียงกับศูนย์หลักในปัจจุบัน
การมีโครงการเรือธงสองแห่งในรัศมีทำให้กลุ่มเซ็นทรัลครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 แยกลาดพร้าว–พหลโยธิน ซึ่งเป็นจุดตัดโครงข่ายธุรกิจ สาธารณูปโภคและการเดินทาง โจทย์นี้สะท้อนจากข้อมูลด้านทำเลที่ทั้งสองโครงการเชื่อมต่อถนนใหญ่สองเส้นและปริมาณรถมากกว่า 337,000 คันต่อวัน รวมถึงระบบราง MRT และ BTS ที่มีผู้โดยสารรวมกว่า 50,000 คนต่อวัน อีกทั้งยังอยู่บนเส้นทางเชื่อมสนามบินดอนเมืองที่รองรับผู้โดยสารถึง 30 ล้านคนต่อปี
ทั้งยังเป็นย่านที่ราคาที่ดินเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พหลโยธินช่วงต้น ติด 1 ใน 10 ทำเลที่ดินแพงที่สุดของประเทศในปี 2568 มีราคาประเมินเฉลี่ยราว 1.9 ล้านบาทต่อตารางวา เติบโตร้อยละ 5 ต่อปี สูงกว่าย่านกลางเมืองหลายแห่ง เช่น เพลินจิต สุขุมวิท สีลม และสาทร
เมื่อทั้งสองศูนย์เปิดให้บริการควบคู่กัน จะสร้างแรงขับเคลื่อนด้านการพาณิชย์ การจ้างงาน และการยกระดับคุณภาพพื้นที่เมือง พร้อมยืนยันบทบาทของลาดพร้าว–พหลโยธินในฐานะย่านเศรษฐกิจขนาดใหญ่แห่งถัดไปของกรุงเทพมหานคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง