โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“สาหร่ายทะเล” ระบาดทั่วโลก นักวิทย์ฯเตือนมหาสมุทร อาจเข้าสู่จุดเปลี่ยนของระบบนิเวศ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สัญญาณเตือนจากท้องทะเล นักวิทยาศาสตร์พบสาหร่ายทะเลขยายตัวรวดเร็วทั่วโลก ชี้ภาวะโลกร้อนและมลพิษจากกิจกรรมมนุษย์อาจกำลังผลักมหาสมุทรเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของระบบนิเวศ

นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ของการเกิด “การเปลี่ยนระบอบระบบนิเวศ” (regime shift) ในมหาสมุทรโลก หลังพบว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่กำลังถูกขับเคลื่อนโดยภาวะโลกร้อนและการปนเปื้อนของสารอาหารในทะเลจากน้ำทิ้งภาคเกษตรและมลพิษรูปแบบอื่นๆ

ผลการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา ระบุว่า ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา การบานสะพรั่งของสาหร่ายทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 13.4% ในพื้นที่มหาสมุทรแอตแลนติกเขตร้อนและแปซิฟิกตะวันตก โดยการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเกิดขึ้นหลังปี 2551 เป็นต้นมา

นักวิจัยชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้น้ำทะเลด้านล่างมืดลง ส่งผลต่อระบบนิเวศและกระบวนการทางเคมีของมหาสมุทร รวมถึงอาจเร่งวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้รุนแรงยิ่งขึ้น

“ชวนหมิน หู” ศาสตราจารย์ด้านสมุทรศาสตร์จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา และหัวหน้าคณะผู้วิจัย กล่าวว่า ก่อนปี 2551 ยังไม่พบรายงานการเกิดสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ในระดับรุนแรง ยกเว้นสาหร่ายซาร์กัสซัมในทะเลซาร์กัสโซ

การศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีรายงานการขยายตัวของสาหร่ายทะเลในหลายพื้นที่ทั่วโลก ตัวอย่างที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ แนวสาหร่ายซาร์กัสซัมขนาดมหึมาในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ ทอดยาวตั้งแต่อ่าวเม็กซิโกไปจนถึงปากแม่น้ำคองโก นอกจากนี้ ยังพบการบานของสาหร่ายรอบหมู่เกาะแชทัม ใกล้นิวซีแลนด์ และปรากฏการณ์ “เรดไทด์” บริเวณชายฝั่งรัฐฟลอริดา

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมกว่า 1.2 ล้านภาพ ระหว่างปี 2546-2565 โดยใช้ระบบการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อตรวจจับสัญญาณของสาหร่ายลอยน้ำ ซึ่งใช้เวลาประมวลผลนานหลายเดือน

ผลการวิจัยซึ่งถือเป็นการรวบรวมภาพรวมระดับโลกครั้งแรกของสาหร่ายลอยน้ำในมหาสมุทร พบว่า พื้นที่การบานของสาหร่ายทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 13.4% ขณะที่สาหร่ายขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอนพืชเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1% ต่อปีเท่านั้น

นักวิจัยระบุว่า การเพิ่มขึ้นของทั้งสาหร่ายขนาดใหญ่และขนาดเล็กส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สอดคล้องกับการเร่งตัวของอุณหภูมิมหาสมุทรโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 และยังพบจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2551, 2554 และ 2555 สำหรับสาหร่ายหลายชนิดในมหาสมุทรต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า แพลงก์ตอนพืชไม่ได้ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกับสาหร่ายทะเล ซึ่งอาจสะท้อนว่าการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืชมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและภาวะน้ำอุดมสารอาหารมากกว่า

นักวิจัยเตือนว่า หากแนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป อาจหมายความว่ามหาสมุทรโลกได้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบสมุทรศาสตร์แล้ว โดยเอื้อต่อการขยายตัวของสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสมดุลพลังงานของโลก การดูดซับและกักเก็บคาร์บอน กระบวนการทางชีวเคมีของมหาสมุทร รวมถึงเสถียรภาพของชั้นน้ำผิวมหาสมุทรในระยะยาว ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nature Communications

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...