เลขาฯ กนง. ชี้ ลดดอกเบี้ย มุ่งเป้าเงินเฟ้อ ควบคู่กระตุ้นเศรษฐกิจ
ดอน นาครทรรพ เลขานุการ กนง. เผยเบื้องหลังการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ชี้ชัดไม่ได้ดูแค่ GDP แต่เป็นการส่งสัญญาณ Commitment ต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางท่ามกลางความเสี่ยงเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ
26 ก.พ.2569นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เผยผ่านเฟสบุ๊ค ว่า มากกว่าแค่ตัวเลข GDP: เมื่อ กนง. ส่งสัญญาณ Commitment ต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ
ผ่านไปแล้ว สำหรับการแถลงผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งแรกของปี และครั้งแรกของผมในฐานะเลขานุการ กนง.
เพื่อนฝูงหลายคนส่งลิงก์ข่าวในสื่อต่างๆมาให้ผมมากมาย เห็นข่าวตัวเองในสื่อแล้ว ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปสู่โลกที่คุ้นเคยอีกครั้ง จากที่แถลงข่าวเศรษฐกิจรายเดือนครั้งสุดท้ายนานกว่า 5 ปีมาแล้ว
อย่างไรก็ดี จากการอ่านเร็วๆ ผมพบว่า สื่อส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาของแถลงข่าวและการสัมภาษณ์ของผมในส่วนของแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจเป็นหลัก
ทำให้เงื่อนไขสำคัญเงื่อนไขหนึ่งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง. ในครั้งนี้ ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร นั่นก็คือ การแสดงความมุ่งมั่น (Commitment) ของกนง. ต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ
ในการตัดสินใจนโยบายการเงินแต่ละครั้งกนง. จะพิจารณาในสามด้านด้วยกัน ได้แก่ ด้านเสถียรภาพราคา (เงินเฟ้อ) ด้านการขยายตัวของเศรษฐกิจ และด้านเสถียรภาพของระบบการเงิน
โดยถ้าไปเปิดหน้าเว็บของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วไปที่หน้านโยบายการเงิน จะเห็นข้อความชัดเจนว่า “รักษาเสถียรภาพด้านราคา ดูแลการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน”
ในสามด้านนี้ มีเพียงเสถียรภาพราคาที่เป็นเป้าหมายทางการ (Official target) ของการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. โดยในแต่ละปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ กนง. จะมีข้อตกลงร่วมกันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงร้อยละ 1-3 ต่อปี เป็นเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง
ซึ่งที่ผ่านมา แม้เงินเฟ้อปัจจุบันจะอยู่ต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1 แต่มองไประยะปานกลาง (2-3 ปีข้างหน้า) ประมาณการเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย ทำให้โดยปรกติแล้ว กนง. จะพูดถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจระยะสั้นเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี ในการประเมินรอบล่าสุดพบว่า อัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะเข้ากรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้เดิม จากที่จะกลับเข้าสู่กรอบในครึ่งแรกของปี 2570 ไปเป็นครึ่งหลังของปี 2570 ตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการช่วยค่าครองชีพของภาครัฐที่อาจจะมีเพิ่มเติม
รวมถึงมีปัจจัยฉุดรั้งจากเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำ (แม้จะมีทิศทางที่ดีขึ้น) นอกจากนี้ แม้อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation expectations) ในระยะปานกลางที่ กนง. ติดตามจะยังอยู่ในกรอบร้อยละ 1-3 แต่ในระยะหลังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทำให้ กนง. มีความเป็นห่วงกับแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต
ดังนั้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ในครั้งนี้ นอกจากจะเพื่อประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำแล้ว ยังเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธปท. ดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ควบคู่ไปกับการดูแลการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
"ผมหวังว่าการขยายความในครั้งนี้ จะช่วยให้สาธารณชนเข้าใจกระบวนการตัดสินใจนโยบายการเงินของ ธปท. มากขึ้นครับ" (เพิ่มเติม…)