โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ความเครียดเรื้อรังและฮอร์โมนคอร์ติซอล: ทำไมยิ่งพยายามดูแลตัวเอง ร่างกายกลับยิ่งพัง

TOJO NEWS

อัพเดต 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 7.22 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sattawat Veranon

ความเครียดเป็นกลไกการเอาตัวรอดที่จำเป็นต่อมนุษย์ หากไม่มีความเครียด เราจะไม่สามารถตอบสนองต่ออันตรายหรือความท้าทายได้ แต่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงในยุคปัจจุบันไม่ได้เกิดจากความเครียดเฉียบพลัน หากเกิดจาก ความเครียดเรื้อรัง ที่ร่างกายไม่เคยได้พักจากโหมดเอาตัวรอดเลย

ศูนย์กลางของปัญหานี้คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเมื่อหลั่งผิดจังหวะและต่อเนื่อง จะบ่อนทำลายสุขภาพทั้งระบบอย่างเงียบ ๆ

คอร์ติซอลคืออะไร และมีหน้าที่อะไรจริง ๆ

คอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียด โดย

  • เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อให้มีพลังงานฉุกเฉิน
  • กระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว
  • ยับยั้งกระบวนการที่ไม่จำเป็นชั่วคราว เช่น การย่อยอาหารและการซ่อมแซม

ในภาวะปกติ คอร์ติซอลจะหลั่งสูงตอนเช้าและลดลงในตอนกลางคืน แต่เมื่อความเครียดเรื้อรังเกิดขึ้น จังหวะนี้จะถูกรบกวน

ความเครียดเรื้อรังทำลายร่างกายอย่างไร

เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียดตลอดเวลา คอร์ติซอลจะสูงผิดปกติหรือแกว่งไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้

  • อินซูลินทำงานแย่ลง เกิดภาวะดื้ออินซูลิน
  • การอักเสบเรื้อรังเพิ่มขึ้น
  • การนอนหลับแย่ลง
  • การฟื้นฟูกล้ามเนื้อและเซลล์ลดลง

ร่างกายเหมือนถูกบังคับให้อยู่ในโหมด “เอาตัวรอด” ตลอด 24 ชั่วโมง

คอร์ติซอลกับไขมันหน้าท้อง

หนึ่งในผลลัพธ์ที่ชัดเจนของคอร์ติซอลสูงเรื้อรังคือ การสะสมไขมันบริเวณช่องท้อง ไขมันบริเวณนี้มีตัวรับคอร์ติซอลสูง จึงตอบสนองต่อความเครียดได้รวดเร็ว

นี่คือเหตุผลที่บางคน

  • กินไม่มาก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

แต่ยังลดไขมันหน้าท้องไม่ได้ เพราะต้นตออยู่ที่ระบบฮอร์โมน ไม่ใช่แค่พลังงานเข้า–ออก

ความเครียดเรื้อรังกับสมองและอารมณ์

คอร์ติซอลที่สูงเป็นเวลานานส่งผลโดยตรงต่อสมอง โดยเฉพาะบริเวณที่ควบคุมความจำและอารมณ์ ทำให้

  • สมาธิลดลง
  • ความจำแย่ลง
  • เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

ในระยะยาว ความเครียดเรื้อรังยังเร่งการเสื่อมของสมองและระบบประสาท

ความเครียดเรื้อรังกับไมโทคอนเดรีย

จากมุมมองเชิงระบบ ความเครียดไม่ได้กระทบแค่จิตใจ แต่ลงลึกถึงระดับเซลล์ คอร์ติซอลสูงทำให้ไมโทคอนเดรียผลิตพลังงานได้น้อยลงและสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า ฟื้นตัวช้า และแก่เร็วขึ้น

ทำไม “ยิ่งพยายาม” บางครั้งยิ่งแย่

หลายคนดูแลสุขภาพด้วยการ

  • คุมอาหารอย่างเข้มงวด
  • ออกกำลังกายหนักเกินไป
  • กดดันตัวเองให้ต้องดีตลอดเวลา

พฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มความเครียดโดยไม่รู้ตัว ทำให้คอร์ติซอลสูงต่อเนื่อง และขัดขวางผลลัพธ์ด้านสุขภาพ

จัดการความเครียดในมุมมองสุขภาพเชิงระบบ

การจัดการความเครียดอย่างยั่งยืนไม่ใช่การ “หนีความเครียด” แต่คือการทำให้ร่างกายกลับสู่สมดุล เช่น

  • นอนให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพ
  • ออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสม
  • ให้ร่างกายมีช่วงพักฟื้นจริง
  • สร้างกิจวัตรที่ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย

เมื่อคอร์ติซอลกลับสู่จังหวะที่เหมาะสม ระบบอื่น ๆ จะฟื้นตามไปด้วย

บทสรุป

ความเครียดเรื้อรังและคอร์ติซอลที่ผิดจังหวะคือศัตรูเงียบของสุขภาพยุคใหม่ มันไม่ได้ทำลายแค่จิตใจ แต่ส่งผลต่อฮอร์โมน เมตาบอลิซึม การอักเสบ และพลังงานระดับเซลล์ การดูแลสุขภาพอย่างแท้จริงจึงต้องรวมการจัดการความเครียดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิต ไม่ใช่เรื่องรอง

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...