"ไชยชนก" ย้ำสัมพันธ์ "กล้าธรรม" แค่กลางๆ มอง การเมือง น้ำต้มผักไม่เคยหวาน
วันนี้ (20 ก.พ.2569) นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ภายหลังพรรคกล้าธรรมประชุมพรรคเมื่อ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความชัดเจน ว่าจุดยืนยังเหมือนเดิม คือการรอรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพร้อมรับทุกพรรคที่แสดงเจตจำนงในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
ส่วนกรณีที่ นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ไม่มีที่ไหนในโลก ที่จะโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนแบ่งกระทรวง นายไชยชนก กล่าวว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้ว มองว่า จำเป็นต้องให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อน ซึ่งขณะนี้พรรคยังไม่มีการยื่นข้อเสนอให้กับพรรคการเมืองใดๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้ยึดติดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่หากคนอื่นเข้ามาทำงาน ก็อาจจะยาก เพราะกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ เหมือนกระทรวงพาณิชย์
นายไชยชนก กล่าวว่า ทุกกระทรวงก็มีความท้าทาย และคิดว่าผู้บริหารทุกคนมีความสามารถ มีบุคลิกในการทำงานที่แตกต่างกัน และสุดท้ายก็ออกมาเป็นผลงาน จะมาบอกว่าวิธีการคนนั้นคนนี้ผิด ซึ่งต้องมองที่ผลงานมากกว่า เพราะตนเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ที่จะได้ไปนั่งในกระทรวงเกษตรฯ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ว่าสิ่งที่ร.อ.ธรรมนัสพูดนั้นเป็นอย่างไร ก็ขอให้รอดูคนที่มานั่ง และผลงานดีกว่า
ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า "เมื่อยามรัก น้ำต้มผักก็ยังหวาน" ซึ่งตอนนี้ความสัมพันธ์ของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม ยังหวานอยู่หรือไม่ นายไชยชนก หัวเราะ ก่อนตอบว่า กลางๆ มาตลอด เพราะสำหรับตน การเมืองไม่เคยหวานเลย
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หากในอนาคตในรัฐบาลไม่มีพรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทยต้องเข้าไปดูกระทรวงเกษตรฯ กังวลว่าข้าราชการจะไม่ให้การตอบรับและสนองนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะส่วนตัวที่นั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็มีความลำบากในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่ต้องมีเจตนาที่ดี และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชน และทำงานอย่างสามัคคี ท้ายที่สุดก็จะทำได้
ตนเชื่อว่า เวลาจะเป็นบทพิสูจน์ ในการทุ่มเททำงานซึ่งคิดว่ากระทรวงเกษตรฯ ก็ไม่ได้แตกต่างจากกระทรวงดีอี เพราะการเข้าไปใหม่ ก็ต้องไปทำความเข้าใจในปัญหาและระบบและเข้าใจในโครงการต่างๆ ซึ่งใครก็ตามที่พร้อม และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องพร้อมที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้
พร้อมกันนี้ นายไชยชนก ยังปฏิเสธไม่ทราบรายละเอียด ข่าวที่ ร.อ.ธรรมนัส แถลงผลสำเร็จของการขายข้าว ว่าเป็นฝีมือของตนเอง ที่ไปประชุมกับประเทศจีน ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด โดยกล่าวว่า รับทราบว่าร.อ.ธรรมนัส ได้เดินทางไปที่ประเทศจีนจริง แต่ก็ต้องไปดูในรายละเอียด อาจจะเป็นผลประชุมร่วมกันหรือไม่ เพราะทุกกระทรวงมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ แล้วตนมองว่ามีความเกี่ยวข้องกันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้มองว่า เป็นผลงานของคนใดคนหนึ่งซึ่งเป็นผลงานของรัฐบาล แต่ไม่ได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องวิสัยทัศน์และความสามารถของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่ทำให้ประเทศไทยมียอดขายข้าวเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ ร.อ.ธรรมนัส แถลงลักษณะนี้ ถือเป็นการกั๊กกระทรวงเกษตรฯ หรือไม่ ซึ่งนายไชยชนก ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มหัวเราะเท่านั้น