โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คืนส่ง ‘ทหาร’ บุกล้อมสภา จุดเปลี่ยนชะตา ‘ยุน ซอกยอล’ จากผู้นำประเทศ สู่นักโทษตลอดชีวิต

TODAY

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต อดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในความผิดฐานเป็นผู้นำการก่อกบฏ จากกรณีประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2567 ซึ่งจุดชนวนวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ของประเทศ

คำพิพากษาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ ที่อดีตประธานาธิบดีถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อกบฏจากการกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่ง

TODAY EXPLAINER พาย้อนดูไทม์ไลน์เหตุการณ์ ตั้งแต่คืนประกาศกฎอัยการศึก จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งเปลี่ยนสถานะของอดีตผู้นำประเทศ สู่ผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต

1) จุดเริ่มต้นเกิดขึ้น ในคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ยุน ซอกยอล แถลงผ่านโทรทัศน์ทั่วประเทศ ประกาศใช้กฎอัยการศึก โดยกล่าวหาฝ่ายค้านว่าทำกิจกรรม ‘ต่อต้านรัฐ’ และอ้างประเด็นความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ พร้อมระบุว่าจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องประเทศ

2) เมื่อคำสั่งมีผล กิจกรรมทางการเมืองถูกระงับ มีคำสั่งห้ามชุมนุม และให้อำนาจทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น

3) หลังประกาศไม่นาน กำลังพลจากหน่วยรบพิเศษถูกส่งไปยังอาคารรัฐสภาในกรุงโซล มีเฮลิคอปเตอร์บินเหนือพื้นที่ และมีการควบคุมบริเวณรัฐสภา

4) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 190 คน ต้องพยายามฝ่าแนวควบคุมของทหารเข้าไปในอาคาร เพื่อรวมตัวกันลงมติยกเลิกกฎอัยการศึก

5) เวลา 01.02 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม ที่ประชุมลงมติ 190 ต่อ 0 ให้ยกเลิกกฎอัยการศึก จากนั้นรัฐบาลประกาศถอนคำสั่งในเวลาต่อมา รวมแล้วกฎอัยการศึกมีผลอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมง

6) วันที่ 14 ธันวาคม 2567 รัฐสภาเกาหลีใต้ลงมติถอดถอนยุน ซอกยอล จากตำแหน่งประธานาธิบดี โดยให้เหตุผลว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ

การลงมติผ่านตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทำให้ยุนถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ทันที และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดขั้นสุดท้าย

7) หลังการถอดถอน สำนักงานอัยการตั้งทีมสอบสวนพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับยุน ขณะที่หน่วยงานสอบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) ยื่นขอหมายจับต่อศาล ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึก และการใช้อำนาจในฐานะผู้นำประเทศ

8) เดือนมกราคม 2568 ยุนถูกควบคุมตัวตามหมายจับ ทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีที่ ‘ยังมีสถานะตามกฎหมาย’ คนแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมในคดีอาญา

เหตุผลคือ แม้จะถูกสภาลงมติถอดถอนไปแล้ว แต่ในเวลานั้นเขายังไม่พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญภายในกรอบเวลา 180 วันตามรัฐธรรมนูญ

9) เดือนเมษายน 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ยืนยันการถอดถอน โดยเห็นว่าการประกาศกฎอัยการศึกไม่เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ยุนพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

10) ระหว่างการพิจารณาคดี ศาลรับฟังพยานจำนวนมาก รวมถึงผู้บัญชาการทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎอัยการศึกในคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2567 และคดีนี้ยังถูกพิจารณาควบคู่กับคดีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายที่ถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทในการดำเนินการตามคำสั่งด้วย

11) อัยการยื่นฟ้องยุนในข้อหาเป็นผู้นำการก่อกบฏ ซึ่งตามกฎหมายเกาหลีใต้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต โดยอัยการระบุว่าการประกาศกฎอัยการศึก และการส่งกำลังไปยังรัฐสภา กระทบต่อระเบียบรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง

12) ฝ่ายจำเลยปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีเจตนาก่อกบฏหรือทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญ

13) นอกจากคดีหลักข้อหาก่อกบฏแล้ว ยุนยังถูกดำเนินคดีในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประกาศกฎอัยการศึก รวมถึงข้อหาขัดขวางการจับกุม และความผิดเกี่ยวกับขั้นตอนการออกคำสั่ง โดยก่อนหน้านี้ศาลมีคำพิพากษาจำคุกเขา 5 ปีในคดีดังกล่าว

14) เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คืนประกาศกฎอัยการศึกก็ถูกดำเนินคดีเช่นกัน เช่น อดีตรัฐมนตรีกลาโหม คิม ยง-ฮยอน ถูกตัดสินจำคุก 30 ปี จากบทบาทในการวางแผนและสั่งการกำลังทหาร

15) อดีตนายกรัฐมนตรี ฮัน ด็อก-ซู ถูกตัดสินจำคุก 23 ปี จากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการประกาศกฎอัยการศึก ขณะที่อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย อี ซัง-มิน ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี จากข้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของเขาในช่วงนั้น

16) คำพิพากษาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนคำตัดสินในคดีของยุน และถูกอ้างถึงในกระบวนการพิจารณาคดีว่าเป็นส่วนหนึ่งของบริบททางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

17) จนมาถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาว่า ยุนมีความผิดฐานเป็นผู้นำการก่อกบฏ และพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต โดยจำเลยยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการทางกฎหมาย

18) ศาลระบุว่า การประกาศกฎอัยการศึกในคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ไม่เข้าเงื่อนไข ‘ภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของรัฐ’ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และเห็นว่าการใช้อำนาจดังกล่าวขัดต่อหลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

19) ศาลยังวินิจฉัยว่า การสั่งให้ทหารไปยังรัฐสภา และใช้มาตรการที่กระทบต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นการกระทบต่อระเบียบรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง และเข้าองค์ประกอบความผิดฐานก่อกบฏตามประมวลกฎหมายอาญาเกาหลีใต้

20) ก่อนมีคำตัดสิน อัยการได้ร้องขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิตต่ออดีตผู้นำเกาหลีใต้ โดยให้เหตุผลว่าการกระทำของเขาเป็นการใช้กำลังแทรกแซงโครงสร้างอำนาจรัฐโดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

21) หลังคำพิพากษา ทีมทนายความของยุนออกแถลงการณ์ว่า คำตัดสิน “ไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน” และกล่าวหาว่าศาลยึดแนววินิจฉัยที่กำหนดไว้ล่วงหน้า พร้อมระบุว่าจะหารือกับยุนเรื่องการยื่นอุทธรณ์ โดยตามกฎหมายจำเลยมีเวลา 7 วันในการยื่นอุทธรณ์

22) การอ่านคำพิพากษาในวันนี้ (19 ก.พ.) ศาลอนุญาตให้มีการถ่ายทอดสด เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนติดตามคำตัดสินในคดีประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมกัน

23) คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสังคมที่ยังแบ่งขั้วชัด ระหว่างกลุ่มที่มองว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย กับกลุ่มที่เห็นว่าเป็นการคุกคามระบอบประชาธิปไตย

24) แม้คำพิพากษาจะเป็นบทสรุปของศาลชั้นต้น แต่กระบวนการทางกฎหมายยังไม่จบ หากมีการอุทธรณ์ คดีจะเข้าสู่การพิจารณาในศาลสูงต่อไป

25) ระหว่างที่ศาลอ่านคำพิพากษา ด้านนอกศาลแขวงกลางกรุงโซลมีกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านยุนมารวมตัวกันหนาแน่น เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกระดมกำลังดูแลความเรียบร้อย และผู้สนับสนุนบางส่วนชูป้าย-ตะโกนแสดงจุดยืนว่าไม่ยอมรับทั้งการถอดถอนและคำตัดสินของศาล

26) ฝั่งผู้สนับสนุนยุนยังยืนยันว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ และมองว่ากระบวนการดำเนินคดีมีแรงจูงใจทางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าคำพิพากษาครั้งนี้คือการย้ำหลักตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ

27) ยุนไม่ใช่ประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกตัดสินให้จำคุก ในอดีต อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้หลายคนที่ถูกตัดสินจำคุกในคดีทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบ เคยได้รับการอภัยโทษหรือลดโทษในเวลาต่อมา เช่น พัก กึน-ฮเย และ อี มย็อง-บัก ที่เคยถูกตัดสินจำคุกก่อนจะได้รับการอภัยโทษภายหลัง

28) อย่างไรก็ตาม ในกรณีของยุน ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณเรื่องการอภัยโทษ และกระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุด หากมีการยื่นอุทธรณ์ คดีจะต้องเดินหน้าต่อไปในศาลสูงและศาลฎีกาตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...