โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

OKJ ร่วง 8% โบรกหั่นคำแนะนำ “ขาย” เป้าเหลือ 2 บาท หลังยอดขายหด-รายจ่ายพุ่ง ฉุดกำไรลด 65%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 04.05 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.พ. 69)ราคาหุ้นบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน)หรือ OKJ ณ เวลา 10:50 น. อยู่ที่ระดับ 3.90 บาท ลบ 0.36 บาท หรือ 8.45% สูงสุดที่ระดับ 3.94 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.42 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 33.69 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ปรับคำแนะนำ OKJ เป็น “ขาย” จากเดิม “ถือ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 2 บาท จากเดิม 5 บาท

OKJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยพลิกมาขาดทุนสุทธิ 34 ล้านบาท นับเป็นการขาดทุนครั้งแรกของบริษัท แม้หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 17 ล้านบาท จากการย้ายครัวกลางแห่งใหม่ บริษัทยังคงขาดทุน 17 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้หดตัว

รายได้ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 627 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 12% จากไตรมาสก่อน แม้จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 77 สาขา (เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน, เพิ่มขึ้น7% จากไตรมาสก่อน) แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวของยอดขายสาขาเดิมได้ โดยเฉพาะแบรนด์หลัก Ohkajhu ซึ่งคิดเป็นประมาณ 80% ของรายได้รวม มี SSSG ลดลงถึง 28% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 40% จากการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เร่งตัวขึ้น 13% YoY เร็วกว่าการเติบโตของรายได้ ตามการขยายสาขา ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาสนี้ขาดทุน จากผลดังกล่าว กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 70 ล้านบาท ลดลง 65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยและตลาดราว 45%

ฝ่ายวิจัยคาดว่า OKJ จะยังเผชิญความท้าทายเดิมในปีนี้ และกำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยได้ปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2569–2570 ลง 60% เหลือ 58 ล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ในปี 2569 จากการปรับลดสมมติฐานรายได้ โดยคาด SSSG ลดลง 10% และยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนของการเติบโต

ปัญหาเชิงโครงสร้างยังอยู่ที่แบรนด์หลัก Ohkajhu ซึ่งเผชิญกับความนิยมที่ลดลงจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่แบรนด์ใหม่อย่าง Oh!Juice และ Joe’s Wings อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และยังมีสัดส่วนรายได้รวมเพียงราว 14% ทำให้ไม่สามารถชดเชยการชะลอตัวของแบรนด์หลักได้

บริษัทจึงยังต้องพึ่งพาการขยายสาขาเพื่อหนุนรายได้ ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก่อนรายได้ สะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ลดลงจากระดับ 45–46% มาอยู่ที่ 43% ในปี 2568 และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องสู่ 41.8% ในปี 2569 ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 34% มาอยู่ที่ราว 39–40% ซึ่งยังเป็นความท้าทายหลักในปีนี้

จากการปรับลดประมาณการผลประกอบการ ฝ่ายวิจัยจึงปรับคำแนะนำ OKJ จาก “ถือ” เป็น “ขาย” โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับประมาณ 44 เท่าของ PER ปี 2569 ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มร้านอาหารที่ราว 20 เท่า สะท้อน Valuation ที่ตึงตัวและจำกัด Upside ภายใต้แนวโน้มกำไรที่ยังอ่อนแอ

ทั้งนี้ ปัจจัยบวก (Upside) ที่อาจส่งผลดีกว่าคาด ได้แก่ SSSG ที่ฟื้นตัวดีกว่าประมาณการ อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...