โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

จับตานโยบาย Care Giver 18,000 คน เล็งขยายเวลาจ้างเพิ่ม

Thai PBS

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

สปสช. ขอขยายเวลาจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มอีก 8,000 คน ถึง มิ.ย. 69 ย้ำ พิจารณาไม่ให้ซ้ำซ้อนนโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา ขณะที่ รมว.สธ. ชี้ อนาคตสุขภาพไทยต้องแก้เชิงโครงสร้าง ดูแลผู้สูงวัย เพิ่มคุณภาพเด็กเกิดใหม่ ควบคู่ลงทุนเทคโนโลยีการแพทย์

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีย์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าร่างประกาศหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสำหรับ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver หรือ CG) ซึ่งเป็นนโยบายช่วงที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รมว.กระทรวงสาธารณสุข ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการขยายระยะเวลาใช้งบประมาณกลาง ซึ่งเดิมกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยจะขยายออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2569

นพ.จเด็จ ระบุว่า เป้าหมายการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุอยู่ที่กว่า 18,000 คน ปัจจุบันจ้างไปแล้วประมาณ 10,000 คน ยังเหลืออีกเกือบ 8,000 คน จึงจำเป็นต้องขอความเห็นชอบเพื่อขยายระยะเวลาการจ้างงานให้สอดคล้องกับกรอบงบประมาณที่ขยายออกไป เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนดำเนินต่อเนื่องไม่สะดุด

เมื่อถามถึงนโยบายดังกล่าวจะซ้ำซ้อนกับนโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา ของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ? เลขาฯ สปสช. บอกว่า จะนำทั้งสองแนวคิดมาพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบ หากพบส่วนที่ซ้ำซ้อนก็ต้องดูว่าเป็นความจำเป็นหรือไม่ และจะจัดกระบวนการบริหารจัดการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น เพื่อให้ทรัพยากรภาครัฐถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ย้ำนโยบายสุขภาพมองระยะยาว

ส่วนกระแสความสนใจของภาคประชาสังคมเกี่ยวกับสถานชีวาภิบาลและนโยบาย ตายดี รวมถึงความกังวลว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้ว ทิศทางนโยบายอาจเปลี่ยนไปหรือไม่นั้น พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การตัดสินใจเรื่องตำแหน่งเป็นอำนาจของฝ่ายการเมือง แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร นโยบายด้านสุขภาพจำเป็นต้องเดินหน้าในระยะยาว

พัฒนา ยังระบุว่า ช่วง 4–5 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขเน้นนโยบายระยะสั้นที่เห็นผลเร็ว แต่ในระยะต่อไปต้องขยับไปสู่นโยบายเชิงโครงสร้างมากขึ้น แก้ปัญหาเชิงระบบควบคู่กับการดูแลระยะสั้น

ในมิติประชากร รมว.สธ. บอกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเด็กเกิดใหม่และการเพิ่มอัตราการเกิด ขณะเดียวกันต้องดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และเป็น ทรัพย์สินของสังคม มากกว่าจะเป็นภาระ

เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างการเงินโรงพยาบาล

ในด้านการบริหารจัดการระบบสุขภาพ รมว.สาธารณสุข ยอมรับว่า มีโรงพยาบาลบางแห่งประสบปัญหาทางการเงิน แต่แนวทางต่อไปจะไม่มองเพียงการอุดช่องว่างระยะสั้น หากจะเน้นการลงทุนเพื่ออนาคต เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ การวิจัยด้านจีโนมิกส์ และการเข้าถึงวัคซีนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเพิ่มรายได้ให้โรงพยาบาลรัฐ โดยพยายามดึงเม็ดเงินจากระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจ ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ให้มาใช้บริการในโรงพยาบาลของรัฐมากขึ้น ปัจจุบันสัดส่วนผู้มีประกันสุขภาพเอกชนที่ใช้บริการโรงพยาบาลรัฐมีเพียงร้อยละ 3–4 เท่านั้น หากเพิ่มสัดส่วนได้ จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณของโรงพยาบาล

“ทิศทางในอนาคตจะเป็นการผสานการแก้ปัญหาระยะสั้นกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและความท้าทายด้านสุขภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืน”

พัฒนา พร้อมพัฒน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

โพสต์อ้าง “อิหร่าน” ยิงขีปนาวุธพลาดโดนโรงเรียน แท้จริงคนละเหตุการณ์ ห่างไปกว่า 1,000 กม.

20 นาทีที่แล้ว

เกาหลีใต้ กังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง เสี่ยงกระทบวัสดุผลิตชิป

57 นาทีที่แล้ว

ปุ๋ยยูเรียมีเพียงพอ พาณิชย์ เข้มร้านค้า ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สว.สหรัฐฯ หนุน "ทรัมป์" เดินหน้าปฏิบัติการทหารกับอิหร่าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สุขภาพ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...