โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

พฤติกรรมเสี่ยงโรคอ้วนทำสุขภาพพัง สารพัดโรคเรื้อรังอันตราย

PPTV HD 36

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คนรุ่นใหม่นั่งนาน กินมันหวาน ขยับตัวน้อย เสี่ยงอ้วนและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หยุดหายใจขณะหลับ ควรคุมอาหาร ออกกำลังกาย และเช็ก BMI สม่ำเสมอ

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะคนเมือง นิยมกินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง อีกทั้งยังใช้เวลาทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงต่อวัน ขยับตัวน้อย ทำงานหนัก นอนดึก และไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย หลายคนจึงมีปัญหาสุขภาพรุมเร้าตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งรวมถึงการมีน้ำหนักตัวสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม ปัญหาเหล่านี้อาจสะสมจนก่อให้เกิดโรคเรื้อรังในระยะยาวได้ ตัวอย่างโรคที่สัมพันธ์กับความอ้วน

“โรคอ้วนไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” หมอแอมป์ชี้ กว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกเผชิญวิกฤตน้ำหนักเกิน

ลดน้ำหนักไม่ต้องผ่า! ด้วยการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร (Gastric Balloon)

  • ข้อต่อและกล้ามเนื้อบาดเจ็บ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ปกติจะต้องรับน้ำหนักมากอยู่ตลอดเวลาจึงเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย
  • ไตทำงานหนัก คนอ้วนมักกินอาหารเยอะเป็นพิเศษ ไตจึงต้องทำงานหนักเพื่อกำจัดของเสียต่างๆ นอกจากนี้คนอ้วนยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้ต้องกินยาเป็นประจำ ซึ่งยาเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบต่อไตได้
  • โรคเบาหวาน การออกกำลังกายน้อยประกอบกับกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกินไป อาจก่อให้เกิดโรคอ้วนและเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันจะถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • โรคความดันโลหิตสูง อันที่จริงไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมก็สามารถเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ แต่ถ้ายิ่งชอบกินอาหารหวาน มัน เค็มเป็นประจำ และมีภาวะอ้วนร่วมด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
  • โรคไขมันในเลือดสูง หากร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ อาจส่งผลให้หลอดเลือดแข็ง ตีบ อุดตัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการกินอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันและคอเรสเตอรอล
  • โรคนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการสะสมของไขมันและคอเรสเตอรอล ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งมีความเสี่ยง เนื่องจากอัตราการเผาผลาญลดลงตามวัย เราจึงควรเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยลดการเกิดตะกอนที่ทำให้เกิดนิ่ว
  • ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ พบมากในคนอ้วนและผู้ที่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อน เป็นการนอนหลับแบบไม่ปกติซึ่งมีผลทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรัง รวมถึงเกิดการหลั่งสารที่มีผลต่อการบีบตัวของหลอดเลือด ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
  • โรคมะเร็ง ความอ้วนเป็นปัจจัยเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ลดโอกาสเสี่ยงด้วยการหลีกเลี่ยงความอ้วน

คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถประเมินภาวะอ้วนลงพุงได้ง่าย ๆ ด้วยการวัดเส้นรอบเอวบริเวณจุดที่ผ่านสะดือ (หน่วยเป็นเซนติเมตร) แล้วนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกับส่วนสูง (หน่วยเป็นเซนติเมตร) หาร 2 หากตัวเลขของเส้นรอบเอวมากกว่าส่วนสูงหาร 2 นั่นแสดงว่าคุณอาจกำลังมีภาวะอ้วนลงพุง หรือใช้วิธีคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) ด้วยการนำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง สำหรับคนเอเชียค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 18.5-22.9 หากอยู่ระหว่าง 23.00-24.9 จัดว่าเป็นคนท้วมหรือเริ่มอ้วนในระดับหนึ่ง และหากเกิน 25 ขึ้นไปถือว่าเป็นคนอ้วน

สาเหตุของโรคอ้วนโดยมากเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม แต่ก็มีบางกรณีที่เกิดจากพันธุกรรมหรือความผิดปกติบางประการ เช่น การเป็นโรคไทรอยด์ ซึ่งทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ

แนวทางในการลดความอ้วนที่ปลอดภัยและส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยที่สุด คือการกินอาหารให้ครบห้าหมู่ในปริมาณพอดี หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด ของหวาน และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ รวมถึงตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ในกรณีที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ยังคงอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจมีความผิดปกติบางอย่างแฝงอยู่ในร่างกาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...