โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ เลขานายก อบจ.สมุทรปราการ เอี่ยวขบวนการหลอกลงทุน

แนวหน้า

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจไซเบอร์ผนึกกำลัง ปปง. กว่า 40 นาย เปิดยุทธการตรวจค้น 5 เป้าหมาย ก่อนควบคุมตัวเลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ ตามหมายจับศาล 2 แห่ง คดีเอี่ยวขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ รถยนต์ และสมุดบัญชีกว่า 40 เล่ม เตรียมขยายผลเส้นทางการเงินเชิงลึก

4 มีนาคม 2569 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ไซเบอร์ ผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กว่า 40 นาย เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 5 เป้าหมาย ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนควบคุมตัว นายสิทธิชัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ.209/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค. ศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.137/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค. ในความผิดฐาน 1.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือโดยทุจริตหลอกลวงประชาชน / 2.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน / 3.สนับสนุนการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี / 4.เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก/บัญชีอิเล็กทรอนิกส์/หมายเลขโทรศัพท์ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดทางอาญา

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง / โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง / ฮาร์ดดิสก์พกพายี่ห้อ WD 1 เครื่อง / รถยนต์ 2 คัน / ตรายางบริษัท 1 ชิ้น / และสมุดบัญชีธนาคารประมาณ 41 เล่ม

นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจค้นบริษัทประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 และบริษัทประกอบกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายสิทธิชัยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น พร้อมตรวจยึดเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจสอบเชิงลึก

พล.ต.ต.ทินกร กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ประกอบธุรกิจซื้อขายเหรียญดิจิทัล พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อีกทั้งไม่ทราบว่าผู้ที่โอนเงินมาซื้อขายเหรียญดิจิทัลเป็นใคร เป็นลักษณะของการซื้อมาขายไปเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีหลายเคสไอดีในระบบแจ้งความออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการหลอกลงทุน เทรดหุ้น เข้าไปเกี่ยวข้องกับบัญชีของผู้ต้องหาทั้งรูปแบบส่วนตัวและบริษัท ซึ่งในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมเปิดโอกาสให้นำพยานหลักฐานเข้าชี้แจง โดยจากนี้จะประสานต้นสังกัดของผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...