รวบ เลขานายก อบจ.สมุทรปราการ เอี่ยวขบวนการหลอกลงทุน
ตำรวจไซเบอร์ผนึกกำลัง ปปง. กว่า 40 นาย เปิดยุทธการตรวจค้น 5 เป้าหมาย ก่อนควบคุมตัวเลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ ตามหมายจับศาล 2 แห่ง คดีเอี่ยวขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ รถยนต์ และสมุดบัญชีกว่า 40 เล่ม เตรียมขยายผลเส้นทางการเงินเชิงลึก
4 มีนาคม 2569 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ไซเบอร์ ผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กว่า 40 นาย เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 5 เป้าหมาย ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนควบคุมตัว นายสิทธิชัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ.209/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค. ศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.137/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค. ในความผิดฐาน 1.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือโดยทุจริตหลอกลวงประชาชน / 2.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน / 3.สนับสนุนการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี / 4.เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก/บัญชีอิเล็กทรอนิกส์/หมายเลขโทรศัพท์ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดทางอาญา
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง / โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง / ฮาร์ดดิสก์พกพายี่ห้อ WD 1 เครื่อง / รถยนต์ 2 คัน / ตรายางบริษัท 1 ชิ้น / และสมุดบัญชีธนาคารประมาณ 41 เล่ม
นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจค้นบริษัทประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 และบริษัทประกอบกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายสิทธิชัยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น พร้อมตรวจยึดเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจสอบเชิงลึก
พล.ต.ต.ทินกร กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ประกอบธุรกิจซื้อขายเหรียญดิจิทัล พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อีกทั้งไม่ทราบว่าผู้ที่โอนเงินมาซื้อขายเหรียญดิจิทัลเป็นใคร เป็นลักษณะของการซื้อมาขายไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีหลายเคสไอดีในระบบแจ้งความออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการหลอกลงทุน เทรดหุ้น เข้าไปเกี่ยวข้องกับบัญชีของผู้ต้องหาทั้งรูปแบบส่วนตัวและบริษัท ซึ่งในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมเปิดโอกาสให้นำพยานหลักฐานเข้าชี้แจง โดยจากนี้จะประสานต้นสังกัดของผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป