โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อโลกไม่เชื่อใจ กระดาษ เจาะลึก 10 ประเทศที่มีทองคำมากที่สุดในโลก

แนวหน้า

เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 17.00 น.

เมื่อปี 2569 ทองคำไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอมือถือหรือตามหน้าร้านทองอีกต่อไป หลังจากที่ราคาทองคำโลกพุ่งทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ราคาทองคำในประเทศไทยทำนิวไฮด์ตามไปด้วย และกลายเป็น "อาวุธลับทางการเงิน" ที่แต่ละประเทศใช้ค้ำประกันอำนาจตัวเอง ในขณะที่เงินดอลลาร์เริ่มถูกตั้งคำถาม และนี่คือ 10 อันดับประเทศที่กอดทองคำไว้แน่นที่สุด พร้อมเบื้องหลังที่คุณอาจไม่เคยอ่านจากที่ไหน จาก แนวหน้าออนไลน์ ที่รวบรวมข้อมูลมา

ทองคำ คือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามาตั้งแต่สมัยโบราณมาอย่างยาวนานเปลี่ยนผ่านกาลเวลาตามยุคสมัย อย่างในช่วงสงครามโลกหลังจากเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ระหว่างหลายชาติที่เข้าร่วมสงครามโดยตรงหรือทางอ้อม ทำให้ ทองคำ ถูกผลักดันใช้เป็นรากฐานของความเชื่อมั่นของชาติ และประเทศที่สะสมทองคำมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลก

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

อันดับ 1. สหรัฐอเมริกา มีทองคำมากถึง 8,133 ตัน ครองแชมป์โลกมาอย่างยาวนาน แม้จะไม่มีการซื้อเพิ่มมานานมากแล้ว แต่การที่สหรัฐฯ ถือทองคำเป็นสัดส่วนสูงถึง 78% ของทุนสำรองทั้งหมด คือการประกาศว่า "ถึงดอลลาร์จะแกว่ง แต่ฐานรากเรายังเป็นทองคำ"

อันดับ 2.เยอรมนี มีทองคำมากถึง 3,350 ตัน เยอรมนีใช้นโยบาย"ทองคำต้องอยู่บ้าน" โดยทยอยขนทองคำกลับจากนิวยอร์กและปารีสมาไว้ที่แฟรงก์เฟิร์ต เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าในยามวิกฤต พวกเขามีทรัพย์สินที่จับต้องได้จริงคอยหนุนหลังเงินยูโรอยู่

อันดับ 3 อิตาลี มีทองคำมากถึง 2,452 ตัน อิตาลีคือข้อยกเว้นที่น่าสนใจ แม้ประเทศจะมีหนี้สาธารณะสูง แต่กลับไม่ยอมขายทองคำเลยแม้แต่ตันเดียว เพราะทองคำคือ "สายสิญจน์" เส้นสุดท้ายที่ทำให้เจ้าหนี้ทั่วโลกยังเชื่อมั่นในเสถียรภาพของอิตาลี

อันดับ 4 ฝรั่งเศส มีทองคำมากถึง 2,437 ตัน เมืองน้ำหอมเลิกขายทองคำมาตั้งแต่ปี 2009 และเปลี่ยนมาเป็นสาย"สะสม" เพื่อเตรียมรับมือกับระเบียบโลกใหม่ที่ลดการพึ่งพิงดอลลาร์ (De-dollarization)

อันดับ 5. รัสเซีย มีทองคำมากถึง 2,333 ตัน รัสเซียคือประเทศที่เปลี่ยน "ดินเป็นทอง" โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ขุดได้ แปลงเป็นทองคำแท็บเก็บเข้าคลังเพื่อหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ทองคำของรัสเซียในวันนี้ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่คือ "โล่ป้องกัน" ทางเศรษฐกิจ

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

อันดับ 6. จีน มีทองคำมากถึง 2,304 ตัน ตัวเลขนี้เป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่าจีนยังมีทองคำที่ไม่ได้รายงาน (Unofficial) อีกมหาศาล จีนสะสมทองคำเพื่อเตรียมพร้อมให้เงินหยวนก้าวขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักของโลกอย่างเต็มตัว

อันดับ 7. สวิตเซอร์แลนด์ มีทองคำมากถึง 1,040 ตัน แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่คือโรงกลั่นทองคำของโลก ทองคำในคลังของสวิสคือเครื่องหมายการค้าของความ "เป็นกลาง" และความปลอดภัยสูงสุด

อันดับ 8. อินเดีย มีทองคำมากถึง 880 ตัน อินเดียไม่ได้ซื้อทองคำแค่ในระดับรัฐบาล แต่"ความรักในทองคำ" อยู่ในสายเลือดคนอินเดีย ธนาคารกลางอินเดียเร่งเก็บทองเพิ่มเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่โตวันโตคืน

อันดับ 9. ญี่ปุ่น มีทองคำมากถึง 846 ตัน ญี่ปุ่นสะสมทองคำเพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เริ่มร้อนแรงขึ้น

อันดับ 10. ตุรกี มีทองคำมากถึง 617 ตัน ตุรกีคือม้าแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะต้องสู้กับวิกฤตเงินเฟ้อในประเทศอย่างหนัก ทองคำจึงกลายเป็น"เครื่องช่วยหายใจ" เดียวที่เหลืออยู่ของเศรษฐกิจตุรกี

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

และทำไมเราต้องสนว่าเขาถือทองเท่าไหร่ หลายคนอาจจะสงสัยและเคยตั้งคำถาม หรือบางคนก็เก็บข้อสงสัยนี้เอาไว้ในใจมากเนิ่นนาน นั่นก็เพราะว่า ในวันที่โลกไม่เชื่อใจกระดาษ (เงินตรา) ทุกคนจะวิ่งกลับไปหาโลหะ (ทองคำ) ดังเช่นสถานการณ์ปัจจุบันในหลายประเทศบนโลกใบนี้ ที่กำลังเกิดความขัดแย้งกัน เริ่มตั้งแต่ระดับเบาจนลุกลามบานปลายกลายเป็นสงคราม

การที่ประเทศไทยเรามีทองคำสำรองอยู่อันดับที่ 22 ของโลก หรือประมาณ 240 ตัน สะท้อนให้เห็น ว่า เราเองก็กำลังปรับตัวเพื่อไม่ให้ตกขบวนความมั่นคงนี้เช่นกัน"ทองคำไม่ใช่แค่ของสะสมของคนรวย แต่มันคือประกันชีวิตของคนทั้งชาติ"

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก YLG Group, เพจเฟซบุ๊ก KIM Property Live, reddit.com, bloomberg.com, เพจเฟซบุ๊ก แม่เฒ่า เล่าเรื่อง, สมาคมค้าทองคำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...