“พาณิชย์” หารือ “ทูตญี่ปุ่น" ทบทวน JTEPA ดันการลงทุนอุตฯ แห่งอนาคต
"ศุภจี" หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า ในฐานะ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ผลักดันทบทวนความตกลง JTEPA ผลักดันลงทุนอุตสาหกรรม New S-Curve
วันที่ 17 ม.ค. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ได้พบหารือกับนายโอตากะ มาซาโตะ (Mr. OTAKA Masato) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในฐานะ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน"
โดยเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเสนอทบทวนความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (JTEPA) โดยเร็วที่สุด เพื่อตอบโจทย์การค้าในอนาคต
นางศุภจี กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย โดยทั้งสองประเทศมีสินค้าศักยภาพที่มีความเกื้อกูลกันในห่วงโซ่อุปทานมาอย่างยาวนาน โดยตนได้แสดงความพร้อมของไทยในการเป็นแหล่งสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพสูงสำหรับญี่ปุ่น อาทิ ข้าว ไก่แปรรูป และอาหารทะเลกระป๋อง พร้อมกับได้ขอให้ฝ่ายญี่ปุ่นสนับสนุนการนำเข้าข้าวไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิตต่อไทยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ได้ขอให้เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นช่วยประสาน trading firm สัญชาติญี่ปุ่นในไทย (กลุ่ม Sogo Shosha) ช่วยกระจายสินค้าไทยไปยังเครือข่ายของบริษัทที่มีทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก สำหรับในด้านการลงทุน ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ของไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทญี่ปุ่นลงทุนในไทยเกือบ 6,000 ราย
โดยตนได้เชิญชวนนักลงทุนและสตาร์ทอัพญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนหรือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพิ่มเติมในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) อาทิ ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์ยุคใหม่ อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ
ตลอดจนวิทยาศาสตร์สุขภาพและสุขภาวะ รวมทั้งให้เชิญชวนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนสำหรับประเทศเขตร้อนด้วย
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันไทยกับญี่ปุ่นมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ร่วมกันที่เรียกว่า ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น หรือ JTEPA ซึ่งเป็น FTA ที่มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2550
โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยมีการขอใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกไปญี่ปุ่นถึงร้อยละ 80 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ์ฯ ภายใต้ JTEPA ซึ่งในปีนี้ ความตกลง JTEPA จะมีอายุครบ 19 ปีแล้ว ตนจึงได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งทบทวนความตกลงฯ ให้ทันสมัย
สอดรับกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้ง ใช้โอกาสดังกล่าวเจรจาเพื่อขอเปิดตลาดสินค้าระหว่างกันเพิ่มเติม เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างสนับสนุนให้มีการจัดทำความร่วมมือด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าระหว่างกันเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในกระบวนการไต่สวน และฝ่ายไทยยินดีจัดฝึกอบรมให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นในการยื่นขอใช้มาตรการฯ เพื่อคุ้มครองนักลงทุนในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้า ซึ่งมีลักษณะการค้าที่ไม่เป็นธรรม
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และพร้อมรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนเพื่อให้การบังคับใช้มาตรการฯ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ในปี 2570 จะเป็นวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในทุกระดับของทั้งสองประเทศ หนึ่งในตัวอย่างความร่วมมือที่สำคัญ คือ การพัฒนาผ้ากิโมโนภายใต้โครงการ Thai Kimono Project
โดยนำผ้าทอไทยจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาผสมผสานกับกิโมโนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทั้งนี้ที่ผ่านมา คอลเลกชันกิโมโนผ้าไทยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น เนื่องจากช่วยเติมสีสันและเอกลักษณ์ใหม่ให้แฟชั่นดั้งเดิม พร้อมเชื่อมโยงวัฒนธรรมของสองประเทศ ส่งเสริมงานหัตถศิลป์ร่วมกัน และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางการค้าและการพัฒนาสินค้าร่วมสมัยในอนาคต
อย่างไรก็ดีในปี 2567 ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย รองจากจีนและสหรัฐฯ การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 52,010.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น มูลค่า 23,285.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น มูลค่า 28,724.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค. –พ.ค.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 48,782.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น มูลค่า 21,659.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น มูลค่า 27,123.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกลเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ และ เคมีภัณฑ์ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และแผงวงจรไฟฟ้า
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พาณิชย์” หารือ “ทูตญี่ปุ่น" ทบทวน JTEPA ดันการลงทุนอุตฯ แห่งอนาคต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th