โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สว.นันทนา บุกกกต.หารือปม ‘ประชามติ’ ชาวบ้านตะโกนสวน ‘จะแก้ทำไม ของเดิมมันก็ดีอยู่แล้ว’

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มกราคม 2569 เวลา 19.01 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สว.นันทนา บุกกกต.ขอหารือปม “ประชามติล่วงหน้าไม่ได้” หลังมีประชาชนแห่ร้อง แถมต้องแสดงตน 2 ครั้งทำเสียเวลา เชื่อมีผลทำให้จำนวนคนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง-ออกเสียงไม่เท่ากัน ถามกกต.หากต่างกันเป็นล้านจะรับผิดชอบอย่างไร เจอชาวบ้านตะโกนสวน

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เดินทางมายังกกต.โดยระบุว่า จะมาหารือเรื่องของการจัดเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ เนื่องจากทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองวุฒิสภาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่า เหตุใดจึงไม่สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้เหมือนการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งก็จะทำให้คนที่ไม่สามารถเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ได้จะเสียสิทธิ์ในการลงประชามติวันที่ 8 ก.พ. ปัญหานี้มีประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อน จึงต้องมาพูดคุยกับกกต.ว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 18 วัน จะมีวิธีการอะไรที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนที่ต้องการออกเสียงประชามติแต่ไม่สามารถไปในวันที่ 8 ก.พ.ได้ใช้สิทธิ์

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการจัดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.ที่กกต.กำหนดให้ต้องแสดงตน 2 ครั้ง มีการร้องเรียนว่าการที่ต้องมาต่อแถวเพื่อขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติใหม่หลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ทำให้เสียเวลา ถ้านึกถึงการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ 75.8% ต่อแถวยาวมากกว่าจะได้รับบัตรเพื่อไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ครั้งนี้จะต้องมาต่อแถวยาวเพื่อไปรอรับบัตรมาลงประชามติอีก ก็เป็นการทำให้ต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุอีก แต่ถ้าทำให้เป็นกระบวนการเดียวกันลงทะเบียนแสดงตนรับบัตร 3 ใบ แล้วเข้าคูหาลงคะแนนจะไม่ยุ่งยาก เพราะบัตรประชามติมีลักษณะเฉพาะคือช่องกาเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ซึ่งแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งอยู่แล้ว

"แต่การที่กกต. จัดแบบ 2 ขยัก ผลที่จะตามมาคือประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งเสร็จ อาจจะเดินออกไปเลยเพราะเห็นว่าการไปต่อแถวใหม่ยาวมาก ยิ่งมาใช้สิทธิ์ช่วงใกล้จะหมดเวลาการเลือกตั้งก็อาจต่อแถวไม่ทัน นี่คือความยุ่งยากและอุปสรรคของการลงประชามติ จึงอยากให้กกต.ปรับกระบวนการตรงนี้เพราะคนที่อยู่ในกระบวนการก็คือคนของกกต. แต่ถ้ายังยืนยันเช่นเดิมเชื่อว่าจะมีความต่างของจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับผู้ผู้ออกเสียงประชามติ ซึ่งถ้าดิฉันตั้งว่าอันนี้เป็น KPI ของกกต. ที่จะต้องทำให้คนที่มาลงประชามติ เป็นจำนวนเดียวกันกับคนที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งถ้ามันต่างกันเป็นล้านคน กกต.จะรับผิดชอบหรือไม่ เพราะถ้าการลงประชามติมันน้อยกว่าการเลือกตั้ง มันจะส่งผลถึงการแก้รัฐธรรมนูญด้วยจึงอยากมาเรียกร้องกกต.ว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหานี้อย่างไรเพราะเหลือเวลาอีกแค่ 18 วัน

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯพยายามนัดหมายกกต.แต่ก็ได้วันที่ไกลมากคือปลายเดือนนี้ ตนจึงอยากมาพูดคุยกับกกต.ว่าจะมีแนวทางอะไรที่จะสามารถเป็นไปได้ในสิ่งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และอยากให้การลงประชามติครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำพร้อมกับการเลือกตั้งได้ผลเท่ากันคือคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้วลงประชามติประหยัดทั้งเงิน เวลา และได้ประสิทธิภาพสูงกว่าที่ควรจะเป็น คือได้คนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเท่าๆกับคนที่มาออกเสียงประชามติ และเห็นว่ากกต.ควรเป็นเจ้าภาพใหญ่รณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ เวลาที่เหลืออยู่อยากให้กกต.ลงมือทำอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า กกต.ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดหน่วยลงคะแนน เพราะเป็นกฎหมายคนละฉบับและคิดมาดีแล้ว น.ส.นันทนากล่าวว่า ตนเข้าใจเรื่องกฎหมายคนละฉบับ แต่ที่ให้การออกเสียงประชามติมาทำวันเดียวกับวันเลือกตั้ง คือต้องการให้ประหยัดงบประมาณ ประชาชนประหยัดเวลา มาครั้งเดียวแล้วได้ทั้งเลือกตั้งและประชามติ ฉะนั้นจึงต้องประยุกต์วิธีการได้มาซึ่งประชามติและเลือกตั้ง โดยกกต.ทำได้เพราะผู้ที่อยู่ในกระบวนการนี้ก็คือคนของกกต.เอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นางสาวนันทนาให้สัมภาษณ์อยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานกกต.มีประชาชนซึ่งมาติดต่อหน่วยงานอื่นภายในศูนย์ราชการฯ ได้ตะโกนสวนไปยังน.ส.นันทนาว่า "จะแก้ทำไม ของเดิมมันก็ดีอยู่แล้ว" ก่อนที่จะเดินผ่านไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...