ITD ผนึก 88 ขุนพลเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้า รับมือระเบียบโลกใหม่และต้นทุนภาษีถาวร
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เตือนความตกลงทวิภาคีทำกำแพงภาษีกลายเป็นต้นทุนถาวร พร้อมชี้เป้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต EV-Digital-AI รับมือวิกฤตแรงงานทักษะสูง พาณิชย์กางแผนฝ่ามรสุมภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการ CBAM เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Wellness Economy และเศรษฐกิจฐานมูลค่าหนีกับดักหนี้
21 มกราคม 2569– ท่ามกลางความผันผวนของระเบียบการค้าโลกและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ได้ประกาศขับเคลื่อนหลักสูตรผู้นำยุทธศาสตร์ด้านการค้าและการพัฒนา รุ่นที่ 2 (LTD#2) อย่างเป็นทางการ โดยรวบรวมบุคลากรระดับบริหาร 88 ราย จากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ (White Paper) หวังสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ให้กับประเทศไทย
ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ITD วิเคราะห์ถึงภูมิทัศน์การค้าโลกที่เปลี่ยนไปว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความตกลงแบบทวิภาคี (Bilateral Agreements) เริ่มมีบทบาทเหนือกว่ากติกาพหุภาคีเดิม (Multilateralism) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนของภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ความตกลงแบบทวิภาคีที่เข้ามาแทนที่กติกาเดิม ส่งผลให้เกิดความผันผวนของกำแพงภาษีและกลายเป็นต้นทุนถาวรของภาคธุรกิจ ขณะที่ AI และทรัพยากรที่ขาดแคลน กลายเป็นสินทรัพย์ด้านความมั่นคงที่ทุกประเทศเร่งช่วงชิง ไทยไม่สามารถพึ่งพารูปแบบการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป" ดร. ดามพ์ ระบุ
นอกจากนี้ ดร. ดามพ์ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องตัดสินใจเลือกทิศทางอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) และ Digital AI Hub เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องทรัพยากรพลังงานและวิกฤตขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการรักษาตำแหน่งของไทยในห่วงโซ่คุณค่าโลก (Global Value Chain)
พาณิชย์ชี้ปัจจัยเสี่ยง "ภูมิรัฐศาสตร์-สิ่งแวดล้อม" กระทบส่งออก
ด้าน นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายภายใน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่กระจุกตัวในกลุ่ม SMEs รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ขณะที่ปัจจัยภายนอกถูกรุมเร้าด้วย 3 ภูมิทัศน์ใหม่ ได้แก่:
- ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics): สงครามการค้าและเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจที่กระทบอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์โดยตรง
- กติกาด้านสิ่งแวดล้อม: มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป ที่กดดันอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง
- เทคโนโลยี: การเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อการประหยัดทางขนาด (Economies of Scale) และช่องทางการเข้าถึงตลาด
อย่างไรก็ดี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์มองว่า ไทยยังมีโอกาสจากการเป็นจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน ซึ่งเอื้อต่อการย้ายฐานการผลิต (Relocation) และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ Wellness Economy ที่มีมูลค่าตลาดโลกสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571
"ไทยต้องยกระดับจากครัวของโลกไปสู่เศรษฐกิจฐานมูลค่า (Value-Based Economy) เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล และใช้จุดแข็งด้านการแพทย์และการเกษตรสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ" นายเอกฉัตร กล่าวเสริม
ปั้น White Paper สู่นวัตกรรมนโยบายระดับชาติ
นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD กล่าวถึงเป้าหมายเชิงประจักษ์ของโครงการ LTD#2 ว่าไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ แต่เป็นการสร้าง "Action-based Incubation" โดยใช้เวลาบ่มเพาะรวม 113 ชั่วโมง เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลจากผู้นำทั้ง 88 ท่าน ออกมาเป็นนวัตกรรมนโยบายที่จะนำเสนอต่อรัฐบาล
"ข้อมูลและแนวคิดจากการระดมสมองจะถูกนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือ White Paper เพื่อนำเสนอต่อผู้กำหนดนโยบายในงาน National Trade Leadership Summit เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมนโยบายที่เกิดขึ้น จะสามารถนำไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม"
โครงการนี้จึงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ ITD ในการสร้างเครือข่ายผู้นำ (Networking) และการสร้างผลกระทบเชิงนโยบาย (Policy Impact) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางกฎกติกาการค้าใหม่ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในอนาคตมีแผนจะขยายผลต่อเนื่องสู่รุ่นที่ 3 เพื่อความยั่งยืนของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย