กระเป๋าตังค์คนไทย แย่กว่านี้ไม่ได้แล้ว โดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์
จากภาวะ ‘เงินตึง’ สู่ยุค ‘สิ้นหวัง’ เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
ถ้าจะบอกว่า “กระเป๋าตังค์คนไทย แย่กว่านี้ไม่ได้แล้ว” ผมเชื่อว่าหลายคนคงพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่ใช่เพราะเราขี้เกียจ ไม่ใช่เพราะเราฟุ่มเฟือย แต่เพราะกติกาเศรษฐกิจตอนนี้ มันถูกออกแบบมาให้เรา “วิ่งอยู่กับที่” ครับ
ในฐานะ Money Coach ที่ได้คุยกับเคสการเงินมาตลอด 20 ปี ผมเห็นแพทเทิร์นใหม่ที่น่ากลัวมาก เกิดขึ้นในสังคมไทยยุคนี้
- เรากำลังอยู่ในยุค “ค่าครองชีพนำหน้า รายได้ตามหลัง”
เมื่อ 10 ปีก่อน เงินเดือน 15,000 บาท อาจจะพอมีเหลือเก็บถ้าประหยัด แต่ พ.ศ. นี้ ต่อให้ประหยัดจนตัวลีบ เงินเดือนเริ่มต้นแค่นี้สำหรับหลายคน ไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนไทยต้องทำงานหนักขึ้น รับจ็อบเสริม ขายของออนไลน์ เพียงเพื่อ “รักษาสถานะเดิม” ไม่ให้ตกลงไปข้างล่าง ไม่ใช่เพื่อให้รวยขึ้น นี่คือความเหนื่อยล้าสะสมที่กัดกินไฟในชีวิตคนทำงาน
- กับดักของ “เดอะแบก” ในสังคมสูงวัย
กระเป๋าตังค์ที่ว่าแฟบ มันแฟบหนักกว่าเดิมเพราะคนวัยทำงานยุคนี้ ต้องแบกรับภาระหนักอึ้ง ทั้งพ่อแม่ที่เริ่มแก่ตัวลง (และอาจไม่มีเงินเก็บพอเกษียณ) และลูกหลานที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงเพื่อการศึกษาที่ดี เมื่อรัฐสวัสดิการไม่แข็งแรงพอ ภาระทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ “กระเป๋าตังค์ใบเดียว” ของหัวหน้าครอบครัว พอล้มคนหนึ่ง ก็ล้มครืนกันทั้งบ้าน
- ภาพลวงตาของ “สินเชื่อ”
สิ่งที่ทำให้ดูเหมือนเศรษฐกิจยังหมุนไปได้ คือการที่สถาบันการเงินและแอปฯ เงินกู้ต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่ “เติมสภาพคล่องเทียม” เรากินข้าว ซื้อของใช้ จ่ายค่าไฟ ด้วยเงินในอนาคต ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง เราไม่ได้รวยขึ้น เราแค่ “ยืมเก่งขึ้น” เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ
การเลือกตั้ง: ทางแยกของความอยู่รอด
ดังนั้น โจทย์ของการเลือกตั้งรอบนี้ สำหรับผมมันไม่ใช่แค่การหาคนมา “แจกเงินเยียวยา” เพราะนั่นมันดูถูกศักยภาพคนไทยเกินไป
กระเป๋าตังค์คนไทยจะดีขึ้นได้ เราต้องการนโยบายที่กล้าหาญ แต่ต้อง “รอบคอบ” และมองผลในระยะยาว ไม่ใช่แค่แจกยาหอมแล้วจากไป:
- การปรับขึ้นค่าแรง ที่มาพร้อมกับ “เครื่องมืออัปเกรดทักษะ”
- ลด “ค่าใช้จ่ายครัวเรือน” ด้วยการจัดการสาธารณูปโภคที่เป็นธรรม
- แก้หนี้ด้วยการ “ปรับโครงสร้าง” ไม่ใช่แค่ “พักหนี้”
- สวัสดิการผู้สูงอายุที่ “พึ่งพาตัวเองได้” ช่วยลดภาระการเงินคนวัยทำงาน
- การเข้าถึงแหล่งทุนของคนตัวเล็ก ที่วัดจาก “ข้อมูล” ไม่ใช่ “หลักทรัพย์”
- ระบบภาษีที่ “คุ้มค่า” จนคนอยากจ่าย
- วัคซีนทางปัญญา: บรรจุ “วิชาการเงิน” ในระบบการศึกษา
- ฯลฯ
“ประเทศไทยแย่กว่านี้ไม่ได้แล้ว” ไม่ใช่คำขู่
แต่มันคือความจริงที่เตือนว่า ถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญกับการ “เลือก” ในครั้งนี้
เราอาจจะได้เห็นวันที่คนไทยทำงานหนักแทบตาย แต่สุดท้ายไม่มีเงินเหลือแม้แต่บาทเดียวในกระเป๋าครับ