โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

การกลับมาของ "โลตัส" พรีเมี่ยมสปอร์ตคาร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ธ.ค. 2564 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 09.23 น.

เวทีรถใหม่

โลตัส คาร์ ไทยแลนด์ ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายพรีเมี่ยมสปอร์ตคาร์สัญชาติอังกฤษ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย กลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่พร้อมเดินเกมรุกตลาดรถยนต์เมืองไทยด้วยการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมรถสปอร์ตหรูสมรรถนะเยี่ยมและน้ำหนักเบา Exige Sport 350 และ Elise Sport 220 ที่สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมี่ยมสปอร์ตคาร์ระดับโลก

ลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์โลตัสใหม่ทุกคันจะได้รับประกัน 3 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง roadside assistance นาน 3 ปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

Lotus Elise Sport 220

นำเสนอความโดดเด่นของยานยนต์ในตระกูล Elise ที่สมบูรณ์แบบ ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่สมดุลทั้งในด้านพลัง ความคล่องตัว และฟอร์มที่สวยงามบริสุทธิ์ของสุดยอดการออกแบบ ชูนวัตกรรมแชสซีอะลูมิเนียมสุดล้ำที่มีน้ำหนักเพียง 68 กก. ร่วมกับการออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงเพื่อสร้างแรงกดที่สมดุลทั่วตัวรถ ทั้งยังลดแรงต้านลมและเพิ่มเสถียรภาพแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

Elise Sport 220 ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.8-litre Supercharged Engine มอบกำลังเครื่อง 217 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.2 วินาที พร้อมอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 173 กรัม/กม.

รถยนต์ในซีรีส์ Elise ทุกคันยังมาพร้อมระบบกันสะเทือน double wishbone suspension ทั้ง 4 มุม และ Lotus Dynamic Performance Management (Lotus DPM) เอกสิทธิ์ของโลตัส ซึ่งนักขับสามารถเลือกเปิดเมื่อขับขี่ในชีวิตประจำวันที่ต้องการความผ่อนคลาย หรือปิดเมื่อต้องการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถในขณะพุ่งทะยานบนจิตวิญญาณแห่งสปอร์ตคาร์ สนนราคาค่าตัว 5,390,000 บาท

Lotus Exige Sport 350

ด้วยการรังสรรค์ความเป็นที่สุดของรถสปอร์ตพรีเมี่ยมน้ำหนักเบาให้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่สูงเป็นพิเศษ ร่วมกับแรงบิดขั้นสุดของเครื่องยนต์ 3.5-litre Supercharged V6 บวกติดตั้งส่วนปีกหลังและดิฟฟิวเซอร์เพื่อเพิ่มแรงกดและเสถียรภาพเมื่อเร่งความเร็ว ผลลัพธ์ที่ได้คือ พลังแห่งการพุ่งทะยานอันเร้าใจ ประสิทธิภาพการตอบสนองที่ฉับไว และสัมผัสการขับขี่ที่โลดแล่นเหนือจินตนาการ

Exige Sport 350 เป็นรถยนต์โลตัสรุ่นแรกที่ใช้แท่นเกียร์แบบ manual อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ซึ่งมอบความหรูหราสง่างาม และการเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้ทุกการขับขี่น่าจดจำยิ่งขึ้น พร้อมท่อไอเสียน้ำหนักเบาที่มอบเสียงกระหึ่มสุดพลังของเครื่องยนต์ V6 สนนราคาค่าตัว 9,290,000 บาท

Lotus Emira V6 First Edition

ตำนานสปอร์ตคาร์เครื่องสันดาปรุ่นสุดท้ายที่นักสะสมทั่วโลกต้องไม่พลาด Lotus Emira จะเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นสุดท้ายที่โลตัสประกาศผลิตจากโรงงาน Hethel ในสหราชอาณาจักร ก่อนที่แบรนด์จะเปลี่ยนมาผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในอนาคตด้วย design language และการออกแบบใหม่ที่มีหน้าตาสวยสะดุดตาเหมือนรถ supercar ขนาดเล็ก หากยังคงรักษาดีเอ็นเอในแบบฉบับโลตัสที่เน้นสัมผัสในการขับขี่ตามสโลแกน “For the drivers”

Lotus Emira รุ่น First Edition เครื่องยนต์ V6 3.5L มอบกำลัง 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.2 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุด 288 กม./ชม.

โลตัส คาร์ เปิดจอง Lotus Emira V6 First Edition ในราคาเริ่มต้น 11,900,000 บาท

สำหรับซีรีส์ Elise และ Exige ถือเป็น bread & butter ของแบรนด์โลตัสที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่ที่เหมือนกับรถแข่ง อย่างไรก็ตาม โลตัสได้ประกาศกำหนดเลิกการผลิตรถ 2 รุ่นนี้ในปี 2021 ทำให้ซีรีส์ Elise และ Exige จะกลายเป็น “The last of its kind” และทำให้รถยนต์ 2 รุ่นนี้เป็นรถสะสมในหมู่คนเล่นรถ future collectibles ในอีกไม่ช้า

โลตัสเผยกลยุทธ์ 5 ปีข้างหน้าสู่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โลตัสกำลังเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ในการผลิตไลฟ์สไตล์โมเดลที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาดโลก ด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าใหม่ 4 รุ่น ในอีก 5 ปีข้างหน้าเพื่อรุกตลาดรถยนต์เกรดพรีเมี่ยมอย่างเต็มตัว ได้แก่ Type 132 รถ E-Segment SUV, Type 133 รถ E-Segment 4-door Coupe, Type 134 รถ D-Segment SUV, Type 135 และ Sport Coupe

โลตัสกำลังลงทุนเปิด LOTUS TECHNOLOGY HQ แห่งใหม่ในประเทศจีน รวมถึงโรงงานผลิตรถไฟฟ้าในจีนเพื่อส่งจำหน่ายไปทั่วโลก

สำหรับรถยนต์โลตัสรุ่นต่อไปที่จะเปิดตัวในปี 2023 จะเป็นเอสยูวีรุ่นแรกของแบรนด์และเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้โค้ดเนม (Type132) โดยเอสยูวีรุ่นนี้มีเป้าหมายที่จะบุกตลาดรถพรีเมี่ยมด้วยข้อได้เปรียบด้านฐานภาษีรถไฟฟ้าที่น้อยกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป

อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้าของโลตัสจะประกอบขึ้นที่โรงงานแห่งใหม่ในจีน ทำให้ภาษีอากรขาเข้าเป็น 0% ส่งผลให้การตั้งราคาขายจะสามารถดึงดูดใจผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ได้อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...