โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

แนวหน้า

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อ ทำให้มีอาการปวด บวมที่ข้อ และอาจเกิดการทำลายข้อทำให้ข้อผิดรูปและไม่สามารถใช้งานได้อย่างเป็นปกติ โรคนี้พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยมักพบในช่วงวัยกลางคน

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาสันนิษฐานว่าเกิดจากความผิดปกติในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณเยื่อหุ้มข้อ โดยอาจได้รับการกระตุ้นจากการสูบบุหรี่ หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย และสัมพันธ์กับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดข้อเรื้อรัง ระยะเวลาเป็นเดือนถึงปี ข้อบวม มักมีอาการที่ข้อมือและข้อนิ้วมือทั้งสองข้าง บางรายอาจมีอาการบริเวณข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้าและข้อนิ้วเท้า มีอาการข้อฝืดตึงซึ่งมักเป็นมากช่วงเช้า บางรายอาจพบข้อผิดรูป และขยับได้ลดลง นอกจากนี้ ยังพบการอักเสบของอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ตา ผิวหนัง ปลอกหุ้มเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อในบางรายอาจพบปุ่มนูนใต้ผิวหนังเรียกว่าก้อนรูมาตอยด์ซึ่งมักพบบริเวณข้อศอก

การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ นอกจากจะอาศัยการซักประวัติ และตรวจร่างกายแล้ว แพทย์จะส่งเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูค่าการอักเสบ ตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รูมาตอยด์แฟกเตอร์ (rheumatoid factor) และ/หรือ แอนติซีซีพี (anti-cyclic citrullinated peptide (anti-CCP) antibody) และอาจตรวจภาพรังสี (X-ray) เพื่อให้ได้การวินิจฉัย รวมทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ และตรวจเพิ่มเติมเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

เมื่อได้การวินิจฉัยแล้ว แพทย์มักจะเริ่มการรักษาทันที เพื่อชะลอการทำลายข้อและการเกิดข้อผิดรูปและทุพพลภาพ การรักษาประกอบด้วยยาบรรเทาอาการ ซึ่งมักใช้กลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์บางรายที่อาการเป็นมากหรือมีข้อห้ามของการใช้ยาดังกล่าว อาจได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำร่วมไปกับการให้ยาต้านรูมาติกเพื่อลดการดำเนินของโรค (disease modifying antirheumatic drugs, DMARDs) เช่น เมโทเทรกเซท ซัลฟาซาลาซีนไฮดรอกซีคลอโรควิน เป็นต้น ในบางรายที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ อาจต้องใช้ยาฉีดชีววัตถุ (biologic drugs) ร่วมด้วย นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ บริหารข้อต่อหรือกายภาพบำบัด และงดสูบบุหรี่ หากมีข้อผิดรูปมากหรือสูญเสียการใช้งานอาจต้องได้รับการผ่าตัด

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคเรื้อรัง ต้องได้รับการรักษาเป็นระยะเวลานาน เพื่อคุมให้โรคสงบ แต่อาจมีช่วงที่โรคกลับมากำเริบได้ ผู้ป่วยจึงต้องมาตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แพทย์พิจารณาการปรับเพิ่มหรือลดยา ตามการกำเริบและความรุนแรงของโรค รวมไปถึงการติดตามผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา

พญ.ปัญนิภา บุบผะเรณู

โรคข้อและรูมาติสซั่ม กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...