โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้จะมีวิกฤตภาคธนาคารในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

Positioningmag

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 02.07 น.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อที่จะสกัดเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ แม้ว่าจะมีวิกฤตภาคธนาคารในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯยังยืนยันถึงความแข็งแกร่งของภาคการธนาคารที่ยังมีสภาพคล่องรวมถึงเงินทุนที่แข็งแกร่ง
ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ซึ่งจะทำให้ล่าสุดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วง 4.75 ถึง 5.0% และยังถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา เพื่อที่จะปราบเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาลดลงให้ได้
คำแถลงของธนาคารกลางสหรัฐได้กล่าวถึงความพยายามที่จะทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐนั้นกลับมาสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 2% ให้ได้
ขณะที่ปัญหาของภาคการธนาคาร Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังได้พยายามกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับระบบธนาคารที่มีปัญหาในช่วงที่ผ่านมาว่า การบริหารจัดการของ Silicon Valley Bank ถือว่า "ล้มเหลวอย่างมาก" แต่การล่มสลายของธนาคารไม่ได้บ่งชี้ถึงจุดอ่อนที่เพิ่มขึ้นในระบบธนาคาร
อย่างไรก็ดีประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เตือนถึงผลกระทบที่เกิดจากผลกระทบของ Silicon Valley Bank ในช่วงหลังจากนี้ ขณะที่กรณีที่ UBS ได้เข้าซื้อกิจการของ Credit Suisse นั้นมองว่าเป็นผลลัพธ์ในเชิงบวก
แต่ในภาพรวมแล้วประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังกล่าวว่าภาคการธนาคารสหรัฐยังมีสภาพคล่อง รวมถึงเงินกองทุนขั้นต้นของภาคธนาคารที่แข็งแกร่ง และยืนยันว่าจะใช้เครื่องมือต่างๆ รวมถึงการจับตามอง เพื่อจะทำให้ภาคการธนาคารมีความปลอดภัย
ขณะที่คาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงสูงต่อไปจนถึงปี 2025 ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาในปีนี้ก็ยังคงสูง ซึ่งทำให้ตลาดที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้นั้นอาจไม่เป็นไปตามคาด
นอกจากนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินยังให้มุมมองว่าจะจับตาดูผลกระทบของเศรษฐกิจหลังจากการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนี้อีกด้วย
ที่มา - NBC News, BBC News, CBS News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...