โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แสวง บุญมี’งง! คนพูดส่งเดช กล่าวหา กกต.เอาต่างด้าวมาคำนวณจำนวนส.ส.

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ก.พ. 2566 เวลา 17.00 น.

"แสวง บุญมี"งง! คนพูดส่งเดช กล่าวหา กกต.เอาต่างด้าวมาคำนวณจำนวนส.ส. ถูกด่าทั้งที่ยึดจำนวนราษฎรตามข้อมูล มท.ประกาศ ยันทำตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ถูกโจมตีว่านำจำนวนต่างด้าวมาคำนวณในการเทียบจำนวน ส.ส.ในแต่ละพื้นที่เขตเลือกตั้ง ว่า คำว่าจำนวนราษฎรกับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้นต่างกัน ซึ่งชาวไทยตามรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเราต้องดูว่าประชาชนคนไทย ระบุหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญนั้น คนไทยทุกคนก็ไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์ทางการเมืองที่จะมีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้ 1.คุณจะต้องเป็นคนไทย 2.ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ทั้งนี้ ตามกฏหมายไม่ได้บอกว่าให้เอาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาคำนวณ แต่ให้นำจำนวนราษฎรทั้งประเทศ ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย โดยนายทะเบียนราษฎรกลาง ซึ่งคำว่า "ราษฎร" ตามกฏหมายมี 2 ประเภท คือ 1.คนที่เป็นคนไทยแท้ๆ มีเลข 3 นำหน้าในบัตรประชาชน 2.คนต่างด้าวที่เป็นบุคคลประเภทที่8 เข้าตามเงื่อนไขของกฎหมายไทย ซึ่งคนที่ กกต.เอามาคำนวณเทียบจำนวน ส.ส.นั้น ไม่ใช่แรงงานพม่าที่มาทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ตามบ้าน เขาไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว หรือแรงงานตามโรงงาน แม้จะเข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย แต่ไม่เข้าเงื่อนไข 2 ข้อข้างต้นจึงไม่อยู่ในประเภทราษฎรตามกฎหมายนี้

"สงสัยว่าถ้าสับสนอย่างนั้น แทนที่คุณจะไปด่ากระทรวงมหาดไทยว่าทำไมคุณประกาศคนต่างด้าวเป็นราษฎร แต่กลับมาด่ากกต.ที่เอาข้อมูลกระทรวง มหาดไทยมาคำนวณจำนวน ส.ส.แต่ละพื้นที่ เรา (กกต.) เข้าใจว่าเราไม่น่าเชื่อถือ เราพูดจริงคนก็ไม่เชื่อ เมื่อมีคนพูดทำให้คนสับสนเหมือนกับบอกว่าเรานำแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว เขมร ที่มาทำงานแม่บ้าน มาคำนวณด้วย" เลขาธิการ กกต.กล่าว

เลขาธิการ กกต.กล่าวย้ำว่า "ไม่ใช่พูดจาส่งเดชว่าเอาแรงงานต่างด้าวมาคำนวณ ซึ่งพูดให้คนสับสน ซึ่งคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง แต่ไม่มี 2 อย่างคือ ไม่มีเลข 13 หลัก ตัวอย่างเช่น ที่ จ.ภูเก็ต มีคนอาศัยอยู่จำนวนล้านคน แต่ กกต.คำนวณ ส.ส.เทียบจากราษฎรแค่ 400,000 คน คนพวกนั้นเขาเข้ามาทำงาน โดยเป็นคนที่ได้รับการอนุญาตให้มาทำงาน ในประเทศ แต่ไม่เป็นราษฎรตามกฏหมาย เพราะขาดคุณสมบัติ 2 ข้อข้างต้นดังกล่าว ในขณะเดียวกันคนต่างด้าวจำนวนมากมาอาศัยอยู่เมืองไทยเป็นเวลานาน 10 - 20 ปี แต่ยังไม่ได้สัญชาติไทยก็มีจำนวนมาก แต่เมื่อลูกของเขาเกิดมาก็จะได้สัญชาติไทยทันทีตามหลักกฏหมายดินแดนนั้น กรณีนี้พ่อแม่ของเขาก็มีสถานะเป็นราษฎร ซึ่งข้าราชการหลายคนก็อยู่ในกลุ่มนี้"

เลขาธิการ กกต.กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่เข้าเงื่อนไข 2 อย่าง คือ ไม่มีเลขประจำตัว 13 หลัก ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของประเทศนั้น กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จะพิจารณาอนุญาตด้วยความเข้มงวดมากในการออกเลขประจำตัว 13 หลักให้หรือไม่ เพื่อใช้ควบคุมคน บอกตัวตนของบุคคล ซึ่งกรณี "โค๊ชเช" โค้ชยิมนาสติกไทย ก็อยู่ในประเภทบุคคลที่ได้ใบสำคัญคนต่างด้าวนี้ หลังจากนั้นขอแปลงสัญชาติเกาหลีเป็นสัญชาติไทย จะเป็นบุคคลที่มีตัวเลข 8 เป็นตัวแรกในบัตรประชาชน และได้รับอนุญาตให้อยู่ในเมืองไทย โดยมีทะเบียนบ้านในไทย (บุคคลประเภทที่ 8) แต่เลข 13 หลัก ยังคงเป็นเลขเดิม

ต่อข้อถามว่า ที่บอกว่า อาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้าน กฎหมาย ยอม คือมีเห็นตาม กกต.ใช่หรือไม่ เลขาธิการ กกต.กล่าวแย้งว่า ไม่ใช่ ที่บอกว่าอาจารย์วิษณุยอม คือเราทำตามกฎหมายแล้วท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร คือคนที่สื่อไปถึงท่าน เหมือนจะบอกว่าคนต่างด้าว คือคนที่เราเห็นทั่วไป ซึ่งความจริงไม่ใช่ เพราะข้าราชการหลายคนที่เกิดในเมืองไทยแต่พ่อแม่เป็นคนจีนหรือเป็นต่างด้าว เพราะไปขอสัญชาติไม่ได้ แต่ถ้าหากเขาขอสัญชาติได้ ก็จะเป็นบุคคลประเภทที่ 8 เหมือนโค้ชเช ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.บัตรประชาชน ทั้งก็จัดว่าเขาเป็นราษฎรตามกฎหมายของเรา แต่สำหรับคนที่ทำงานแม่บ้านเข้ามาทำงานในประเทศไทยที่ต้องมีใบ work permit ทำงานในประเทศไทย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ได้เลข 13 หลัก และไม่มีทะเบียนบ้านในเมืองไทย คนกลุ่มนี้ไม่จัดอยู่ในกลุ่มราษฎรตามกฎหมาย

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...