ผ่าตัด “กฎหมายเกม” ดันอุตสาหกรรมแสนล้าน
อุตสาหกรรมเกมเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การกำกับดูแล อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ 2551 ซึ่งหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมองว่าจำเป็นต้องแก้ไข หากต้องการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมนี้เติบโต และกลายเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทย
นิยามเกมต้องปรับตามโลก
“ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์” ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) บอกเล่าถึงความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย นิยามอำนาจ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมทั้งซัพพลายเชน (ซอฟต์แวร์เกม แคแร็กเตอร์ แอนิเมชั่น และอีเวนต์ที่เกี่ยวข้อง) เพื่อที่ไทยจะมีโอกาสขยับมูลค่าตลาดเกมของประเทศให้มีมูลค่าโตเป็นแสนล้านบาทในช่วง 5 ปีนี้
ปัญหาเรื่องแรกที่ต้องตีความให้แตก คือ นิยามต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิยามของเกม ที่เดิมเคยจัดเป็นวิดีทัศน์ในรูปของวัตถุ (มาตรา 4) พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ 2551 ซึ่งวิดีทัศน์ตามกฎหมายต้องมีสภาพเป็นวัสดุเสมอ ขณะที่เกมออนไลน์ มีการขายหรือปล่อยให้ดาวน์โหลดบนอินเทอร์เน็ต อีกส่วนคือเรื่องร้านเกม หรือสถานที่เล่นเกม หรือร้านขายเกม ก็ต้องอัพเดตนิยามใหม่ ปัจจุบันมีคนไทยเล่นเกมราว 38 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเกมบนมือถือ ซึ่งปล่อยให้ดาวน์โหลดบนมาร์เก็ตเพลซอย่าง Google Play Store และ Apple App Store ทำให้การกำกับดูแลด้านเนื้อหาขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มใหญ่เหล่านี้ อีกทั้งเกมส่วนใหญ่เข้ามาจากต่างประเทศ จึงต้องหาวิธีกำกับดูแล
แม้กระทั่งคำว่า “ร้านเกม” หรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่มี พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 กำกับดูแลตรวจตราร้านเกมมาเกือบ 20 ปี ก็คงต้องแก้กฎหมายให้ทันสมัย
“แต่ก่อนเราตรวจร้านเกม ก็ไปเกี่ยวกับหลายหน่วยงาน อย่างการตรวจร้านเกมเป็นของกระทรวงวัฒนธรรมว่ามีสิ่งขัดกับศีลธรรมหรือไม่อย่างไร การตรวจว่าแหล่งนั้น ๆ ทำให้เกิดการมั่วสุมเล่นเกมการพนันหรือไม่ ก็เป็นอำนาจเกี่ยวกับกฎหมายการพนันของมหาดไทย การใช้จ่ายภายในเกมออนไลน์ ก็เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บภาษีอิเล็กทรอนิกส์อีก การกำกับดูแลเกมในโลกไซเบอร์สมัยใหม่แม้เกี่ยวกับหลายกระทรวง แต่เมื่อพบกระทำผิดแล้วไม่ว่าจะเป็นเกมการพนัน หรือเนื้อหาละเมิด ขัดศีลธรรมอะไร ล้วนใช้อำนาจผ่าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งกระทรวงดีอีดูแล”
ดังนั้น แม้กระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นแม่งานในการยกร่าง พ.ร.บ.เกม แต่ตนมองว่าด้วยความเข้าใจในลักษณะของเกมในยุคใหม่ และยังเห็นว่าเกมมีโอกาสที่ดีทั้งการสร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ ๆ และสร้างอุตสาหกรรมได้
“คนไทยที่เล่นเกมมี 38 ล้านคน ซึ่ง 16.3 ล้านคนเป็นเยาวชนอายุ 6-24 ปี และมีผู้เล่นเกมออนไลน์ 14.4 ล้านคน ขณะที่นักกีฬาอีสปอร์ตมีเพียง 2,000 คน สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาท”
รองนายกฯพร้อมชงเข้าสภา
“ณัฐพล” กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ เพราะอุตสาหกรรมเกมเป็น 1 ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ สร้างอาชีพและรายได้ใหม่ ๆ จึงรับปากว่าจะช่วยพูดคุยและนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่เข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว
“กระทรวงดีอีมองว่ากฎหมายที่มีเนื้อหาส่งเสริมเรื่องเกมของไทยยังไม่มี โดยเฉพาะการส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งผู้พัฒนาเกม และการแข่งขันอีสปอร์ต การคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้เล่น ควบคุมการใช้จ่ายในเกมออนไลน์ รวมถึงป้องกันปัญหาด้านจริยธรรมที่อาจเกิดจากเนื้อหาในเกม”
อย่างไรก็ตาม ดีป้าไม่ได้ทำคนเดียว แต่มีการชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหน่วยงานต่าง ๆ มาถกกันว่ามีอำนาจอะไรที่เกี่ยวข้องกับเกมบ้าง มีทั้งมหาดไทย ตำรวจ สรรพากร วัฒนธรรม และอื่น ๆ เพื่อสกัดเอาสิ่งที่มีร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม แคแร็กเตอร์ และแอนิเมชั่น
“กำลังประกอบรวมกับเนื้อหาของหน่วยงานต่าง ๆ และจากภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่อยากให้ส่งเสริม ต่อไปจะเป็นการรับฟังความเห็น และเสนอคณะรัฐมนตรี และนำสู่รัฐสภาต่อไป ซึ่งดีป้าขันอาสาจะเป็นคนกลางประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เร่งผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568”
ชำแหละเนื้อหา 3 หมวด กม.
สำหรับเนื้อหาใน พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม มี 3 หมวด หมวดแรกว่าด้วยการกำกับดูแล ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานโดยเฉพาะในเรื่องของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ลามกอนาจาร ความรุนแรง หรือการคุกคาม
ส่วนนี้มีการพูดถึงมานานเรื่องการ “จัดเรตติ้ง” เหมือนภาพยนตร์ โดยตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและออกมาตรฐานการควบคุมเกมให้เป็นไปตามเกณฑ์สากล รวมถึงควบคุมเนื้อหาเกมสอดคล้องกับบริบททางสังคม
“มาตรฐานเรตต้องยึดของสากล ไม่ว่าจะเป็นอียู แคนาดา เกาหลีใต้ เพราะเกมในโลกไซเบอร์ขายไปทั่วโลก อีกส่วนคือการควบคุมเนื้อหา และการขึ้นทะเบียนเกม ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางจีนเข้มแข็ง เช่นการควบคุมเวลาเด็กเล่นเกม หรือการไม่ให้มีการให้รางวัลเวลาเข้าเล่นเกม และไทยเป็นประเทศที่ต้องรับเกมมาจากจีน”
ดังนั้นสิ่งที่ต้องมีในประเทศ คือ การกำกับการขึ้นทะเบียน โดยหมวดการขึ้นทะเบียนเกม จะกำหนดให้ผู้พัฒนาเกมและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องขึ้นทะเบียน เพื่อตรวจตราธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การเก็บภาษี และการคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค รวมถึงเอื้อให้เกิดการปกป้องระบบคอมพิวเตอร์และป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ อย่างพนันออนไลน์ การละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น
“คนไทยส่วนใหญ่เล่นเกมบนมือถือ โหลดผ่าน Google Play Store และ Apple App Store สิ่งที่ตามมา คือ เงินที่ใช้ซื้อเกม ซื้อไอเท็มหลุดออกจากระบบหมด หากให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์ในไทย เพื่อให้บริการคนไทย ก็จัดเก็บภาษี และลดเงินไหลออกได้ แม้ตลาดเกมเราจะใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียน รองจากมาเลเซีย แต่ชาวไทยใช้จ่ายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในการซื้อไอเท็มในเกม”
ส่งเสริมซัพพลายเชนเกม
หมวดสุดท้ายจะมาจากฝั่งเอกชนเป็นสำคัญ คือ การส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งซัพพลายเชน ซึ่งมีทั้งเกม แคแร็กเตอร์ และแอนิเมชั่น นอกจากปลดล็อกข้อจำกัดด้านการนิยามแล้ว เช่น หากปลดล็อกเรื่องสถานที่ที่จัดให้มีการเล่นเกม ก็จะส่งเสริมด้านอีเวนต์อีสปอร์ตและอื่น ๆ ซึ่งดีป้ามีโครงการสนับสนุนต่อเนื่อง ไม่ว่ายกระดับสถานศึกษาทั่วประเทศ 55 แห่ง Upskill และ Reskill ทักษะด้านเกม แอนิเมชั่น แคแร็กเตอร์ และอีสปอร์ตแก่ประชาชนกว่า 1.5 แสนคน เพิ่มความเชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดอาชีพขั้นสูงแก่บุคลากรกว่า 500 คน ทำให้เกิดการจ้างงาน 30,000 คน กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเกม แอนิเมชั่น แคแร็กเตอร์ และอีสปอร์ต ทั้งในประเทศและต่างประเทศราว 3,500 ล้านบาท ส่งเสริมธุรกิจเกม แอนิเมชั่น แคแร็กเตอร์ และอีสปอร์ต 150 บริษัท
โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาเกมขึ้นเอง เพราะการมี IP Owner สร้างรายได้มหาศาล ก่อให้เกิดการจ้างงานเป็นวงกว้างไปยังอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น แคแร็กเตอร์ ที่นำไปต่อยอดขายสินค้าของเล่น อาร์ตทอย และอื่น ๆ รวมถึงแอนิเมชั่น ตลอดจนการจัดแข่งอีสปอร์ตเพื่อทำรายได้เข้าประเทศอีกทาง
“ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เกม แคแร็กเตอร์ และแอนิเมชั่น มูลค่ารวมกว่า 44,000 ล้าน เติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี เฉพาะเกมปีล่าสุดโต 34% ส่วนแคแร็กเตอร์และแอนิเมชั่น มูลค่าลดลงจากการจ้างผลิตลดลง ดังนั้นการส่งเสริมเกมและแอนิเมชั่นของไทยให้ผลิตและส่งออกได้เอง รวมถึงกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติไปพร้อม ๆ กัน จะทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพัฒนาเกมระดับภูมิภาค ช่วยขยับมูลค่าตลาดปีละ 10-20% คาดว่าใน 5 ปี อุตสาหกรรมเกมไทยจะเติบโตถึง 100,000 ล้านบาท”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าตัด “กฎหมายเกม” ดันอุตสาหกรรมแสนล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net