โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ผ่าตัด “กฎหมายเกม” ดันอุตสาหกรรมแสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 07.35 น.
ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์

อุตสาหกรรมเกมเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การกำกับดูแล อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ 2551 ซึ่งหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมองว่าจำเป็นต้องแก้ไข หากต้องการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมนี้เติบโต และกลายเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

นิยามเกมต้องปรับตามโลก

“ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์” ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) บอกเล่าถึงความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย นิยามอำนาจ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมทั้งซัพพลายเชน (ซอฟต์แวร์เกม แคแร็กเตอร์ แอนิเมชั่น และอีเวนต์ที่เกี่ยวข้อง) เพื่อที่ไทยจะมีโอกาสขยับมูลค่าตลาดเกมของประเทศให้มีมูลค่าโตเป็นแสนล้านบาทในช่วง 5 ปีนี้

ปัญหาเรื่องแรกที่ต้องตีความให้แตก คือ นิยามต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิยามของเกม ที่เดิมเคยจัดเป็นวิดีทัศน์ในรูปของวัตถุ (มาตรา 4) พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ 2551 ซึ่งวิดีทัศน์ตามกฎหมายต้องมีสภาพเป็นวัสดุเสมอ ขณะที่เกมออนไลน์ มีการขายหรือปล่อยให้ดาวน์โหลดบนอินเทอร์เน็ต อีกส่วนคือเรื่องร้านเกม หรือสถานที่เล่นเกม หรือร้านขายเกม ก็ต้องอัพเดตนิยามใหม่ ปัจจุบันมีคนไทยเล่นเกมราว 38 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเกมบนมือถือ ซึ่งปล่อยให้ดาวน์โหลดบนมาร์เก็ตเพลซอย่าง Google Play Store และ Apple App Store ทำให้การกำกับดูแลด้านเนื้อหาขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มใหญ่เหล่านี้ อีกทั้งเกมส่วนใหญ่เข้ามาจากต่างประเทศ จึงต้องหาวิธีกำกับดูแล

แม้กระทั่งคำว่า “ร้านเกม” หรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่มี พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 กำกับดูแลตรวจตราร้านเกมมาเกือบ 20 ปี ก็คงต้องแก้กฎหมายให้ทันสมัย

“แต่ก่อนเราตรวจร้านเกม ก็ไปเกี่ยวกับหลายหน่วยงาน อย่างการตรวจร้านเกมเป็นของกระทรวงวัฒนธรรมว่ามีสิ่งขัดกับศีลธรรมหรือไม่อย่างไร การตรวจว่าแหล่งนั้น ๆ ทำให้เกิดการมั่วสุมเล่นเกมการพนันหรือไม่ ก็เป็นอำนาจเกี่ยวกับกฎหมายการพนันของมหาดไทย การใช้จ่ายภายในเกมออนไลน์ ก็เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บภาษีอิเล็กทรอนิกส์อีก การกำกับดูแลเกมในโลกไซเบอร์สมัยใหม่แม้เกี่ยวกับหลายกระทรวง แต่เมื่อพบกระทำผิดแล้วไม่ว่าจะเป็นเกมการพนัน หรือเนื้อหาละเมิด ขัดศีลธรรมอะไร ล้วนใช้อำนาจผ่าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งกระทรวงดีอีดูแล”

ดังนั้น แม้กระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นแม่งานในการยกร่าง พ.ร.บ.เกม แต่ตนมองว่าด้วยความเข้าใจในลักษณะของเกมในยุคใหม่ และยังเห็นว่าเกมมีโอกาสที่ดีทั้งการสร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ ๆ และสร้างอุตสาหกรรมได้

“คนไทยที่เล่นเกมมี 38 ล้านคน ซึ่ง 16.3 ล้านคนเป็นเยาวชนอายุ 6-24 ปี และมีผู้เล่นเกมออนไลน์ 14.4 ล้านคน ขณะที่นักกีฬาอีสปอร์ตมีเพียง 2,000 คน สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาท”

รองนายกฯพร้อมชงเข้าสภา

“ณัฐพล” กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ เพราะอุตสาหกรรมเกมเป็น 1 ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ สร้างอาชีพและรายได้ใหม่ ๆ จึงรับปากว่าจะช่วยพูดคุยและนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่เข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว

“กระทรวงดีอีมองว่ากฎหมายที่มีเนื้อหาส่งเสริมเรื่องเกมของไทยยังไม่มี โดยเฉพาะการส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งผู้พัฒนาเกม และการแข่งขันอีสปอร์ต การคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้เล่น ควบคุมการใช้จ่ายในเกมออนไลน์ รวมถึงป้องกันปัญหาด้านจริยธรรมที่อาจเกิดจากเนื้อหาในเกม”

อย่างไรก็ตาม ดีป้าไม่ได้ทำคนเดียว แต่มีการชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหน่วยงานต่าง ๆ มาถกกันว่ามีอำนาจอะไรที่เกี่ยวข้องกับเกมบ้าง มีทั้งมหาดไทย ตำรวจ สรรพากร วัฒนธรรม และอื่น ๆ เพื่อสกัดเอาสิ่งที่มีร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม แคแร็กเตอร์ และแอนิเมชั่น

“กำลังประกอบรวมกับเนื้อหาของหน่วยงานต่าง ๆ และจากภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่อยากให้ส่งเสริม ต่อไปจะเป็นการรับฟังความเห็น และเสนอคณะรัฐมนตรี และนำสู่รัฐสภาต่อไป ซึ่งดีป้าขันอาสาจะเป็นคนกลางประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เร่งผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568”

ชำแหละเนื้อหา 3 หมวด กม.

สำหรับเนื้อหาใน พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม มี 3 หมวด หมวดแรกว่าด้วยการกำกับดูแล ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานโดยเฉพาะในเรื่องของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ลามกอนาจาร ความรุนแรง หรือการคุกคาม

ส่วนนี้มีการพูดถึงมานานเรื่องการ “จัดเรตติ้ง” เหมือนภาพยนตร์ โดยตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและออกมาตรฐานการควบคุมเกมให้เป็นไปตามเกณฑ์สากล รวมถึงควบคุมเนื้อหาเกมสอดคล้องกับบริบททางสังคม

“มาตรฐานเรตต้องยึดของสากล ไม่ว่าจะเป็นอียู แคนาดา เกาหลีใต้ เพราะเกมในโลกไซเบอร์ขายไปทั่วโลก อีกส่วนคือการควบคุมเนื้อหา และการขึ้นทะเบียนเกม ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางจีนเข้มแข็ง เช่นการควบคุมเวลาเด็กเล่นเกม หรือการไม่ให้มีการให้รางวัลเวลาเข้าเล่นเกม และไทยเป็นประเทศที่ต้องรับเกมมาจากจีน”

ดังนั้นสิ่งที่ต้องมีในประเทศ คือ การกำกับการขึ้นทะเบียน โดยหมวดการขึ้นทะเบียนเกม จะกำหนดให้ผู้พัฒนาเกมและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องขึ้นทะเบียน เพื่อตรวจตราธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การเก็บภาษี และการคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค รวมถึงเอื้อให้เกิดการปกป้องระบบคอมพิวเตอร์และป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ อย่างพนันออนไลน์ การละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น

“คนไทยส่วนใหญ่เล่นเกมบนมือถือ โหลดผ่าน Google Play Store และ Apple App Store สิ่งที่ตามมา คือ เงินที่ใช้ซื้อเกม ซื้อไอเท็มหลุดออกจากระบบหมด หากให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์ในไทย เพื่อให้บริการคนไทย ก็จัดเก็บภาษี และลดเงินไหลออกได้ แม้ตลาดเกมเราจะใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียน รองจากมาเลเซีย แต่ชาวไทยใช้จ่ายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในการซื้อไอเท็มในเกม”

ส่งเสริมซัพพลายเชนเกม

หมวดสุดท้ายจะมาจากฝั่งเอกชนเป็นสำคัญ คือ การส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งซัพพลายเชน ซึ่งมีทั้งเกม แคแร็กเตอร์ และแอนิเมชั่น นอกจากปลดล็อกข้อจำกัดด้านการนิยามแล้ว เช่น หากปลดล็อกเรื่องสถานที่ที่จัดให้มีการเล่นเกม ก็จะส่งเสริมด้านอีเวนต์อีสปอร์ตและอื่น ๆ ซึ่งดีป้ามีโครงการสนับสนุนต่อเนื่อง ไม่ว่ายกระดับสถานศึกษาทั่วประเทศ 55 แห่ง Upskill และ Reskill ทักษะด้านเกม แอนิเมชั่น แคแร็กเตอร์ และอีสปอร์ตแก่ประชาชนกว่า 1.5 แสนคน เพิ่มความเชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดอาชีพขั้นสูงแก่บุคลากรกว่า 500 คน ทำให้เกิดการจ้างงาน 30,000 คน กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเกม แอนิเมชั่น แคแร็กเตอร์ และอีสปอร์ต ทั้งในประเทศและต่างประเทศราว 3,500 ล้านบาท ส่งเสริมธุรกิจเกม แอนิเมชั่น แคแร็กเตอร์ และอีสปอร์ต 150 บริษัท

โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาเกมขึ้นเอง เพราะการมี IP Owner สร้างรายได้มหาศาล ก่อให้เกิดการจ้างงานเป็นวงกว้างไปยังอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น แคแร็กเตอร์ ที่นำไปต่อยอดขายสินค้าของเล่น อาร์ตทอย และอื่น ๆ รวมถึงแอนิเมชั่น ตลอดจนการจัดแข่งอีสปอร์ตเพื่อทำรายได้เข้าประเทศอีกทาง

“ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เกม แคแร็กเตอร์ และแอนิเมชั่น มูลค่ารวมกว่า 44,000 ล้าน เติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี เฉพาะเกมปีล่าสุดโต 34% ส่วนแคแร็กเตอร์และแอนิเมชั่น มูลค่าลดลงจากการจ้างผลิตลดลง ดังนั้นการส่งเสริมเกมและแอนิเมชั่นของไทยให้ผลิตและส่งออกได้เอง รวมถึงกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติไปพร้อม ๆ กัน จะทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพัฒนาเกมระดับภูมิภาค ช่วยขยับมูลค่าตลาดปีละ 10-20% คาดว่าใน 5 ปี อุตสาหกรรมเกมไทยจะเติบโตถึง 100,000 ล้านบาท”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าตัด “กฎหมายเกม” ดันอุตสาหกรรมแสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...