โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ทำนาข้าวสีชมพู'กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้รายแรกในอำเภอสิเกา

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 17.00 น.

เกษตรกรวัย 57 ปีไม่ปลูกข้าวนาปีแต่หันมาปลูกข้าวสีชมพูบนเนื้อที่ 1 ไร่ ได้ผลผลิตข้าวสีชมพูไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัม ขายทั้งเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้การทำนาข้าวสีชมพูรายแรกในอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

ที่บ้านหลานย่า เลขที่ 154 หมู่ที่ 2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง มีการปรับพื้นที่นาร้างให้เป็นนาข้าวสีชมพูบนเนื้อที่ 1 ไร่ โดยนายสนอง แสนสุข หรือ อ๋อง เกษตรกรวัย 57 ปี ทำนาข้าวสีชมพูมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งปีแรกซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากภาคอีสานราคากิโลละ 40,000-50,000 บาทแต่ซื้อมาแค่ 3-4 ขีด ซึ่งได้ผลผลิตไม่มากนัก จึงเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ต่อยอดในปีที่ 2 และปีที่ 3 ปรากฏว่าปีนี้สามารถขยายพื้นที่ปลูกข้าวสีชมพูได้มากถึง 1 ไร่หรือกว่า 10,000 ต้น

โดยได้ปักดำต้นกล้าเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา และตั้งใจจะไปเก็บเกี่ยวในวันพ่อคือ 5 ธันวาคม ซึ่งใช้เวลาปลูกประมาณ 105-110 วัน คาดจะได้เมล็ดพันธุ์ข้าวสีชมพูไม่ต่ำกว่า 500-600 กิโลกรัม โดยก่อนหน้านี้มีการนำต้นกล้ามาใส่กระถาง แบ่งขายให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจ กระถางละ 40-50 บาท เพื่อให้ไปปลูกประดับตกแต่งบ้าน ให้แลดูสวยงาม แปลกตา และยังได้เมล็ดพันธุ์ไปต่อยอดได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนเกษตรกรที่สนใจจะซื้อเมล็ดพันธุ์ไปปลูก ก็ต้องรอเก็บเกี่ยวต้นเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งราคาจะอยู่ที่เมล็ดละ 1 บาท แต่ตอนนี้หลังจากที่มีการโพสต์ลงโซเชียลในกลุ่มต่างๆ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวและนักเรียนนักศึกษา เดินทางเข้ามาเที่ยวชมกันอย่างไม่ขาดสาย แม้บางวันจะมีฝนตกหนักบ้างก็ตาม เนื่องจากเป็นนาข้าวสีชมพูแห่งแรกและแห่งเดียวในอำเภอสิเกา จ.ตรัง ที่เจ้าของตั้งใจปลูกไว้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวใหม่ในช่วงหน้าฝน ซึ่งตอนนี้กำลังแตกกอ ชูช่อใบสีชมพูอมม่วง และบางต้นที่ปักดำก่อน ก็เริ่มออกรวงบ้างแล้ว ทำให้ทุ่งนาร้างกลายเป็นนาข้าวสีชมพู สวยงามเต็มพื้นที่ สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ นายสนองฯ ยังมีของเก่าเก็บอายุเกือบ 100 ปี เช่น คันไถ กระดิ่งวัว กระดิ่งควายแบบโบราณ ครกกระเดื่อง โทรศัพท์รุ่นเก่า โปสเตอร์หนังทุ่งลุยลายเมื่อปี 2521 เตารีดแบบใช้ถ่าน ตาชั่ง ตะเกียงน้ำมันก๊าด และอื่น ๆ ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่เคยเห็น และหลายคนแทบไม่รู้จัก มาจัดแสดงให้ชมฟรีทุกวันไม่มีวันหยุด ส่วนพื้นที่ว่างอีกกว่า 10 ไร่ ได้เปิดเป็นรีสอร์ท ปลูกดอกบัว 3 สี เลี้ยงปลาคราฟไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

หากใครสนใจติดต่อได้ทางเฟสบุ๊ก ท่านอ๋อง แสนสุขหรือที่เพจ หลานย่า รีสอร์ทแอนด์คาเฟ่ ที่นี่ควนกุน และที่หมายเลขโทรศัพท์ 089-5905911

นายสนอง แสนสุข เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสีชมพูรายแรกในอำเภอสิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า ปีแรก ๆ ที่ลงมือปลูกได้เมล็ดข้าวมาประมาณ 3-4 ขีด เริ่มขยายพันธุ์มาเป็นปีที่ 3 แล้ว ได้เยอะขึ้นมาหน่อยนึง ปีนี้ปลูกประมาณ 1 ไร่หรือหมื่นกว่าต้น ซึ่งตนลงมือปักดำในวันแม่คือวันที่ 12 สิงหาคมและจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคมนี้และถ้าผลผลิตดีแบบนี้ก็น่าจะได้เมล็ดข้าวประมาณ 500-600 กิโลกรัม ซึ่งลูกหลานมาได้ตลอดเวลา จอดรถได้ถึงคันนาไม่ต้องกลัวพายุลมฝนโดยมีการปลูกใส่กระถางเผื่อนักท่องเที่ยวสนใจเอาไปปลูกโชว์หน้าบ้านหรือเอาไปเรียนรู้ ขายไม่แพงแล้วแต่จะให้

ส่วนที่ขายไปกระถางละ 50 บาทให้เด็ก ๆ ได้ดูเผื่อเอาไปขยายพันธุ์ได้ ตอนนั้นตนซื้อเมล็ดพันธุ์มากิโลละ 4-5 หมื่นบาท แต่ซื้อมาไม่มาก และไม่ได้งอกทุกเมล็ด แต่ตนก็ขยายพันธุ์มาเรื่อย ๆ จนเข้าปีที่ 3 ก็ได้เยอะแล้ว ซึ่งเมล็ดพันธุ์ก็จะขายแบ่งปันเกษตรกรไปเรื่อย ๆ หรือใครที่สนใจก็เอาไปขยายพันธุ์ได้ ส่วนเรื่องราคาค่อยว่ากันอีกที แต่ให้เข้ามาชมกันก่อน และถือเป็นผู้ปลูกข้าวสีชมพูรายแรกของอำเภอสิเกา เผื่อให้ลูกหลานได้ดูได้ชมกันต่อไป - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...