โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟุนซินเปก โลกเก่าบนบ่า 'รัตนาเทวี'อัญเจียแขฺมร์ อภิญญา ตะวันออก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ก.ค. 2565 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2565 เวลา 02.23 น.

อัญเจียแขฺมร์

อภิญญา ตะวันออก

ฟุนซินเปก

โลกเก่าบนบ่า ‘รัตนาเทวี’

จากพ่อสู่ลูก จากลูกสู่หลานที่สืบทอดกันมาจากลายเป็น “มรดกวิทยา” แห่งการเมืองกัมพูชา

แต่มันมีจุดเริ่มมาจาก 1955 หลังกัมพูชาได้เอกราชจากฝรั่งเศส 2 ปี นโรดม สีหนุ ทรงสละราชสมบัติและก่อตั้งพรรคการเมืองจนกลายเป็นระบอบการปกครองของพระองค์ซึ่งเรียกกันว่า “สังคมเรียจนิยม”

มีนัยยะว่าเป็นระบอบราชาและประชาราษฎร์นิยมโดยพระองค์เป็นหัวหน้าคณะ แต่เพื่อไม่ให้ดูเป็นชนสามัญจนเกินไปจึงมีตำแหน่งเป็น “ประมุขแห่งรัฐ” เทียบเท่ากับประธานาธิบดีซึ่งมีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

ระบอบสีหนุราชหรือสังคมเรียจนิยมนี้ มีอิทธิพลต่อกัมพูชาเสมือนเป็นยุคการเมืองใหม่กัมพูชา

จนเกิดคำว่า “ปีสังคม” ติดปากในหมู่ประชาชนยุคนั้นและเรียกกันต่อมา

แต่ในที่สุดระบอบนี้ก็เจอพิษรัฐประหาร 1970 ที่ทำให้องค์สีหนุต้องประทับต่างแดนถึง 22 ปี จึงกลับมาขึ้นครองราชย์ครั้งที่ 2 เมื่อ 24 กันยายน 1993 โอรสของพระองค์ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ที่ชนะการเลือกตั้ง ได้ทำพิธีสถาปนาตำแหน่งพระมหากษัตริย์แด่พระบิดา

เป็นที่ทราบกันดีว่า สีหนุอยากกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้งในนามของพรรคที่ทรงก่อตั้ง ตั้งแต่ยังลี้ภัยในปักกิ่งและตั้งชื่อว่า FUNCINPEC (Front Uni National pour un Cambodge ind?pendant, Neutre, Pacifique, et Coop?ratif) ในปี 1981

ฟุนซินเปกสมัยนั้นยังมีโลโก้สีน้ำเงินที่บ่งถึงเผ่าพันธุ์กษัตริย์ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในยุคหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งคำขวัญ “ชาติ ศาสนา พะมหากษัตริย์”

และนี่หรือไม่? ที่ทำให้กลายเป็นมรดกกรรม?

ตั้งแต่วันฉลอง “สำเร็จขญม” ในเดือนตุลาคม 1991 ฟุนซินเปกครานั้น เต็มไปด้วยสมาชิกจำนวนมากที่รวมตัวกันในปารีส

แต่เมื่อถึงคราวเลือกตั้งจริง รณฤทธิ์ก็ผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 และสามารถชนะการเลือกตั้งได้ แม้จะถูกฮุน เซน บังคับให้พรรคของตนที่ได้เสียงน้อยกว่าร่วมคณะรัฐบาล

องค์รณฤทธิ์เองนั้น ต้องต่อสู้มาแต่เป็นหัวหน้าพรรค ตั้งแต่โอรสพี่น้องของราชสกุลนโรดมที่ไม่ปรองดองและพยายามแย่งชิงตำแหน่งนี้ในยุค 90 แต่ปลาสนาการไปหมด เช่น สมเด็จพระองค์เจ้านโรดม จักรพงษ์

แต่ด้วยเลือดที่ข้นกว่าน้ำ ในที่สุดก็สยบลงได้

แต่ฟุนซินเปกก็ยังเผชิญวิบากกรรมไม่สิ้นสุด เมื่อนับว่าพรรคเก่าแก่นี้ได้ก่อตั้งมาถึง 41 ปี และพรรคการเมืองเดียวของโลกยุคที่ก่อตั้งโดยกษัตริย์และดำรงอยู่ได้จนทุกวันนี้

ตั้งแต่รุ่นที่ 1 พระบิดาพระบาทนโรดม สีหนุ จนถึงสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ในรุ่นที่ 2 และฟุนซินเปกเองยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมใดๆ เมื่อรณฤทธิ์ถึงแก่ทิวงคตเมื่อปีกลายนั้น ฟุนซินเปกในสภามีเพียง ส.ว. 2 ที่นั่ง จากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์

แต่แล้วพระองค์เจ้านโรดม จักราวุธ (52) โอรสองค์โตของรณฤทธิ์ก็ได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นประธานพรรคฟุนซินเปกอย่างน่าประหลาดใจเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

และตอกย้ำว่า ฟุนซินเปกได้เป็น “พรรคการเมืองของกษัตริย์และสืบทอดเยี่ยงเดียวกับระบบราชวงศ์โบราณ” อันเก่าแก่เสียยิ่งกว่าระบอบกษัตริย์เขมรยุคใหม่ ที่ใช้การโหวตและแต่งตั้ง ไม่ใช่ระบอบสันตติวงศ์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นโรดม จักราวุธ เป็นเจ้านายที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในปารีสโดยไม่เคยเฉียดใกล้ในการเมืองใดๆ นี่เป็นข้อกังขาถึงคุณสมบัติตามกฎรัฐธรรมนูญใหม่ของกัมพูชา ที่อาจทำให้จักราวุธไม่สามารถดำรงตำแหน่งฟุนซินเปกได้

แต่เนื่องจากการที่จักราวุธมีพระมารดานามว่าเจ้าหญิงนโรดม มารี ที่มีบทบาทสูงในฟุนซินเปกมานาน การพยายามที่จะทำให้ฟุนซินเปกมาเป็นของทายาทโดยมิสนใจว่า โอรส-ธิดาจะยอมรับหรือไม่

นั่นทำให้พรรคฟุนซินเปกยังคงสมบัติที่ไม่อาจพลัดกันชมเพราะเป็นของเฉพาะคนในตระกูลนโรดม โดยเฉพาะทายาทนโรดม รณฤทธิ์ ที่ยังถือเป็นมรดกการเมืองของวงศ์ตระกูล

โดยเมื่อจักราวุธขาดคุณสมบัติที่ว่า นโรดม รัตนาเทวี น้องสาวที่อ่อนกว่า 4 ปี และเธอคือผู้ที่อยู่เคียงข้างรณฤทธิ์บนเครื่องบิน วันที่พ่อถูกฮุน เซน ยึดอำนาจ/1997

แต่รัตนาเทวีก็ยอมรับชะตากรรมเมื่อได้เป็น ส.ส.ของพรรคในปี 2007 ที่จังหวัดกระแจะ ตามมาด้วยตำแหน่งกระทรวงวัฒนธรรมที่องค์นโรดม บุฟผาเทวี-ปิจตุฉาเคยนั่งเป็นเสนาบดี แต่รัตนาเทวีก็ไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกเลยเช่นเดียวกับพี่ชายจักราวุธ

ดูเหมือนพี่น้องจะรักความสันโดษจนเคยตัว ประสบการณ์การเมืองของสมาชิกราชวงศ์ตั้งแต่รุ่นสมเด็จอัยกา พ่อแม่และเครือญาติทั้งหมด ไม่ได้ช่วยให้เธอเขาหลงใหลในการเมือง แต่ในที่สุด เมื่อสิ้นวันของบิดา นโรดม รัตนาเทวี ก็กลับยืนบนเส้นทางนี้

นั่นเท่ากับว่า เธอกำลังเผชิญหน้ากับอำนาจบุรุษการเมืองตระกูลฮุนที่ให้บทเรียนล้ำค่าแก่บิดาของตน

แม้แต่เธอเองก็รับประสบการณ์นั้น เมื่อตกเป็นข่าวซุบซิบกับฮุน มาเนต ประสาหนุ่มสาว ตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ “รัศมีกัมปูเจีย” โดยเป็นที่รู้กันว่า ฮุน เซน เวลานั้น นิยมการดองญาติกับนักการเมืองด้วยกัน และนโรดมก็เป็นหนึ่งในโมเดลนั้น กระทั่งเกิดรัฐประหาร ทุกอย่างจึงสิ้นสุด

แต่ความอื้อฉาวร้าวลึกนั้นยังยืดเยื้อตามมา ตั้งแต่เรื่องที่พ่อมีหม่อมคนใหม่ชื่ออุก พอลลา และแม่-เจ้าหญิงนโรดม มารี ส่งเรื่องฟ้องศาลตามคำแนะนำของศัตรู ซึ่งเท่ากับส่งให้พ่อมีความผิดร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญใหม่ที่ห้ามนักการเมืองนอกใจคู่ภรรยา

กรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ต้องลาออกจากพรรค เว้นวรรคการเมืองและอัปเปหิตนไปต่างแดนเพื่อเสียงครหา แน่ล่ะ ผู้ที่ตรากฎหมายฉบับนี้ก็ใช่ใครอื่น แต่เป็นฮุน เซน คนที่พยายามทำให้นโรดม รณฤทธิ์ หลุดพ้นวิถีการเมืองตลอดเวลา มันจึงยังเป็นการทำลายที่มีเงื่อนงำ เธออยากจะเชื่อเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม พ่อก็ยังไม่เข็ด เมื่อกลับมาตั้ง “พรรครณฤทธิ์” แต่กลับกลายเป็นคู่แข่งฟุนซินเปก ที่มีแม่มารีเป็นผู้นำการหาเสียงในปีนั้นหลังหย่าขาด ช่างเป็นครอบครัวตัวอย่างของการแตกร้าวและห้ำหั่นกันทางการเมือง ที่นโรดม รัตนาเทวี ได้เห็นและประสบมันด้วยตัวเอง

แต่ที่สุด เรื่องร้ายๆ ในครอบครัวนโรดมและการเมืองก็สิ้นสุด

ในการเลือกตั้ง 2018 ที่นโรดม รณฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฟุนซินเปก และสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนนั่นเอง นโรดม รณฤทธิ์ กับหม่อมพอลลาผู้ติดตามเขาไปทุกหนแห่งของการหาเสียง ใครเลยจะนึกว่า นั่นคือการหาเสียงครั้งสุดทาย

เมื่อหม่อมพอลลาเสียชีวิตทันทีจากอุบัติเหตุรถชนที่มีพระสวามีของเธอเป็นผู้ขับ ส่วนสมเด็จกรมพระรณฤทธิ์ที่หมดสตินั้นถูกตัวไปกรุงเทพฯ

มันยังเป็นอุบัติเหตุที่นำรณฤทธิ์กลับมาสู่ครอบครัวเก่าอีกครั้งที่แวดล้อมไปด้วยลูกๆ และอดีตชายาคนเดิม เจ้าหญิงมารีซึ่งพำนักอยู่ที่ฝรั่งเศสและทำหน้าที่ดูแลโอรสเล็กๆ ของอดีตสวามีที่เกิดกับหม่อมพอลลา

40 เดือนเต็มของตรุงในชีวิตบั้นปลายที่ปราศจากการเมืองใดๆ มีแต่ลูกๆ ญาติมิตรที่ผลัดกันมาเยี่ยมเยียน กระทั่งตรุงจากไปในเดือนธันวาคมของปีกลาย

กระนั้น ก็ไม่มีคาดว่า นโรดม รัตนาเทวี จะยอมรับมรดกการเมืองของบิดาหนนี้ ทันใดนั้น เธอก็ถูกฌับ ญาลีวุธ ซึ่งมีฐานะเป็นลุง กล่าวหาหญิงรัตน์และพี่ชายว่าทอดทิ้งสมเด็จกรมผู้เป็นพ่อให้นอนป่วยระทมพระทัยและสิ้นใจในบ้านพักคนชรา

นี่ไม่ใช่ “หงส์เหนือมังกร” ที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจตามบทละคร เมื่อเจ้าหญิงรัตนาเทวีที่ไม่หงิมๆ ไม่สู้คน ลุกขึ้นมาตอบโต้ลุงซีเนียร์ที่กำลังสูญเสียตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และนี่แหละ การเมืองที่โหดร้าย ไม่มีญาติ-ไม่มีมิตร มีแต่ศัตรู-คู่แข่ง

และผลประโยชน์เท่านั้น

พระเจ้า นี่มันมรดกชีวิตและสังเวียนลิขิตที่เขียนโดยพระบาทนโรดม สีหนุ หรือไม่?

ตั้งแต่อ้อนแต่ออก รัตนาเทวีได้เห็นวิถีเจ็บปวดนั้นจากประยูรญาติผู้ใหญ่ทุกฝ่ายของเธอ แต่ประหลาดไม่มีใครที่ยอมเลิกรา ราวกับว่าเป็นมรดกกรรมที่ทั้งโครมลงมาให้เธอนำพานาวานี้ไปในอีก 12 เดือนแห่งการเลือกตั้งในปีหน้า/2023

ในฐานะทายาท ที่เคยตั้งใจไม่ข้องเกี่ยวใดๆ กับมรดกการเมืองนี้ มาตั้งแต่ที่พ่อถูกรัฐประหาร พรรคถูกทำลาย ครอบครัวแตกร้าว โดยเฉพาะเจ้าหญิงนโรดม รัตนาเทวี นั้นซึ่งชื่อว่าปิดบังชีวิตส่วนตัวมากกว่าสมาชิกนโรดมคนใด

เราจึงได้แต่เฝ้ามองให้ทุกก้าวย่างการเมืองของเจ้าหญิงรัตนาเทวีจะไม่ซ้ำรอยอดีตของบิดา บทเรียนที่ล้ำค่าซึ่งเธอได้เรียนรู้มา

และหวังว่าทายาทการเมืองรุ่น 2 ของตระกูลฮุนจะไม่ใจร้าย ทำลายเธอเยี่ยงบิดา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...