โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทีมไทยแลนด์ เตรียมบินไปสหรัฐ เข้าพบกับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐ เจรจาลดผลกระทบมาตรการภาษี 21 เม.ย.68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2568 เวลา 03.40 น.

"พิชัย ชุณหวชิร" เตรียมนำคณะผู้เจรจาเดินทางล่วงหน้าไปสหรัฐ พบปะกับนักธุรกิจ 17 เม.ย.68 "พิชัย นริพทะพันธุ์" นำทีมไทยแลนด์เดินทางสมทบ เตรียมเข้าพบกับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐ 21 เม.ย.68

วันที่ 14 เมษายน 2568นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 เม.ย.68 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะนำคณะผู้เจรจาเดินทางล่วงหน้าไปยังนครซีแอตเทิล สหรัฐฯ เพื่อพบปะกับนักธุรกิจในกลุ่มต่าง ๆ ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านอื่น ๆ จากนั้นในวันที่ 20 เม.ย.68 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะตามไปสมทบกับคณะผู้เจรจาเป็นทีมไทยแลนด์แล้วเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเตรียมเข้าพบกับผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันที่ 21 เม.ย.68

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการติดตามมาตรการภาษีสหรัฐฯ ได้มีการประชุมสรุปประเด็น ทั้งในส่วนกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และผู้บริหารระดับสูงของผู้ส่งออกและนำเข้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม และในวันพรุ่งนี้ (15 เม.ย.) คณะกรรมการฯ จะสรุปข้อมูลทั้งหมดเพื่อวิเคราะห์ผลได้ ผลเสีย และความเป็นไปได้ เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลในการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความพร้อมในการเจรจาต่อรอง โดยข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมมาตั้งแต่เดือน ม.ค.68 ถึงปัจจุบัน ผ่านการประชุมหารือทั้งในส่วนของรัฐบาลและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนที่มีการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์การเจรจาที่เน้นสร้างความสมดุลทางการค้าและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่าจะเป็นการปูทางสู่การเจรจาเชิงลึกระหว่างไทย-สหรัฐฯ ระดับต่าง ๆ ในโอกาสต่อไป

"ในการประชุมหารือและได้ข้อสรุปในทุกประเด็นดังกล่าวแล้วนั้นได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกระยะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้คณะผู้เจรจาดำเนินการให้เต็มที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทั้งการค้าระหว่างประเทศและภาคธุรกิจเอกชนที่เป็นส่วนสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์เมดอินไทยแลนด์ไปสู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก" นายจิรายุ กล่าว

ทั้งนี้ คณะผู้เจรจามั่นใจว่าประเทศไทยจะมีทางออกที่ดีที่สุดในการค้าระหว่างประเทศครั้งนี้อย่างแน่นอน สำหรับแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณีนโยบายการค้าและมาตรการด้านภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้ 5 หลักการดังนี้

  • การเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมที่ไทยและสหรัฐฯ เกื้อหนุนกัน โดยรัฐบาลไทยเห็นว่าความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพร่วมกัน เช่น เกษตร-อาหาร และเทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสองประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตพรีเมียมเกรดและสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโลกได้มากขึ้น หากมีการเสริมวัตถุดิบจากสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพด ที่มีต้นทุนต่ำและคุณภาพสูง
  • การเปิดตลาดและลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้าตาม National Trade Estimate 2025 ของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลพร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีนำเข้า และบริหารโควตาสินค้าเกษตรที่สหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขัน เช่น ข้าวโพด เพื่อเปิดตลาดในลักษณะที่ไม่กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ โดยจัดสรรการนำเข้าเฉพาะช่วงที่สินค้าในประเทศขาดแคลน สร้างระบบการค้าที่เป็นธรรมและยืดหยุ่นต่อทุกฝ่าย
  • การเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ ในสินค้าที่ไทยจำเป็นต้องใช้ โดยไทยเตรียมพิจารณานำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องใช้แต่ผลิตไม่ได้เพียงพอ เช่น วัตถุดิบด้านปิโตรเคมี หรือเครื่องบินพาณิชย์ เพื่อเติมเต็ม supply chain ของประเทศ รวมถึงสินค้าที่ประเทศไทยเป็น Net Importer อาทิ ชีส ถั่ววอลนัท ผลไม้สดที่ไทยผลิตเองไม่ได้ เช่น เชอรี่ แอปเปิ้ลซึ่งจะเป็นการสร้างสมดุลด้านการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้ลดการได้เปรียบดุลการค้า
  • การตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวดสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่สาม โดยรัฐบาลตระหนักถึงความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากประเทศที่สามผ่านไทย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จึงจะมีมาตรการคัดกรองสินค้าต้นทาง ตรวจสอบแหล่งกำเนิดอย่างเข้มงวด และยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้โปร่งใสและเป็นไปตามหลักสากล สร้างความเชื่อมั่นในฐานะคู่ค้าที่มีธรรมาภิบาล
  • การส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ แล้ว ไทยยังมีแผนผลักดันให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปในสหรัฐฯ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผลิตสินค้าส่งออกจากฐานการผลิตในอเมริกาไปยังตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ยังช่วยลดแรงต้านด้านการค้าและสร้าง value chain ใหม่ที่เข้มแข็ง

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...