ทิศทางตลาดออฟฟิศในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงและโอกาสในอนาคต
ตลาดออฟฟิศในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากซัพพลายพื้นที่ออฟฟิศที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มการทำงานแบบไฮบริด work-from-home ที่ยังคงต่อเนื่องมาจากช่วงโควิด-19 ทำให้ความต้องการพื้นที่สำนักงานนั้นลดลง บริษัทต่างๆ เริ่มลดขนาดพื้นที่สำนักงานและหันไปใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซหรือสำนักงานให้เช่าระยะสั้นมากขึ้นและการให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของการใช้งานออฟฟิศมากขึ้น เช่นการกำหนดการใช้โต๊ะทำงานแบบ hot-desking ที่ไม่มีที่นั่งตายตัว เป็นต้น
อุปสงค์ลดลงในกลุ่มออฟฟิศดั้งเดิม โดยเฉพาะในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เนื่องจากค่าเช่าที่สูงขึ้น และองค์กรหลายแห่งเลือกใช้พื้นที่ขนาดเล็กลง การพัฒนาออฟฟิศที่เป็นส่วนของโครงการ Mixed-use พื้นที่สำนักงานที่ผสมผสานร้านค้า โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวก และ Smart Office จะเป็นที่ต้องการและจะช่วยดึงดูดผู้เช่าได้มากขึ้น รองรับการขยายตัวของ Co-Working Space และ Flex Office โดยเฉพาะในพื้นที่นอก CBD เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจสตาร์ทอัพและองค์กรขนาดกลาง เนื่องจาก สภาพเศรษฐกิจและต้นทุน ค่าใช้จ่ายด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นกดดันให้ธุรกิจพิจารณาทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่ากว่า
การลงทุนในออฟฟิศสีเขียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากแนวโน้มของผู้เช่าที่ให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance) ความยั่งยืน (Sustainability) ทำให้อาคารสำนักงานเดิมที่ไม่ได้รับรอง หรือมีแผนงานด้านความยั่งยืนต้องปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่าที่เปลี่ยนไป อาคารสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารต่างๆ เช่น TGBI LEED WELL จะได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้โอกาสเติบโตของออฟฟิศเกรด A และโคเวิร์กกิ้งสเปซ สำนักงานที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ระบบอากาศบริสุทธิ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงานยุคใหม่จะได้รับความนิยมมากขึ้น
ในส่วนของตลาดออฟฟิศ ข้อมูลจาก Knightfrank รายงานสภาพตลาดออฟฟิศในกรุงเทพฯ ในไตรมาส 4 ของปี 2567 โดยในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ราคาค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยราคาเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.1% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 963 บาท/ตร.ม./เดือน อัตราการครอบครองเพิ่มขึ้นเป็น 76% เพิ่มขึ้น 0.7% ไตรมาสต่อไตรมาส
พื้นที่ เพลินจิต-ชิดลม-วิทยุ ราคาเช่ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 1,090 บาท/ตร.ม. โดยอัตราการเช่าเพิ่มขึ้น 0.2% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 76%
พื้นที่ นานา-อโศก-พร้อมพงษ์ ราคาเช่าเพิ่มขึ้น 0.4% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 942 บาท/ตร.ม. โดยอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 80%
พื้นที่ สีลม-สาทร-พระราม 4 ราคาเช่าลดลงเล็กน้อย ลดลง 0.2% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 967 บาท/ตร.ม. แต่มีอัตราการเช่าเพิ่มขึ้น 1.0% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 74%
ในเขตนอกพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) ราคาเช่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยราคาเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.1% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 667 บาท/ตร.ม./เดือน อัตราการเช่าเพิ่มขึ้นเป็น 78% เพิ่มขึ้น 0.8% ไตรมาสต่อไตรมาส
พื้นที่ เพชรบุรี-พระรามเก้า-รัชดา มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 80% และมีราคาเพิ่มขึ้น 0.7% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 727 บาท/ตร.ม.
พื้นที่ พหลโยธิน-วิภาวดี ราคาเช่าลดลง 0.5% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 681 บาท/ตร.ม. อัตราการเช่าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.6% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 78%
พื้นที่ บางนา-ศรีนครินทร์ อัตราการเช่าเพิ่มขึ้น 1.2% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 70% ขณะที่ราคาเช่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% ไตรมาสต่อไตรมาส เป็น 619 บาท/ตร.ม.