โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกตบแม่บังเกิดเกล้า82ปี เหลืออดอ้างว่าเหนื่อย อยากขอโทษสิ่งที่ทำลงไป

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

17 เมษายน 2568 เมื่อวันที่ 14 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีลูกบังเกิดเกล้าตบแม่ซึ่งเป็นผู้ป่วยอยู่ภายในบ้าน จนพลเมืองดีหรืออดได้แจ้งมายังนักข่าวขอความช่วยเหลือ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายวิโรจน์ บุญจันทร์นันท์ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลพื้นที่ หมู่ 3 บ้านหนองเรือโกลน ต.หนองกลางดง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบ้านของนางประนอม อายุ 62 ปี ซึ่งนางประนอมนั้น เป็นลูกที่ปรากฏในคลิปทำร้ายแม่ชื่อนางสำอาง อายุ 82 ปี ด้วยการตบหลายครั้ง

นางประนอมได้เปิดเผยว่า ตัวป้าเป็นคนดูแลแม่ที่ป่วยอยู่ที่บ้าน มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานความดันและโรคหัวใจ และพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง พร้อมกับวันที่เกิดเหตุตัวป้านั้นเหลืออดที่แม่นั้นพูดไม่ฟัง ตัวป้าจึงเผลอตบไปอยู่หลายที เนื่องจากตัวป้าก็เครียดและเหนื่อยกับการดูแลแม่ และต้องดูแลแม่อยู่เพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นการป้อนข้าวอาบน้ำและพาไปหาหมอ ทั้งนี้ตัวป้าเองก็ยอมรับว่าภาพที่ออกไป มันก็ค่อนข้างรุนแรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากตัวป้าก็ไม่ได้ตั้งใจ และตัวป้าเองก็รักแม่ของป้าเช่นกัน และอยากจะขอโทษกับสังคมที่ตัวป้าเองได้ทำกับแม่ลงไป พร้อมก็เปิดเผยว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำกับแม่

จากการสอบถามนายวิโรจน์ บุญจันทร์นันท์ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งดูแลลูกบ้าน ได้เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านมาแจ้งเหตุการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และภาพที่ออกไปนั้นก็ดูไม่เหมาะสมและค่อนข้างรุนแรง ทั้งนี้ตัวผู้ใหญ่เองได้เข้าไปพูดคุยกับนางประนอมซึ่งเป็นลูก และได้กำชับว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีว่าลูกทำร้ายแม่ อีกอย่างสังคมก็รับไม่ได้

พร้อมก็สอบถามนายหน่อย อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นสามีของนางประนอม อยู่ด้วยกัน 3 ปี ได้เปิดเผยว่าตนเองก็เคยเตือนภรรยาหลายครั้ง ว่าอย่าทำอย่างนี้มันไม่ดี แต่นางประนอมนั้นอดกลั้นไม่ไหวได้ลงมือทำร้ายแม่ตนเอง และก็ได้บอกกับตนเองว่าหากใครไม่เลี้ยงก็ไม่รู้ว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกับการดูแลคนป่วย

.012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...