โบรกฯ คาดกำไรโค้งแรก CPAXT ที่ 2.6-2.7 พันลบ. โต 4-9% รับขยายสาขาใหม่ - SSSG บวกหนุน
โบรกฯ คาดกำไรโค้งแรก CPAXT ที่ 2.6-2.7 พันลบ. โต 4-9% รับขยายสาขาใหม่ - SSSG บวกหนุน
11 โบรกเกอร์ คาดการณ์งบ Q1/68 ของ CPAXT มีกำไรสุทธิ 2,600 - 2,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4-9% เทียบ YoY รับขยายสาขาใหม่ - ยอดขาย SSSG เป็นบวก ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 39.30 บาทหุ้น
ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมความเห็นจากนักวิเคราะห์ 11 โบกรเกอร์ คาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เนื่องจากบริษัทจะประกาศงบไตรมาส 1/68 ในวันที่ 8 พ.ค.68 โดยส่วนใหญ่มีมุมมองว่าผลงานจะเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งการเติบโตของยอดขายมาจากการขยายสาขาร้าน และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เป็นบวก รวมถึงการที่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่าย (SG&A) ได้ดีขึ้น พร้อมลุ้นกำไรครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น
*** เมย์แบงก์ คาด CPAXT โชว์กำไร Q1/68 สูงสุดที่ 2.7 พันลบ. - ลุ้นครึ่งปีหลังกำไรมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ประเมิน CPAXT มีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/68 ที่ระดับ 2,703 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.94% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยคาดว่ายอดขายจะเติบโต 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการขยายสาขาต่อเนื่องและยอดขายช่องทาง Omni-channel ที่เพิ่มขึ้น และคาดว่า SSSG ของแม็คโครและโลตัสจะอยู่ที่ 1% และ0% ตามลำดับ เนื่องจากผลของปีอธิกสุรทินในปี67 และเม็ดเงินจากโครงการ e-receipt ที่ลดลงจากปีก่อน อย่างไรก็ดีสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13bps จากช่วงเดียวกันปีก่อนขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี
ขณะที่คาดว่ากำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้น จากการรับรู้ประโยชน์ของการรวมธุรกิจมากขึ้นโดยเฉพาะการเจรจาข้อตกลงการค้ากับซัพพลายเออร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการประหยัดต้นทุน โดยCPAXT ได้เริ่มเจรจากับซัพพลายเออร์ตั้งแต่ไตรมาส 1/68 แล้ว ทั้งนี้ปรับประมาณการกำไรปี 68-69 ขึ้นเล็กน้อย 0.4% และ1.0% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น โดยให้สมมติฐาน SSSG ของแม็คโครและโลตัสที่ระดับ 2% สำหรับปี 68
*** หยวนต้า คาดแนวโน้ม Q2/68 ผลงานยังเติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์มาตรกระตุ้นศก.ภาครัฐ
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติไตรมมาส 1/68 ที่ 2.7 พันล้านบาท รับแรงหนุนจากยอดขาย SSSG เติบโต 1.5-2.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน,การขยายสาขา และ GPM +18 bps จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสำหรับธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) คาดรายได้ที่ 7 หมื่นล้านบาท และธุรกิจค้าปลีก (โลตัส) คาดรายได้ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/68 คาดผลประกอบการยังเติบโต (จากช่วงเดียวกันปีก่อน) ได้ต่อเนื่องจาก SSSG ที่เติบโตอานิสงส์มาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ เช่น แจกเงินหมื่นเฟส 3 (คาดจ่ายช่วงปลายไตรมาส 2/68), การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐฯที่เพิ่มขึ้น, แผนการขยายสาขาของทั้งธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกรวมไปถึงการเติบโตผ่านช่องทางออนไลน์ (18% ของยอดขายรวมในปี 67)
สำหรับผลบวกจาก Synergies คาดเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงไตรมาส 1/68 บริษัทมีการเจรจากับ Suppliers ไปหลายราย ในขณะเดียวกันบริษัทพยายามจัดการลดต้นทุนซ้ำซ้อน ลดขนาดองค์กร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นทิศทางในเชิงบวก GPM และการปรับลดของค่าใช้จ่าย SG&A มากขึ้นในงวดไตรมาส 2/68 และจะยิ่งเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง เป็นต้นไป (บริษัทคาด Synergies 5 พันล้านบาทในช่วงปี 68-69)
*** บล.เคจีไอ หั่นกำไรปีนี้ลง 4% รับภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน-นักท่องเที่ยวต่างชาติแผ่ว
ด้าน บล.เคจีไอ คาดว่ากำไรสุทธิของ CPAXT ในไตรมาส 1/68 จะอยู่ที่ 2,698 ล้านบาท โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะยอดขายเพิ่มขึ้นพอสมควรจากการขยายสาขาร้าน และ SSSG ที่เป็นบวก รวมถึงการที่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ได้ดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทขายสินค้าจำเป็น (สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ) SSSG จึงน่าจะเป็นบวกได้ ทั้งในส่วนของธุรกิจแม็คโครและโลตัส ซึ่งทำให้ยอดขายอยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน จากความเสี่ยงที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะต่ำกว่าเป้าหลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 1/68 ออกมาที่ 9.5 ล้านคน (25% ของสมมติฐานปีนี้ของ KGI ที่ 38 ล้านคน) และความเสี่ยงด้าน downside ของ GDP ไทยจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐ ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ของ KGI คาดว่า GDP ของไทยจะโตลดลงจากการที่สหรัฐเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 10% หลังช่วงผ่อนผัน 90 วัน ซึ่งจะทำให้ GDP ขยายตัวอยู่ในช่วง 2.0% - 2.3% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 2.6% ขณะที่รายได้จากธุรกิจ B2B ของ CPAXT จากกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง อยู่ที่ 30% ของยอดขายรวม ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แผ่วลง จึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 68 ลง 4% และปี 69 ลง 5%
*** ทิสโก้ ชี้ 3 ปัจจัยกดดันผลงาน - ปรับเป้ามูลค่าที่เหมาะสมลงเป็น 38 บ./หุ้น
บล.ทิสโก้ คาดว่า CPAXT จะรายงานกำไรสุทธิที่ 2.69 พันล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโตต่ำ ด้วยความช่วยเหลือจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลง โดยยอดขายสาขาเดิมที่ต่ำในไตรมาส 1/68 ของทั้งสองธุรกิจยังคงเป็นการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการคือ 1.การปรับรายการระหว่างปี,2. ความแตกต่างในโครงการลดหย่อนภาษี (30,000 บาท เทียบกับ 50,000 บาท สำหรับสินค้าอุปกรณ์คงทน/เครื่องใช้ในบ้าน) และ 3.ผลกระทบจากแผ่นดินไหวในช่วงปลายไตรมาส ประโยชน์จากการผนึกกำลังมีส่วนช่วยในการชะลอตัวของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย แม้จะมีค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับการเปิดร้านใหม่ แต่ประโยชน์จากการเจรจาต่อรองเงื่อนไขทางการค้ายังไม่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้
ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมูลค่าที่เหมาะสมใหม่อยู่ที่ 38.00 บาท จากเดิม 39.50 บาท โดยเชื่อว่าบริษัทสามารถแสดงการขยายตัวที่แข็งแกร่งทั้งในยอดขายจากสาขาเดิมและอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารควรได้รับแรงหนุนในการขยายตัวของช่องทาง omni-channel ซึ่งคาดว่าประโยชน์จากการ synergistic (จากการรวมกับโลตัส) จะเห็นได้ในปี 68
โบรก คาดกำไร
Q1/68 (ลบ.) เปลี่ยนแปลง
(YoY) ราคาเป้าหมาย
(บ./หุ้น) เมย์แบงก์ 2,703 8.94% 32 อินโนเวสท์ เอกซ์ 2,700 8.82% 32 เคจีไอ 2,698 8.74% 30 ฟินันเซีย ไซรัส 2,697 8.70% 34 ทิสโก้ 2,690 8.42% 38 เอเซีย พลัส 2,688 8.34% 38.25 หยวนต้า 2,665 7.41% 32 บัวหลวง 2,653 6.93% 32 กรุงศรี 2,619 5.56% 30 พาย 2,616 5.44% 30 กสิกรไทย 2,600 4.79% 39.3
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ