โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มองแสงระยิบระยับของชีวิต ผ่านเพลงประกอบหนัง Perfect Days

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.36 น.

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

มองแสงระยิบระยับของชีวิต

ผ่านเพลงประกอบหนัง Perfect Days

Perfect Days หนังดราม่าของนักทำหนังระดับตำนานชาวเยอรมัน วิม เวนเดอร์ส ได้รับคำชมอย่างมากในแง่ของความเรียบง่ายในการถ่ายทอดเรื่องราวอันสุดแสนมินิมอลของ ฮิรายามะ (โคจิ ยากุโช) หนุ่มใหญ่วัยปลดเกษียณที่ในทุกเช้าจะตื่นนอนด้วยเสียงกวาดใบไม้ของคุณป้าคนหนึ่ง

พอเก็บที่นอนเสร็จก็ฉีดน้ำให้ต้นไม้เล็กๆ หลายต้นที่เขาเก็บมาปลูกจากสวนสาธารณะ ก่อนที่จะแปรงฟันและเปลี่ยนชุดพนักงานทำความสะอาด The Tokyo Toilet เตรียมตัวไปทำความสะอาดห้องน้ำในย่านชิบูยาของกรุงโตเกียว

หลังจากที่หนังเข้าฉายไปแล้ว 1 ปี Perfect Days ได้รับการกล่าวถึงในวงกว้างอีกครั้งหลังจากที่ตัวหนังลง Netflix เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ผู้ชมที่หลงรักหนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุ 30 ปลายถึง 40 ปีขึ้นไป) เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?

เป็นปกติของมนุษย์ที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต ซึ่งในสังคมที่ขับเคลื่อนไปด้วยระบบทุน การทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อแลกมากับรายได้ที่ทุกคนต่างก็ตั้งเพดานเอาไว้ว่าจะต้องสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นค่านิยมที่ต้องแข่งขันกันอย่างไม่ลดราวาศอก

แต่การที่ฮิรายามะตั้งใจทำความสะอาดห้องน้ำอย่างเต็มที่ในแต่ละวัน, มีความสุขไปกับการใช้กล้องฟิล์มถ่ายรูปแสงอาทิตย์ระยิบระยับที่ลอดผ่านต้นไม้, แวะดื่มน้ำ กินอาหารง่ายๆ ที่ร้านอิซากายะเจ้าประจำก่อนกลับบ้าน

วันไหนเหนื่อยหน่อยก็จะไปอาบน้ำแช่ออนเซ็น อ่านหนังสือ Trees ของ โคดะ อายะ, Eleven ของ แพทริเซีย ไฮสมิธ และ The Wild Palms ของ วิลเลียม ฟอล์กเนอร์ ก่อนนอนและตื่นขึ้นมาด้วยเสียงกวาดใบไม้ในตอนเช้านั้นบ่งบอกถึงสัญญาณอะไรหลายอย่าง

สิ่งที่ผลักดันให้ Perfect Days เป็นหนังที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งในระดับจิตวิญญาณเช่นนี้ ส่วนหนึ่งมาจาก ยูจิ ชิบาซากิ มิวสิกไดเร็กเตอร์ของหนังเรื่องที่ร่วมงานกับผู้กำกับการแสดง วิม เวนเดอร์ส มาอย่างยาวนาน เขาหลงใหลเพลงร็อกและป๊อปในหนังในยุค 70 ของนักทำหนังระดับตำนานท่านนี้อยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Alice in the Cities, The Goalkeeper’s Fear of the Penalty และ The American Friend โดยยูจิมองว่า วิม เวนเดอร์ส มีพรสวรรค์ในการใช้บทเพลงเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

เช่นเดียวกับกล้องฟิล์ม, หนังสือมือสอง, รถตู้ และห้องพัก บทเพลงในหนังเรื่องนี้ย้อนเวลาผู้ชมไปสู่โลกยุคเก่าด้วยเทปคาสเส็ตที่ตกยุคไปแล้ว

เพลงที่ฮิรายามะฟังล้วนแล้วแต่เป็นเพลงจากยุค 60 และ 70 โดยเพลง Perfect Day ของ ลู รีด นักร้องนักแต่งเพลงแห่งวง The Velvet Underground ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของนักกวีแห่งวงการเพลงอาร์ตร็อกมีเนื้อหาที่คล้ายวิถีชีวิตของฮิรายามะอย่างมาก

Perfect Day เล่าเรื่องของชายคนหนึ่งที่มักจะแวะดื่มในสวนสาธารณะ พอมืดค่ำก็กลับบ้าน แวะให้อาหารสัตว์ที่สวนสัตว์ในบางวัน หรืออาจจะดูหนังสักเรื่องในบางคืน เพียงเท่านี้เขาก็มีความสุขมากพอที่จะบอกได้ว่าในแต่ละวันคือความงดงาม เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น

แต่ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางวันที่อาจจะมีใครบางคนที่ได้มาใช้เวลาร่วมกัน และใครคนนั้นก็ทำให้เขาหลงลืมตัวตนที่แท้จริงไปและคิดว่าตัวเองได้กลายไปเป็นคนอื่นที่ดีกว่านี้

นิโกะ (อาริสะ นากาโนะ) หลานสาวของฮิรายามะ ที่หนีออกจากบ้านมาหาเขาคงเบื่อหน่ายชีวิตที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่อย่างสุขสบายเพราะมีแม่เป็นคนมีฐานะก็ตาม ใครบางคนในเพลง Perfect Day ของลู รีด เป็นไปได้ทั้งฮิรายามะ และนิโกะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหลังที่การได้มาอยู่กับลุงของเธอและได้เดินตามรอยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายนี้ทำให้เธอลืมไปเสียหมดไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือว่าอนาคต

ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นิโกะลืมตัวตนที่เธอไม่ต้องการที่จะเป็นในเวลานี้ไป เพื่อที่จะกลายเป็นใครบางคนที่ดีกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเธอคนใหม่จะเป็นคนที่เธอเพิ่งจะเคยรู้จักก็ตาม

The House of Rising Sun เวอร์ชั่นวง The Animals ซึ่งเป็นเพลงแรกในหนังที่ฮิรายามะเปิดฟังในขณะขับรถ เดิมทีเป็นเพลงพื้นบ้านของอังกฤษก่อนที่ต่อมาจะได้รับความนิยมในฐานะเพลงโฟล์กของชาวแอฟริกัน/อเมริกัน นี่คือเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอันแสนขมขื่นของหญิงสาวที่ทำงานอยู่ในซ่อนโสเภณีในเมืองนิวออร์ลีนส์ เพลงนี้สร้างความรู้สึกร่วมให้กับผู้ชมได้อย่างลุ่มลึกในฉากที่ Mama (ซายูริ อิชิกาวะ) หญิงสูงวัยเจ้าของบาร์เลือกที่จะร้องเพลงนี้ให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นชายที่ผ่านพ้นจุดสูงสุดในชีวิตไปแล้วได้รับฟัง

เสียงร้องของเธอก็เป็นเหมือนเช่นในเพลงที่เล่าเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกจองจำ กรงนั้นไม่ได้ขังร่างกายเธอไว้ หากแต่เป็นหัวใจของเธอต่างหาก

เพลงนี้ผ่านการตีความที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือการที่ผู้เล่าในมุมมองของผู้ชายได้สูญเสียเจตจำนงที่ตัวเองเคยมีไปจนหมดสิ้นแล้วและเจ้าตัวก็รู้ดีว่าบ้านที่เขาอาศัยในที่สุดก็จะเต็มไปด้วยคำสาปแช่ง ในท่อนหนึ่งของเพลงที่เขียนว่า “โอ้ แม่ครับ ได้โปรดบอกกับลูกหลานของแม่ทีเถิดว่าอย่าได้ทำในสิ่งที่ผมเคยได้ทำลงไป”

มีการตีความผ่านเพลงนี้ว่า ฮิรายามะน่าจะมีอดีตที่ย่ำแย่ เขาอาจจะเคยทำสิ่งที่เลวร้ายมาก่อนและการทำความสะอาดห้องน้ำวันแล้ววันเล่าก็คือการชำระล้างบาปที่เขาเคยก่อไว้ บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ฮิรายามะอาจจะเคยติดยามาก่อนด้วยซ้ำ เพราะมีการตีความเช่นกันว่า Perfect Day เป็นเพลงที่ลู รีด แต่งเพื่อสื่อเป็นนัยถึงการติดยาเสพติดของตัวเอง

ตัวละครหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ อายะ เด็กสาวนั่งดริ๊งก์ที่หลงใหลในเสียงร้องของ แพตตี สมิธ ในเพลง Redondo Beach

เนื้อหาของบทเพลงเล่าถึงหญิงสาวผู้เศร้าโศกที่กำลังมองหาบางสิ่งที่ถูกพรากไปจากชีวิตบนชายหาด Redondo ที่รายล้อมไปด้วยผู้คนที่เศร้าหมอง ท่ามกลางผู้คนมากมาย เธอกลับรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ทะเลที่อยู่ตรงหน้าเธอคือมหานทีแห่งความว่างเปล่า และกุญแจที่เธอมีเพื่อไขเข้าไปสู่ห้องพักในโรงแรมก็ไม่ต่างใบเบิกทางไปสู่ความตาย

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่อายะรู้สึกว่าเพลงที่ถึงแม้ว่าเธอจะฟังไม่ออกเลยว่ามันพูดถึงอะไรก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างล้ำลึกได้โดยที่ไม่ต้องใช้เงินทองซื้อหามาเลยแม้แต่เยนเดียว

หัวใจสำคัญที่ซุกซ่อนอยู่ในหนังทุกเรื่องของวิม เวนเดอร์ส คือการเดินทางเพื่อหาความสุขที่แท้จริงของชีวิตผ่านชีวิตที่ดูคลุมเครือของตัวละคร คอลเล็กชั่นเทปคาสเส็ตของฮิรายามะ ก็ไม่ต่างจากไดอารีที่วางอยู่บนทางเดินชีวิตของเขาเอง

เราสามารถศึกษาแคแร็กเตอร์ของชายชราคนนี้ได้ผ่านเพลงที่เขาฟัง, หนังสือที่เขาอ่าน และคำพูดอันน้อยนิดที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของเขา

ในฉากจบ ฮิรายามะใส่เทปคาสเส็ตเข้าไปในเครื่องเล่นในรถเช่นเคย แสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่องใบหน้าของเขา เพลงที่บรรเลงออกมาคือ Feeling Good ของ นิน่า ซีโมน เพลงนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงประเด็นสำคัญของหนังที่พูดถึงการค้นหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ, มองข้ามอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้วและอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเพื่อที่จะอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติปัญญาที่สุด

ชาวญี่ปุ่นเรียกแสงและเงาระยิบระยับที่ลอดผ่านใบไม้ว่า ???? (อ่านว่า KOMOREBI) ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น มันอาจจะใช้เวลาชั่วชีวิตของเราเลยก็ได้กว่าที่จะเห็นความงามนั้นอย่างแท้จริง ส่วนการเฝ้ามองธรรมชาติเพื่อค้นหาความสงบที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในตัวของเราเองนั้นสำคัญกว่ามาก

ฮิรายามะไม่มีทางมองเห็นความงามนั้นผ่านตึกสูงที่มีชื่อเป็นต้นไม้อย่าง Tokyo Sky Tree ได้อย่างแน่นอน นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม เขาถึงรักและทนุถนอมต้นไม้ถึงเพียงนั้น เพราะต้นไม้คือสิ่งเดียวที่จะสร้างประกายระยิบระยับซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะสร้างความสงบสุขที่แท้จริงให้กับชีวิตเขาได้

อ้างอิง : https://niewmedia.com

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองแสงระยิบระยับของชีวิต ผ่านเพลงประกอบหนัง Perfect Days

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...