มองแสงระยิบระยับของชีวิต ผ่านเพลงประกอบหนัง Perfect Days
บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
มองแสงระยิบระยับของชีวิต
ผ่านเพลงประกอบหนัง Perfect Days
Perfect Days หนังดราม่าของนักทำหนังระดับตำนานชาวเยอรมัน วิม เวนเดอร์ส ได้รับคำชมอย่างมากในแง่ของความเรียบง่ายในการถ่ายทอดเรื่องราวอันสุดแสนมินิมอลของ ฮิรายามะ (โคจิ ยากุโช) หนุ่มใหญ่วัยปลดเกษียณที่ในทุกเช้าจะตื่นนอนด้วยเสียงกวาดใบไม้ของคุณป้าคนหนึ่ง
พอเก็บที่นอนเสร็จก็ฉีดน้ำให้ต้นไม้เล็กๆ หลายต้นที่เขาเก็บมาปลูกจากสวนสาธารณะ ก่อนที่จะแปรงฟันและเปลี่ยนชุดพนักงานทำความสะอาด The Tokyo Toilet เตรียมตัวไปทำความสะอาดห้องน้ำในย่านชิบูยาของกรุงโตเกียว
หลังจากที่หนังเข้าฉายไปแล้ว 1 ปี Perfect Days ได้รับการกล่าวถึงในวงกว้างอีกครั้งหลังจากที่ตัวหนังลง Netflix เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ผู้ชมที่หลงรักหนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุ 30 ปลายถึง 40 ปีขึ้นไป) เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?
เป็นปกติของมนุษย์ที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต ซึ่งในสังคมที่ขับเคลื่อนไปด้วยระบบทุน การทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อแลกมากับรายได้ที่ทุกคนต่างก็ตั้งเพดานเอาไว้ว่าจะต้องสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นค่านิยมที่ต้องแข่งขันกันอย่างไม่ลดราวาศอก
แต่การที่ฮิรายามะตั้งใจทำความสะอาดห้องน้ำอย่างเต็มที่ในแต่ละวัน, มีความสุขไปกับการใช้กล้องฟิล์มถ่ายรูปแสงอาทิตย์ระยิบระยับที่ลอดผ่านต้นไม้, แวะดื่มน้ำ กินอาหารง่ายๆ ที่ร้านอิซากายะเจ้าประจำก่อนกลับบ้าน
วันไหนเหนื่อยหน่อยก็จะไปอาบน้ำแช่ออนเซ็น อ่านหนังสือ Trees ของ โคดะ อายะ, Eleven ของ แพทริเซีย ไฮสมิธ และ The Wild Palms ของ วิลเลียม ฟอล์กเนอร์ ก่อนนอนและตื่นขึ้นมาด้วยเสียงกวาดใบไม้ในตอนเช้านั้นบ่งบอกถึงสัญญาณอะไรหลายอย่าง
สิ่งที่ผลักดันให้ Perfect Days เป็นหนังที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งในระดับจิตวิญญาณเช่นนี้ ส่วนหนึ่งมาจาก ยูจิ ชิบาซากิ มิวสิกไดเร็กเตอร์ของหนังเรื่องที่ร่วมงานกับผู้กำกับการแสดง วิม เวนเดอร์ส มาอย่างยาวนาน เขาหลงใหลเพลงร็อกและป๊อปในหนังในยุค 70 ของนักทำหนังระดับตำนานท่านนี้อยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Alice in the Cities, The Goalkeeper’s Fear of the Penalty และ The American Friend โดยยูจิมองว่า วิม เวนเดอร์ส มีพรสวรรค์ในการใช้บทเพลงเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง
เช่นเดียวกับกล้องฟิล์ม, หนังสือมือสอง, รถตู้ และห้องพัก บทเพลงในหนังเรื่องนี้ย้อนเวลาผู้ชมไปสู่โลกยุคเก่าด้วยเทปคาสเส็ตที่ตกยุคไปแล้ว
เพลงที่ฮิรายามะฟังล้วนแล้วแต่เป็นเพลงจากยุค 60 และ 70 โดยเพลง Perfect Day ของ ลู รีด นักร้องนักแต่งเพลงแห่งวง The Velvet Underground ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของนักกวีแห่งวงการเพลงอาร์ตร็อกมีเนื้อหาที่คล้ายวิถีชีวิตของฮิรายามะอย่างมาก
Perfect Day เล่าเรื่องของชายคนหนึ่งที่มักจะแวะดื่มในสวนสาธารณะ พอมืดค่ำก็กลับบ้าน แวะให้อาหารสัตว์ที่สวนสัตว์ในบางวัน หรืออาจจะดูหนังสักเรื่องในบางคืน เพียงเท่านี้เขาก็มีความสุขมากพอที่จะบอกได้ว่าในแต่ละวันคือความงดงาม เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น
แต่ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางวันที่อาจจะมีใครบางคนที่ได้มาใช้เวลาร่วมกัน และใครคนนั้นก็ทำให้เขาหลงลืมตัวตนที่แท้จริงไปและคิดว่าตัวเองได้กลายไปเป็นคนอื่นที่ดีกว่านี้
นิโกะ (อาริสะ นากาโนะ) หลานสาวของฮิรายามะ ที่หนีออกจากบ้านมาหาเขาคงเบื่อหน่ายชีวิตที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่อย่างสุขสบายเพราะมีแม่เป็นคนมีฐานะก็ตาม ใครบางคนในเพลง Perfect Day ของลู รีด เป็นไปได้ทั้งฮิรายามะ และนิโกะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหลังที่การได้มาอยู่กับลุงของเธอและได้เดินตามรอยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายนี้ทำให้เธอลืมไปเสียหมดไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือว่าอนาคต
ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นิโกะลืมตัวตนที่เธอไม่ต้องการที่จะเป็นในเวลานี้ไป เพื่อที่จะกลายเป็นใครบางคนที่ดีกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเธอคนใหม่จะเป็นคนที่เธอเพิ่งจะเคยรู้จักก็ตาม
The House of Rising Sun เวอร์ชั่นวง The Animals ซึ่งเป็นเพลงแรกในหนังที่ฮิรายามะเปิดฟังในขณะขับรถ เดิมทีเป็นเพลงพื้นบ้านของอังกฤษก่อนที่ต่อมาจะได้รับความนิยมในฐานะเพลงโฟล์กของชาวแอฟริกัน/อเมริกัน นี่คือเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอันแสนขมขื่นของหญิงสาวที่ทำงานอยู่ในซ่อนโสเภณีในเมืองนิวออร์ลีนส์ เพลงนี้สร้างความรู้สึกร่วมให้กับผู้ชมได้อย่างลุ่มลึกในฉากที่ Mama (ซายูริ อิชิกาวะ) หญิงสูงวัยเจ้าของบาร์เลือกที่จะร้องเพลงนี้ให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นชายที่ผ่านพ้นจุดสูงสุดในชีวิตไปแล้วได้รับฟัง
เสียงร้องของเธอก็เป็นเหมือนเช่นในเพลงที่เล่าเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกจองจำ กรงนั้นไม่ได้ขังร่างกายเธอไว้ หากแต่เป็นหัวใจของเธอต่างหาก
เพลงนี้ผ่านการตีความที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือการที่ผู้เล่าในมุมมองของผู้ชายได้สูญเสียเจตจำนงที่ตัวเองเคยมีไปจนหมดสิ้นแล้วและเจ้าตัวก็รู้ดีว่าบ้านที่เขาอาศัยในที่สุดก็จะเต็มไปด้วยคำสาปแช่ง ในท่อนหนึ่งของเพลงที่เขียนว่า “โอ้ แม่ครับ ได้โปรดบอกกับลูกหลานของแม่ทีเถิดว่าอย่าได้ทำในสิ่งที่ผมเคยได้ทำลงไป”
มีการตีความผ่านเพลงนี้ว่า ฮิรายามะน่าจะมีอดีตที่ย่ำแย่ เขาอาจจะเคยทำสิ่งที่เลวร้ายมาก่อนและการทำความสะอาดห้องน้ำวันแล้ววันเล่าก็คือการชำระล้างบาปที่เขาเคยก่อไว้ บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ฮิรายามะอาจจะเคยติดยามาก่อนด้วยซ้ำ เพราะมีการตีความเช่นกันว่า Perfect Day เป็นเพลงที่ลู รีด แต่งเพื่อสื่อเป็นนัยถึงการติดยาเสพติดของตัวเอง
ตัวละครหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ อายะ เด็กสาวนั่งดริ๊งก์ที่หลงใหลในเสียงร้องของ แพตตี สมิธ ในเพลง Redondo Beach
เนื้อหาของบทเพลงเล่าถึงหญิงสาวผู้เศร้าโศกที่กำลังมองหาบางสิ่งที่ถูกพรากไปจากชีวิตบนชายหาด Redondo ที่รายล้อมไปด้วยผู้คนที่เศร้าหมอง ท่ามกลางผู้คนมากมาย เธอกลับรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ทะเลที่อยู่ตรงหน้าเธอคือมหานทีแห่งความว่างเปล่า และกุญแจที่เธอมีเพื่อไขเข้าไปสู่ห้องพักในโรงแรมก็ไม่ต่างใบเบิกทางไปสู่ความตาย
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่อายะรู้สึกว่าเพลงที่ถึงแม้ว่าเธอจะฟังไม่ออกเลยว่ามันพูดถึงอะไรก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างล้ำลึกได้โดยที่ไม่ต้องใช้เงินทองซื้อหามาเลยแม้แต่เยนเดียว
หัวใจสำคัญที่ซุกซ่อนอยู่ในหนังทุกเรื่องของวิม เวนเดอร์ส คือการเดินทางเพื่อหาความสุขที่แท้จริงของชีวิตผ่านชีวิตที่ดูคลุมเครือของตัวละคร คอลเล็กชั่นเทปคาสเส็ตของฮิรายามะ ก็ไม่ต่างจากไดอารีที่วางอยู่บนทางเดินชีวิตของเขาเอง
เราสามารถศึกษาแคแร็กเตอร์ของชายชราคนนี้ได้ผ่านเพลงที่เขาฟัง, หนังสือที่เขาอ่าน และคำพูดอันน้อยนิดที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของเขา
ในฉากจบ ฮิรายามะใส่เทปคาสเส็ตเข้าไปในเครื่องเล่นในรถเช่นเคย แสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่องใบหน้าของเขา เพลงที่บรรเลงออกมาคือ Feeling Good ของ นิน่า ซีโมน เพลงนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงประเด็นสำคัญของหนังที่พูดถึงการค้นหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ, มองข้ามอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้วและอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเพื่อที่จะอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติปัญญาที่สุด
ชาวญี่ปุ่นเรียกแสงและเงาระยิบระยับที่ลอดผ่านใบไม้ว่า ???? (อ่านว่า KOMOREBI) ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น มันอาจจะใช้เวลาชั่วชีวิตของเราเลยก็ได้กว่าที่จะเห็นความงามนั้นอย่างแท้จริง ส่วนการเฝ้ามองธรรมชาติเพื่อค้นหาความสงบที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในตัวของเราเองนั้นสำคัญกว่ามาก
ฮิรายามะไม่มีทางมองเห็นความงามนั้นผ่านตึกสูงที่มีชื่อเป็นต้นไม้อย่าง Tokyo Sky Tree ได้อย่างแน่นอน นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม เขาถึงรักและทนุถนอมต้นไม้ถึงเพียงนั้น เพราะต้นไม้คือสิ่งเดียวที่จะสร้างประกายระยิบระยับซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะสร้างความสงบสุขที่แท้จริงให้กับชีวิตเขาได้
อ้างอิง : https://niewmedia.com
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองแสงระยิบระยับของชีวิต ผ่านเพลงประกอบหนัง Perfect Days
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com