โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TOP สรุปผู้รับเหมาไตรมาส 3/68 ชงผู้ถือหุ้น 21 ก.พ.นี้ ไฟเขียวงบเพิ่ม 6.3 หมื่นล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 03.18 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

แหล่งข่าวจากวงการพลังงานเปิดเผยว่า บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP หลังจากที่บริษัทได้หลักประกันภายใต้สัญญาจ้างเหมาทำของ การออกแบบวิศวกรรม การจัดหา และการก่อสร้าง (EPC Contract) ระหว่างบริษัท และ The Consortium of PSS Netheriands B.V. (Offshore Contractor) an unincorporated joint venture of Samsung E&A (Thailand) Co.. Ltd., Petrofac South East Asia Pte. Ltd. U aะ Saipem Singapore Pte. Lid. (Omshore Contractor) ตาม/สัญญาฯ เป็นจำนวนเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทนั้น เงินดังกล่าวจะบันทึกเป็นรายได้ เพื่อช่วยลดต้นทุนโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP)

ทั้งนี้ การพิจารณาผู้รับเหมาหลัก เพื่อดำเนินโครงการ CFP ปัจจุบันศึกษาไว้หลายแนวทาง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งตามสัญญาเดิมผู้รับเหมาต้องทำให้เสร็จ แต่เมื่อโครงการอาจไม่เสร็จตามแผนก็ต้องหาแนวทางใหม่ ส่วนจะตัดสินใจเปลี่ยนผู้รับเหมาหลักหรือไม่นั้น คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 3/2568 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่ผู้รับเหมาหลักฯ จะฟ้องอนุญาโตตุลาการในกรณีดังกล่าวนั้น ไทยออยล์มองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ผ่านมาไทยออยล์ดำเนินการทุกอย่างตามสัญญา

อย่างไรก็ตาม ไทยออยล์จำเป็นต้องพิจารณาทีละขั้นตอน (step) โดยขั้นตอนแรกต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ก.พ.นี้ก่อน เพื่อขออนุมัติงบประมาณลงทุนส่วนเพิ่มของโครงการ CFP ประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการดําเนินการก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนในช่วงไตรมาส 3/2571

ส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์ในปีนี้ มองว่ายังทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทเดินเครื่องจักรตามปกติ แม้ว่าตลาดปิโตรเคมีจะยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่โรงงานอะโรเมติกส์ยังทำกำไรอยู่ ส่วนธุรกิจที่ยังไม่ดีคือธุรกิจโอเลฟินส์ ซึ่งไทยออยล์ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำรายใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ในสัดส่วนการถือหุ้น 15% ตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า TOP ได้เรียกร้องสิทธิตามหนังสือค้ำประกันภายใต้สัญญาจ้างเหมางานก่อสร้างรูปแบบ EPC ซึ่งคาดว่าหนังสือค้ำประกันจะมีมูลค่าประมาณ 10% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดที่ 4.8 -5.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.6–1.8 แสนล้านบาท (ครั้งนี้ได้รับ 358 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.2 หมื่นล้านบาท) โดยจำนวนเงินส่วนที่เหลือเป็นปัจจัยต้องติดตามต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต้องติดตามคือ ผลการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ พิจารณาอนุมัติเพิ่มเงินลงทุนในโครงการ CFP (ออกเสียงอนุมัติมากกว่า 50%) เพื่อให้การก่อสร้างเดินหน้าต่อจนแล้วเสร็จ ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ เก็งกำไร (TRADING) สำหรับ TOP ราคาเหมาะสม 35 บาทต่อหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...