โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุนทรภู่หักหน้ารัชกาลที่ 3 เหตุเพราะผู้อุปถัมภ์ทรงอำนาจ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 08.04 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ (ภาพจากมติชนออนไลน์)

ยุครุ่งเรืองของ “สุนทรภู่” กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) แต่เมื่อเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) กวีท่านนี้กลับต้องหลบลี้หนี “ราชภัย” ที่อาจเป็นผลเมื่อครั้งสุนทรภู่หักหน้ารัชกาลที่ 3 คราวพระองค์ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์”

ย้อนเหตุการณ์สุนทรภู่หักหน้ารัชกาลที่ 3

รัชกาลที่ 2 โปรดวรรณกรรมอย่างยิ่ง ทรงมีกวีทรงปรึกษาหลายคน อาทิ สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี (จุ้ย), พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ขาดไม่ได้คือสุนทรภู่

การเป็นกวีทรงปรึกษาในพระเจ้าแผ่นดิน ได้ปฏิบัติราชการต่อหน้าพระพักตร์ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการแข่งขันกันทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม อาจเพื่อสั่งสมความดีความชอบ และนัยหนึ่งก็อาจเพื่อให้อีกฝ่ายเสียหน้าหรือได้รับความอับอาย

จุดนี้เองที่นำสู่เหตุการณ์สุนทรภู่หักหน้ารัชกาลที่ 3

ครั้งหนึ่ง รัชกาลที่ 2 ทรงบทละครเรื่อง “อิเหนา” และทรงแบ่งให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์แต่งตอนนางบุษบาเล่นธารเมื่อท้าวดาหาไปใช้บน เมื่อพระองค์ทรงแต่งเสร็จก็ทรงวานให้สุนทรภู่ช่วยอ่านตรวจ สุนทรภู่อ่านจบก็ทูลว่าเห็นดีอยู่แล้ว

แต่เมื่อถึงวันที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์อ่านถวายรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่กลับติว่ายังไม่ดี และขอแก้ ณ ที่หน้าพระพักตร์ ทำให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงขัดเคืองพระทัย เพราะกลับมาติหักหน้าเล่นกลางคัน

อีกครั้งหนึ่งเมื่อรัชกาลที่ 2 ทรงมีรับสั่งให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์แต่งบทละครเรื่อง “สังข์ทอง” ตอนท้าวสามลให้ลูกสาวเลือกคู่ พระองค์ก็ทรงแต่งโดยขึ้นต้นคำปรารภของท้าวสามลว่า “จำจะปลูกฝังเสียยังแล้ว ให้ลูกแก้วสมมาดปรารถนา”

ทว่าเมื่อถึงเวลาอ่านต่อหน้าพระพักตร์รัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ก็ท้วงและถามขึ้นว่า “ลูกปรารถนาอะไร” ทำให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ต้องทรงแก้เป็น “จำจะปลูกฝังเสียยังแล้ว ให้ลูกแก้วมีคู่เสน่หา”

การกระทำต่างๆ ของสุนทรภู่จะเป็นไปด้วยความปรารถนาดี ต้องการให้บทกลอนสละสลวยได้ใจความชัดเจน หรือเป็นการล่วงเกินกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ไม่มีใครทราบแน่ชัด และอาจขึ้นอยู่กับการตีความว่าจะมองมุมใด แต่ก็ทำให้เห็นว่า กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจมากในราชสำนักแต่เพียงพระองค์เดียว

เพราะในศูนย์กลางแห่งอำนาจ ยังมีเจ้านายชั้นสูงอีกหลายพระองค์ที่ทรงมีบทบาท หนึ่งในนั้นคือ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี (จุ้ย) พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (พระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าขรัวเงิน ซึ่งเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี (จุ้ย) ทรงกำกับกรมมหาดไทย กรมวัง รวมทั้งทรงเป็นผู้สำเร็จราชการต่างพระเนตรพระกรรณอยู่เสมอ

เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี (จุ้ย) ทรงอุปภัมภ์สุนทรภู่ นี่จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สุนทรภู่หาญกล้าหักหน้ากรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ก็เป็นได้

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี (จุ้ย) ยังทรงเป็นแกนนำเจ้านายที่นับถือ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ที่ต่อมาจะทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทั้งไม่ทรงลงรอยกับ กรมหมื่นศักดิพลเสพ เจ้านายชั้นผู้ใหญ่อีกพระองค์ ซึ่งทรงสนิทสนมกับกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายรัชกาลที่ 2 กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงมีอำนาจมาก เจ้านายชั้นสูงหลายพระองค์ต่างทรงเกรงพระทัย ไม่เว้นแม้แต่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี (จุ้ย) ที่ต่อมาสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2365

นี่จึงอาจเป็นเหตุผลว่า เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน สุนทรภู่จึงออกจากราชการและออกบวช

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปวีณา หมู่อุบล. อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ: การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2567

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุนทรภู่หักหน้ารัชกาลที่ 3 เหตุเพราะผู้อุปถัมภ์ทรงอำนาจ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...