40 นิสัยง่ายๆ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเกือบทุกอย่างในชีวิตคุณได้
Mission To The Moon
อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • Mission To The Moon Mediaวันนี้จะมาชวนคุยถึงบทความอันหนึ่งที่ผมไปเจอใน Medium มาครับ
.
ผมรู้สึกว่าบทความนี้น่าสนใจดี เอาไปใช้ง่ายมาก สามารถใช้ได้เลยวันนี้ แล้วก็ช่วยให้เรามองอะไรในชีวิตต่างไปเยอะจริงๆ
.
บทความนี้มาจากผู้เขียนชื่อ Thomas Oppong ชื่อว่า "40 Short Habits That Solve Life's Most Common Problems" คือนิสัยง่ายๆ ที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเกือบทุกอย่างในชีวิตคุณได้ แล้วเรื่องพวกนี้มันเล็กมาก
.
1. สิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาคือเริ่มที่สมอง
.
สิ่งสำคัญที่สุดในการจะแก้ปัญหามันเริ่มต้นที่สมองของเราก่อน เราต้องมีวิธีการเปลี่ยนมุมมอง แล้วการเปลี่ยนมุมมองนี่แหละจะทำให้คุณเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ แล้วจะทำให้คุณเติบโตขึ้นด้วย
.
เช่น สมมุติว่าเราเคยมองว่า เวลาเราหิว แล้วเราหาร้านอาหารกินไม่ได้ รู้สึกโมโหหิวมากๆ ซึ่งผมก็เป็นปัญหานี้ ตอนนี้มุมมองผมเปลี่ยนใหม่ ทุกครั้งที่หิวจะรู้สึกว่า “ร่างกายกำลังเข้าสู่กระบวนการ Autophagy” คือเวลาที่ Fasting นานๆ แล้วมันจะเกิด Process นี้ ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ทุกครั้งหรอก มันต้องผ่านไป 20 กว่าชั่วโมงถึงจะเริ่ม Autophagy แต่ว่าช่วงที่เราหิวเรารู้สึกว่า “เฮ้ย เรากำลัง Fasting ได้ผลอยู่” นี่คือมุมมองใหม่ จะถูกจะผิดไม่รู้ แต่ว่าผมรู้สึกว่ามันช่วยแก้ปัญหาเรื่องโมโหหิวไปได้เยอะเลยทีเดียว
.
2. หาความรู้ใหม่ๆ เข้าตัวทุกวัน
.
เราไม่สามารถที่จะเป็น Lifelong Learner ได้ ถ้าเราไม่หาของใหม่ๆ เข้าตัวตลอดเวลา คำว่าตลอดเวลาไม่ได้หมายถึงทุกเวลาขนาดนั้น แต่อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หนังสือ Podcast ต่างๆ พวกนี้ช่วยมาก แม้แต่ Newsletter ที่เข้ามาใน Email คุณ ซึ่งเราก็ไม่ได้ค่อยได้ใส่ใจมาก ผมได้เรียนรู้อะไรจากพวกนั้นเยอะมาก เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ผมจึง Subscribe Newsletter เยอะมาก
.
3. ถามตัวเองว่าอะไรสำคัญที่สุดในวันนี้
.
ทุกวันก่อนเริ่มทำงานให้ถามตัวเองเสมอว่า ของที่เรากำลังจะเริ่มลงมือทำ มันเป็นของที่มีความสำคัญมากที่สุดในวันนั้นหรือเปล่า คำถามนี้สำคัญจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเสียเวลาไปทั้งวัน แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย
.
4. ออกกำลังกายเมื่อรู้สึกแย่
.
ถ้าคุณรู้สึก Down เมื่อไรก็ตาม แล้วหาสาเหตุไม่เจอ การออกกำลังกายคือวิธีการที่ดีที่สุด ผมยืนยันเลย ไม่ว่าคุณจะรู้สึก Down ปวดหัวนอนไม่พออะไร ลองไปออกกำลังกายสั้นๆ ไม่ต้องนาน 20 นาที แล้วความรู้สึกคุณจะดีขึ้นทันที
.
5. เดินเพื่อเคลียร์สมอง
.
เขาเรียกว่า Soil Walk คือการเดินผ่อนคลาย แล้วก็เคลียร์สมอง การเดินเป็นหนึ่งใน Process ที่ดีที่สุด ยิ่งอยู่ในธรรมชาติ เจอแดดยิ่งดี
.
6. ใช้ช่วงเวลาพลังงานสูงให้เกิดประโยชน์
.
มนุษย์เรามีช่วงเวลาที่มีพลังงานเต็มเปี่ยม เรียกว่าเป็นช่วง Peak Hour ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น จงใช้เวลานั้นให้ดีที่สุด
.
7. ใกล้ชิดธรรมชาติเพื่อความคิดสร้างสรรค์
.
ถ้าคุณรู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์ของคุณมันช่างแย่เหลือเกินช่วงนี้ โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้พวกนี้เยอะๆ ให้ลองไปทำกิจกรรมที่อยู่ในธรรมชาติ เป็นเวลาสักระยะหนึ่ง คำว่ากิจกรรมที่อยู่ในธรรมชาติ ก็อันนี้แล้วแต่จะจินตนาการเลย จริงๆ การไปสวนก็เรียกว่าใช่แล้ว หรือปลูกต้นไม้ก็ได้ เล่นกับหมาแมวอะไรพวกนี้สักระยะหนึ่ง ให้มันเหมือนหัวมันโล่ง แล้วค่อยกลับมาทำต่อ ไม่อย่างนั้นมันก็จะติดขัดอยู่อย่างนั้น
.
8. ฟังเพลงขณะทำงาน
.
ลองฟังเพลงเวลาทำงานดู บางคนถูกจริตกับการฟังเพลงมาก แล้วมันช่วยให้มีพลังมากขึ้นด้วย แต่ถ้าเกิดคนที่ไม่ถูกจริตก็ไม่ต้องพยายามฝืน
.
9. ทำ Desk Exercise
.
เขาบอกว่าทำ Desk Exercise เช่น การ Stretch คอ การยืนทำงาน การยืดขาอะไรพวกนี้ ซึ่งมันทำได้ที่โต๊ะทำงานเลย แล้วก็ไม่ได้ดูประหลาดอะไรด้วย อันนี้สามารถช่วยลดความเครียดด้วย แล้วก็ลด Office Syndrome ด้วย และมันจะทำให้ Posture หรือว่าท่านั่ง ท่ายืนของคุณดีขึ้น
.
10. มี Routine ก่อนนอน
.
เขาบอกว่าให้มี Routine ก่อนนอนเสมอ โดยเฉพาะสำหรับคนที่นอนยาก การมี Routine ก่อนนอนจะช่วยให้นอนง่ายขึ้น แล้วก็พยายามนอนให้ตรงเวลา
.
11. เปลี่ยนงานหรือหาความท้าทายใหม่
.
ถ้าคุณรู้สึกว่างานของคุณ ณ ตอนนี้ มันไม่ทำให้คุณเก่งขึ้นเลย คุณต้องคิดหน้าที่ของคุณใหม่ มันมี 2 Options หนึ่ง คือคุณเปลี่ยนงาน หรือสอง คุณไปคุยกับเจ้านายคุณว่า คุณรู้สึกว่างานมันไม่ท้าทาย มันไม่ทำให้คุณเก่งขึ้น
.
12. เขียนแทนการคิดมาก
.
การคิดมากเกินไป หรือว่า Over Thinking เป็นสิ่งที่แย่ต่อสุขภาพจิตมากๆ เมื่อไรรู้สึกคิดมากปุ๊บ ให้หยิบปากกามาแล้วเขียน เขียนได้ทุกอย่างเลย ลงไปใน Journal เขียนความเครียด สิ่งที่คุณ Worry อยู่ สิ่งที่คุณคิดตอนนี้ ยังไม่ต้องหา Solution ด้วยซ้ำ เขียนไปก่อน
.
13. ฟังมากกว่าพูด
.
ในการสนทนาใดๆ ก็ตาม ให้คุณฟังมากกว่าพูด มันมีสาเหตุที่ทำให้เรามี 2 หู และปากเดียว ในทุกวันที่คุณรู้สึกว่างานมันเยอะจนทำไม่ทัน ให้ทำงานสำคัญที่สุด 3 งานพอจบ ที่เหลือเดี๋ยวไปทำวันรุ่งขึ้นได้
.
14. ทำงานสำคัญที่สุด 3 อย่างให้เสร็จก่อน
.
ในวันที่รู้สึกว่างานเยอะจนทำไม่ไหว ให้เลือกงานสำคัญที่สุด 3 อย่างและทำให้เสร็จก่อน ส่วนงานที่เหลือค่อยทำในวันถัดไป
.
15. เริ่มวันด้วยงานยากที่สุด
.
ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันที่คุณรู้สึกว่า เครียดมากยุ่งมาก ลองดูว่างานอะไรที่รู้สึกว่ามันยากที่สุดสำหรับที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ เราก็ทำอันนั้นก่อนเลย ตื่นเช้ามาทำให้เสร็จก่อนเลย แล้วชีวิตวันนั้นคุณจะดีขึ้นเยอะ
.
16. ระวังอีโก้และความโกรธ
.
เมื่อคุณรู้สึกว่าความโกรธหรือว่าอีโก้ของคุณกำลังทำให้คุณนิสัยไม่ดี ให้เตือนไว้เสมอว่า “คนเราใช้เวลา 20 ปี ในการสร้างชื่อเสียงตัวเองขึ้นมา แต่ 5 นาที ในการทำลาย”
.
คำพูดนี้มาจากวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องใช้มันในชีวิต เป็นเหมือนกับคาถาและ Mantra เพราะสิ่งที่ทำลายชื่อเสียงของคนเราได้มากที่สุดก็คือ อีโก้กับความโกรธ
.
17. เปลี่ยน Routine บ้าง
.
คุณจะต้องเบื่อวิถีชีวิตของคุณสักวันหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ลองเปลี่ยน Routine ใหม่ๆ ลองหาอะไรใหม่ๆ ทำสักเดือนละครั้งหนึ่ง
.
18. ลดการใช้ Social Media
มนุษย์เราแทบทุกคนใช้ Social Media เยอะเกินไป เพราะฉะนั้นคุณหาวิธีอะไรก็ได้ให้คุณใช้ Social Media น้อยลง เช่น เอามันไปซ่อนอยู่ในแอป ซ่อนอยู่หลายๆ อัน หรือว่าพยายามควบคุมตัวเอง หรือไม่ก็ลบแอปทิ้งไปเลย อะไรก็ได้
.
19. ให้ความสำคัญกับการนอน อาหาร และออกกำลังกาย
.
สิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับสุขภาพกาย มี 3 อย่างเท่านั้น คือนอน ออกกำลังกาย แล้วก็ของที่คุณกินเข้าไป ขอให้นึกแบบนี้ทุกวัน
.
20. เริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้
.
ทุกคนต้องมีแผนการเกษียณ ถ้าคุณยังไม่มี ตอนนี้ เริ่มวันนี้ ไม่รู้สายไม่สายเกินไป แต่ก็ต้องเริ่มแล้ว ถ้าไม่เริ่มวันนี้ถือว่าสายเกินไปแน่ๆ
.
21. ค้นหาความหมายของชีวิต
.
ถ้าเกิดว่าคุณตั้งคำถามตัวเองบ่อยๆ ว่า เป้าหมายของชีวิตของเราคืออะไร เขาบอกว่าบางทีไม่ต้องตั้งคำถามเยอะ เพราะถามไปก็คิดไม่ออก ลองเขียนสิ่งที่เราชอบไม่ชอบมาดู แล้วสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมีพลังในชีวิต หรือว่าสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าพูดปุ๊บเราแบบมันกระตุ้นความอยากทำอะไรสักอย่าง อยากลงมือทำอะไรสักอย่างนี่ แล้วเดี๋ยวคุณอาจจะประกอบจิ๊กซอว์เรื่อง Life Goal ของคุณขึ้นมาเองได้
.
22. อย่าใช้ชีวิตแบบ Autopilot
.
อย่าใช้ชีวิตอยู่ในโหมด Autopilot คำว่าโหมด Autopilot ก็คือก็เมื่อวานทำแบบนี้ วันนี้ก็เลยทำแบบเดิม ลองดูสิว่า “เอ๊ะ วันนี้เราจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง”
.
23. เรียนรู้การปฏิเสธ
.
ให้ปฏิเสธคนให้เป็นนิสัย คนที่ปฏิเสธคนไม่เป็นจะใช้ชีวิตกับ Priority ของคนอื่น แต่ไม่ใช่ Priority ของตัวเอง เราจะต้องปฏิเสธคนให้เป็น ซึ่งการปฏิเสธคนให้เป็นนี่เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตเลย
.
ผมเคยได้ยินว่าคนที่ประสบความสุขสำเร็จมากๆ ในชีวิต เขาปฏิเสธเกือบทุกเรื่องเลย เขาทำน้อยมากๆ แต่สิ่งที่เขาทำมีผลเยอะมากๆ นั่นเอง
.
24. สอนคนอื่นในสิ่งที่คุณเรียนรู้
.
ถ้าคุณกลัวว่าคุณจะลืมสิ่งที่คุณเรียนมา ให้สอน เมื่อไรที่คุณสอน มันจะทำให้คุณแทบไม่ลืมสิ่งที่คุณเรียนมาเลย
.
25. ใช้เงินกับประสบการณ์มากกว่าวัตถุ
.
ใช้เงินในสิ่งที่สร้างความสุขให้กับคุณจริงๆ เขาบอกว่าให้โฟกัสกับ Experience หรือว่าประสบการณ์มากกว่าของ มันช่วยลดความเครียดด้วย
.
26. ลดการตัดสินใจในช่วงเช้า
.
เพื่อทำให้คุณไม่ต้องตัดสินใจมากเกินไปในช่วงเช้า คำว่าตัดสินใจมากเกินไป คือเวลาสมองเราต้องตัดสินใจโน่นนี่เยอะมากๆ มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Decision Fatigue
.
เขาถึงบอกว่าในช่วงเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่สมองเราใส พยายามตัดสินใจเรื่องต่างๆ ให้น้อย เช่น ให้เตรียมชุดที่จะใส่วันนี้เตรียมตั้งแต่เมื่อคืน ถ้าจะมีอาหารก็เตรียมไว้ แล้วก็ค่อยอุ่นตอนนั้น คือเตรียมทุกอย่างไว้ก่อน คุณจะได้ไม่ต้องตัดสินใจอะไรเยอะในตอนเช้า ไม่อย่างนั้นคุณจะหมดพลังไปกับเรื่องพวกนี้ ยังไม่ถึงที่ทำงานเลย
.
27. เพิ่ม Endorphins ด้วยการออกกำลังกาย
.
พาราเซตามอลของสมองหรือว่ายาแก้ปวดของสมองคือ Endorphins
.
Endorphins นี่มาจากการออกกำลังกายเยอะมาก และมาจากกิจกรรมอื่นๆ เช่น การกิน Dark Chocolate หรือการดูละครตลกก็ทำให้คุณมี Endorphin ด้วยเช่นกัน
.
28. เลือกอาหารเช้าอย่างชาญฉลาด
.
ถ้าคุณต้องการที่จะมีพลังในช่วงเช้า ถ้าคุณกินอาหารเช้า ให้งดอาหารเช้าที่มีน้ำตาลเยอะ ให้กินอาหารเช้าที่เน้นโปรตีนกับไฟเบอร์ เช่น ไข่ หรือว่าพวกถั่วพวกนี้ อย่าไปกินซีเรียลอะไรที่มันน้ำตาลเยอะๆ พวกนี้ยิ่งทำให้คุณไม่มีพลังสมอง
.
29. เพิ่ม Dopamine
.
Dopamine มันช่วยเรื่องความรู้สึกของเรา ในการเพิ่ม Dopamine คุณสามารถทำได้ด้วยการนอนให้ดี ฟังเพลงเพราะๆ ที่คุณชอบ หรือว่าหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทำ
.
30. จัดระเบียบเทคโนโลยีของคุณ
.
ให้ลอง Declutter Your Tech เช่น ไปปิด Notification ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่เปิด Notification อะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกทุกคนเสมอว่า ถ้ามีอะไรด่วนให้โทรมา เพราะว่ามันเป็น Notification เดียวที่ผมเปิดอยู่ ไม่ได้ปิดไว้
.
หรือไปดูเรื่องของสิ่งที่คุณ Subscribe อยู่ทุกวันนี้เรา Subscribe ของเยอะมาก เยอะจริงๆ ไปดูว่ามันยังจำเป็นอยู่ไหม แล้วก็ลบแอปที่คุณไม่ใช้มาเป็นปีแล้วทิ้งบ้าง
.
31. พูดในเชิงโอกาสแทนการขอ
.
คนชอบโอกาส เพราะฉะนั้นเวลาคุณจะพูดกับใคร แทนที่จะเป็นการ Request คือการขอ ลองพูดกับเขาในมุมว่า มันเป็นโอกาสที่เขาจะทำอะไรได้บ้าง คนที่ฝึกเรื่องนี้บ่อยๆ จะมีความสามารถในการที่จะปิด Project หรืออะไรอย่างนี้ได้มากขึ้น
.
32. ลดความคาดหวัง
.
เขาบอกว่าเพื่อลดความผิดหวังในชีวิต ก็อย่าคาดหวังเยอะ เพราะความคาดหวังนี่แหละเป็นตัวที่ทำให้เราไม่มีความสุข โดยเฉพาะการคาดหวังกับคนอื่น เป็นสิ่งที่คาดหวังแล้วยากมาก เพราะบางครั้งเรายังทำไม่ได้สำเร็จทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการไปคาดหวังกับคนอื่น มันยิ่งไปเหมือนฝากความสุขของคุณไว้กับคนอื่น
.
33. คิดถึงทางออกมากกว่าปัญหา
.
เวลาเจอปัญหาให้คิดก่อนเลยว่า “ทางออกหรือว่าวิธีการแก้ปัญหามันคืออะไรบ้าง” บางคนไปกังวลแต่กับปัญหา แต่ลืมคิดเรื่องทางออก
.
ให้ลองคิดเป็นฉากๆ เลยว่า Worse Case จะเป็นอย่างไร แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าคุณฝึกแบบนี้ คุณจะไม่วิตกกังวลกับปัญหา แต่ถ้าเกิดคุณกังวลหรือว่าไปคอยตีโพยตีพายว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉัน ก็จะหาทางออกไม่เจอ
.
34. อยู่กับคนที่คุณมีความสัมพันธ์ดีเพื่อลดความเครียด
.
วิธีการที่จะช่วยลดความเครียดได้เร็วที่สุด คือการอยู่กับคนที่คุณมีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย เช่น เพื่อนหรือว่าครอบครัว แล้วความเครียดจะค่อยๆ ลดลง
.
35. ชีวิตที่ดีเกิดจากนิสัยเล็กๆ
.
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณต้องการในชีวิต มันมาจากสิ่งเล็กๆ ที่คุณทำทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นต้องระวัง Habit หรือนิสัยต่างๆ ให้ดี
.
36. ฝึก Small Talk
.
Small Talk คือการพูดคุยเรื่องเบาๆ ทั่วไป เทำให้เราสนิทกันมากขึ้นและเร็วขึ้น ดังนั้นการฝึก Small Talk จึงสำคัญมาก
.
37. มีแผนสำหรับวันหยุด
.
อย่าปล่อยให้วันหยุดกลายเป็นวันที่นอน ดูซีรีส์ แล้วก็กินของที่ไม่มีประโยชน์ ให้มีแผนสำหรับวันหยุด ซึ่งคุณจะมีแผนในการดูซีรีส์วันหยุดก็ได้ แต่ขอให้วางแผนสำหรับวันหยุดไว้ก่อน เพราะวันหยุดเป็นวันที่เพิ่มพลังชีวิตของคุณ
.
38. เลือกคนใกล้ตัวให้ดี
.
เลือกคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณให้ดี โดยเฉพาะเพื่อน เพราะการเลือกคนที่ถูกต้อง จะช่วยสร้างความสุขให้กับชีวิต
.
39. ระวังเรื่องอาหารการกิน
.
ถ้าไม่อยากมีปัญหาสุขภาพในระยะยาว ให้ระวังเรื่องของกินจริงๆ สักที เรารู้อยู่แล้วว่าอะไรดีไม่ดี ทุกวันนี้เรามีความรู้เรื่องนี้เยอะกว่าสมัยก่อนเยอะมาก เพราะฉะนั้นให้ระวังเรื่องนี้ให้ดี
.
40. มี Challenge ให้ตัวเองเสมอ
.
เช่น สมมุติว่าเราไปวิ่ง เราก็วางแผนว่าต้องวิ่งให้ได้กี่กิโล ในความเร็วเท่าไหร่ เพราะการมี Challenge จะทำให้สมองตื่นตัว แล้วมันทำให้คุณรู้สึกว่าคุณมี Energy หรือพลังที่อยากจะทำอะไรใหม่ตลอดเวลา
.
ถ้าชีวิตเราไม่มี Challenge เลย เราก็จะใช้ชีวิตแบบ Autopilot ซึ่งก็คงไม่ใช่ชีวิตที่เราอยากจะมีสักเท่าไรนัก
.
.
บทความโดย รวิศ หาญอุตสาหะ
.
.
#RawitsThought
#LifeAdvice
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast