ต้นทุนพุ่ง! ขอขึ้นค่ากำเหน็จ ทองรูปพรรณ 800 บาท
จะซื้อทองที ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก แพงแล้ว แพงอยู่ แพงต่อ หลังสมาคมค้าทองคำแจ้งปรับขึ้นค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ 800 บาท
โดยสมาคมค้าทองคำได้แจ้งว่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สมาชิกสมาคมค้าทองคำได้เรียกร้องมายังสมาคมฯ ให้มีการปรับเปลี่ยนราคากลาง ค่ากำเหน็จทองรูปพรรณให้เหมาะสมกับต้นทุนของการประกอบธุรกิจค้าทองคำในปัจจุบัน
คณะกรรมการสมาคมค้าทองคำ จึงได้ร่วมกันพิจารณา และมีมติในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมค้าทองคำ ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ให้ปรับเปลี่ยนราคากลางค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ จากเดิมกำหนดไว้ที่ 500 บาท ต่อบาท(ทองคำ) ที่ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ตามประกาศที่ สคท.(ป) 001/2559 ให้ปรับเปลี่ยนเป็น 800 บาท ต่อบาท(ทองคำ) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน โดยจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568
ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่ากำเหน็จครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ ลดปัญหาการขายขาดทุน และสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“สถานการณ์ราคาทองที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทองของประชาชนลดลงเฉลี่ย 20-30% และการปรับขึ้นค่ากำเหน็จในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” นายจิตติกล่าว
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในปีนี้ คาดว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยมีโอกาสแตะระดับ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำในประเทศที่อาจสูงถึง 50,000 บาทต่อบาททองคำ หากเงินบาทอ่อนค่าและนักลงทุนเข้าซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย