ThaiBMA คงเป้าหุ้นกู้เอกชนปีนี้ 8.5-9 แสนลบ. จับตาหุ้นกู้อสังหาฯครบดีล 1.2 แสนลบ. หวั่นผลกระทบแผ่นดินไหว
ThaiBMA คงเป้าหุ้นกู้เอกชนปีนี้ 8.5-9 แสนลบ. จับตาหุ้นกู้อสังหาฯครบดีล 1.2 แสนลบ. หวั่นผลกระทบแผ่นดินไหว
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 เม.ย. 68 16:19 น.
ThaiBMA คงเป้าหุ้นกู้เอกชนปีนี้ 8.5-9 แสนล้านบาท ปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยปรับลดลง พร้อมจับตาช่วง 9 เดือนที่เหลือปี มีหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ครบชำระ วงเงินรวม 1.2 แสนล้านบาท หรือไตรมาสละ 4 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะหลังเกิดผลกระทบแผ่นดินไหว
ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ThaiBMA ยังคงคาดการณ์การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนปีนี้ที่ 850,000-900,000 ล้านบาท จากไตรมาส 1/68 ที่มีการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาวไปแล้ว 203,486 ล้านบาท แม้ลดลง 1.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่แนวโน้มช่วงที่เหลือของปีนี้ มีปัจจัยบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะหลังแผ่นดินไหว พบว่าผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลงเฉลี่ย 12-15 bps. ทำให้ผู้ออกหุ้นกู้บางส่วนมีแรงจูงใจออกหุ้นกู้เร็วขึ้น หรือเพิ่มวงเงินในการออก เพราะดอกเบี้ยปรับลงเร็ว
สำหรับผลการสำรวจคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปีนี้ ที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไปราว 1-2ครั้ง รวม 0.25-0.50% ลงมาอยู่ที่ 1.50-1.75% จากปัจจุบันที่ 2.00% ซึ่งการปรับลด 2 ครั้งในปีนี้ รองรับนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ เก็บภาษีไทย 36%
ดร.สมจินต์ กล่าวว่า มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 เท่ากับ 17.5 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2.2% จากปีที่แล้ว จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ในส่วนของการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้ระยะยาว) มีมูลค่า 203,486 ล้านบาท ลดลง 1.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยหุ้นกู้กลุ่ม Investment grade โดยรวมมีการออกมากกว่ามูลค่าที่ครบกำหนด ในขณะที่หุ้นกู้กลุ่ม High yieldมีการออกน้อยกว่ามูลค่าที่ครบกำหนด กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่ม Energy Property และ Finance ตามลำดับ
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Government bond yield curve) ในไตรมาส 1 ปี 2568 มีการปรับตัวในทิศทางขาลงโดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลักจากที่กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.00% ส่งผลให้ Bond yieldไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี ปรับตัวลดลง 31-35 bps. จากสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ระดับ 1.69%, 1.74% และ 1.99% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568
เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate bond yield curve) ในไตรมาส 1 ปี 2568 ของหุ้นกู้อันดับเครดิตต่างๆ ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนรุ่นอายุ 5 ปี ของหุ้นกู้กลุ่ม AAA AA A และBBB+ ปรับตัวลดลง 26-52 bps. มาอยู่ที่ระดับ 2.29% 2.63% 3.01%และ 4.31% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568
กระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ (Fund flow) ในไตรมาสแรกของปี 2568 เป็นการซื้อสะสมสุทธิตราสารหนี้ไทยจำนวน 10,297 ล้านบาท โดยเป็นผลรวมของการขายสุทธิตราสารหนี้ไทย11,989 ล้านบาทในเดือนมกราคม ก่อนพลิกกลับมาเป็นการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมรวม 22,286 ล้านบาท หลังจากการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้การถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 เท่ากับ 8.74 แสนล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 5%ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.4 ปี ลดลงจาก 8.7 ปีเมื่อสิ้นปี 2567
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ThaiBMA เปิดเผยว่า ในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี68 มีหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ครบกำหนดชำระ มูลค่ารวม 121,054 ล้านบาท หรือไตรมาสละประมาณ 40,000 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 2 ของหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระในช่วงที่เหลือของปีที่มีมูลค่ารวม 686,004 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมแผนรับมือ หลังจากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดอันดับเรตติ้งที่นักลงทุนจะเลือกลงทุนมากขึ้น แต่ธุรกิจรายใหญ่ที่เรตติ้งดีเชื่อว่ายังปรับตัวได้
"หลังจากแผ่นดินไหวมองว่าบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงได้รับผลกระทบไม่มาก แต่แน่นอนว่านักลงทุนจะเริ่มสะท้อนว่าบริษัทใดทำได้ดี เสียหายน้อยจะได้รับความสนใจมากขึ้น ส่วนในหลายบริษัทที่ไม่ได้รับการจัดเรตติ้งก็อาจได้รับอานิสงส์เชิงบวกก็ได้หากโครงการไม่รับความเสียหาย"
ขณะที่ ช่วงไตรมาส 1/68 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระทั้งหมด 3 ราย มูลค่า 1,605 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงาน ลดลงจากปี 67 ที่ผิดนัด 5 ราย มูลค่า 3,172 ล้านบาท
ทั้งนี้ ไม่กังวลการขึ้นภาษีของทรัมป์ เพราะมองว่าไม่กระทบทางตรง แต่ต้องติดตามสถานกาณ์ต่อไป ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้ได้ผ่านมาหลายวิกฤติแล้ว
รายงาน โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ