โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรรมติดจรวด หนุ่มหาปลาถูกปืนยิงปลาลั่นใส่ตัวเองบาดเจ็บ

77kaoded

อัพเดต 02 มี.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 17.01 น. • 77Kaoded

กรรมติดจรวด หนุ่มหาปลาถูกปืนยิงปลาที่ทำจากเหล็กเส้นยาวกว่าเกือบ 20 เซนติเมตรปักคาที่ก้นข้างขวาตัวเองบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยบางนาการ์เด้นท์ ตำบลบางบ่อ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการนำลูกดอกออกและรักษาต่อ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 มีนาคม 2568 ศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการ ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือลูกดอกฉมวกยิงปลาปักคาร่างกาย เหตุเกิดภายในซอยบางนาการ์เด้นท์ ในตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังเดินทางก่อนถึงที่เกิดเหตุ เพื่อนร่วมงานของผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้พาผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นท้ายรถยนต์กระบะมา เรียกรถมูลนิธิ จากการตรวจสอบ ที่ท้ายกระบะ พบ นาย สด สมน้อย อายุ 38 ปี นอนคว่ำหน้า มีลูกดอกฉมวกยิงปลาที่ทำจากเหล็กเส้นยาวกว่าเกือบ 20 เซนติเมตรปักคาที่ก้นข้างขวา เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงทำการยึดเหล็กกับโคนขาให้แน่น เพื่อลดความเจ็บปวดและปฐมพยาบาลให้เบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายด้วยท่านอนคว่ำ นำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการนำลูกดอกออกและรักษาต่อไป

จากการสอบถาม นายสด ผู้บาดเจ็บ เล่าให้ฟังว่า ปกติแล้วตนเองทำงานในโรงงาน และจะอาศัยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ออกมาหายิงปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อนำไปเป็นกับข้าวในครอบครัว ซึ่งทำแบบนี้มานานแล้ว วันนี้ก็เช่นกันระหว่างที่ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ริมคลอง เพื่อจะซุ้มรอดักยิงปลาในคลอง แต่ปืนยิงปลาที่ใช้เหล็กเส้นทำเป็นดอกฉมวกนั้น ตังปืนได้หล่นจากบ่นต้นไม้ลงมาแล้วกระแทกพื้นทำให้ปืนลั่นลูกดอกพุ่งปักคาที่ก้นขณะที่อยู่บนต้นไม้ตอนแรกพยามดึงออกแต่ไม่ออกเพราะติดเงี่ยงลูกดอกจึงโทรหากู้ชีพและเพื่อนให้มาช่วยเหลือ หลังจากนี้เข็ดแล้วและจะเลิกออกมายิงปลาเช่นนี้ เชื่อเป็นเวรกรรมตามทัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...